สายพันธุ์ปลาสวยงาม

ปลาทองตาลูกโป่ง (Bubble Eye Goldfish)

ชื่ออื่น: บับเบิ้ลอาย, Suihogan (スイホウガン)

อุณหภูมิ
18–22°C
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Thủy bao nhãn loại cá vàng có mắt bong bóng đẹp long lanh ở Việt Nam (24h) (ภาษาเวียดนาม): 18–22°C
  • Water Bubble Eye Goldfish - about-goldfish.com: 16–24°C
pH
6.5–7.4
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Thủy bao nhãn loại cá vàng có mắt bong bóng đẹp long lanh ở Việt Nam (24h) (ภาษาเวียดนาม): 6.5–7.5
  • Water Bubble Eye Goldfish - about-goldfish.com: 6.5–7.4
ความกระด้าง (dGH)
4–20
ขนาด
7.5–20.3 cm
แต่ละแหล่งระบุค่าต่างกัน
  • Bubble Eye - Wikipedia: 7.5–10 cm
  • Thủy bao nhãn loại cá vàng có mắt bong bóng đẹp long lanh ở Việt Nam (24h) (ภาษาเวียดนาม): 15–17 cm
  • Bí mật về loại cá vàng mắt rồng có từ thế kỷ 17 (Thanh Niên) (ภาษาเวียดนาม): 10–20.3 cm

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 8 แหล่ง (ผู้เพาะพันธุ์ บทความ เว็บบอร์ด) แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่ อัปเดตเมื่อ 30/10/2026

รูปภาพ ปลาทองตาลูกโป่ง (Bubble Eye Goldfish)

ดูรูปภาพทั้งหมด 10 รูป →

สรุป

ปลาทองตาลูกโป่งเป็นสายพันธุ์ของปลาทอง (Carassius auratus) ที่คัดพันธุ์ในจีน มีตาหงายขึ้นและมีถุงน้ำขนาดใหญ่ใต้ตาทั้งสองข้าง ไม่มีครีบหลัง และหางเป็นหางคู่

แหล่งข้อมูลระบุว่าปลาชนิดนี้ไม่เหมาะกับมือใหม่ เพราะว่ายน้ำไม่เก่ง มองเห็นได้ไม่ดี และถุงใต้ตาแตกได้ง่าย

ก่อนซื้อควรเตรียมตู้ที่ไม่มีของมีคม ใช้ระบบกรองที่น้ำไหลเบา และเลือกเพื่อนร่วมตู้ที่ว่ายช้า

ที่มา

ปลาทองตาลูกโป่งมีถิ่นกำเนิดในจีน และน่าจะพัฒนามาจากปลาทองหัวคางคก (Toadhead) ซึ่งไม่มีครีบหลังและมีตาหงายขึ้น ปลาทองทุกสายพันธุ์รวมถึงสายนี้สืบเชื้อสายมาจากปลาคาร์ปปรัสเซีย (Prussian หรือ gibel carp) ชนิดพันธุ์ฐานคือ Carassius auratus

มีแหล่งข้อมูลระบุว่าปลาถูกคัดพันธุ์จนได้รูปร่างอย่างในปัจจุบันเมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แต่ก็มีร่องรอยว่าอาจมีปลาแบบนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ชื่อภาษาญี่ปุ่นของปลาชนิดนี้คือ suihogan (スイホウガン)

ลักษณะและสายพันธุ์ย่อย

ปลาทองตาลูกโป่งเป็นปลาทองแฟนซีตัวเล็ก ตาหงายขึ้นด้านบน ใต้ตาแต่ละข้างมีถุงขนาดใหญ่ที่มีของเหลวอยู่ข้างใน ไม่มีครีบหลัง หางเป็นหางคู่ และแนวหลังโค้งสม่ำเสมอ

ขนาดโตเต็มที่ในแต่ละแหล่งไม่ตรงกัน มีทั้ง 7.5–10 ซม., 15–17 ซม. และ 10–20.3 ซม.

ปลาที่ดีควรมีหลังเรียบและสะอาด ถุงทั้งสองข้างมีสีและขนาดเท่ากัน ในการประกวดจะให้ความสำคัญกับขนาดและรูปทรงของถุงทั้งสองข้างที่เท่ากันมากที่สุด ลำตัวควรลึกอย่างน้อย 65% ของความยาว หางต้องแยกเป็นสองแฉกและสมมาตร ปลายหางไม่ม้วน

เรื่องเวลาที่ถุงเริ่มเกิด แหล่งข้อมูลก็ยังไม่ตรงกัน แหล่งหนึ่งบอกว่าถุงเริ่มก่อตัวเมื่อปลาอายุประมาณ 4 สัปดาห์และอาจใช้เวลาถึง 1 ปีกว่าจะโตเต็มที่ ส่วนอีกแหล่ง (Wikipedia) บอกว่าถุงเริ่มเกิดหลังฟักเป็นตัวประมาณ 3 เดือน

สีที่พบมีแดง คาลิโก้ ส้ม แดงขาว และดำซึ่งหายาก บางแหล่งยังกล่าวถึงสีแดงดำ น้ำเงินน้ำตาล และลายจุดดำด้วย

  • ชนิดของเกล็ด: มีเกล็ดแบบเมทัลลิก แบบด้าน (matt) และแบบนาเคียส (nacreous หรือคาลิโก้) เมื่อผสมปลาเกล็ดนาเคียสกับนาเคียส จะได้ลูกปลาเกล็ดนาเคียสประมาณ 1/2 เกล็ดด้านประมาณ 1/4 และเกล็ดเมทัลลิกประมาณ 1/4
  • สายสี่ถุง: เป็นสายที่เกิดขึ้นใหม่กว่า มีถุงใต้ตา 4 ถุงแทนที่จะเป็น 2 ถุง
  • ปลาในเอเชียตะวันออก: บางตัวมีถุงเล็กกว่าและหัวคล้ายคางคก บางตัวมีครีบหลังด้วย

การเลี้ยง

ขนาดตู้: แหล่งหนึ่งแนะนำตู้ 70 ลิตรสำหรับปลา 1 ตัว และเพิ่มอีก 45 ลิตรต่อปลาทองทุกตัวที่เลี้ยงเพิ่ม อีกแหล่งแนะนำตู้ขนาดอย่างน้อย 20–30 แกลลอนสหรัฐ (ประมาณ 75–115 ลิตร)

ค่าแหล่งที่ 1แหล่งที่ 2
อุณหภูมิ18–22 °C16–24 °C
ค่า pH6.5–7.56.5–7.4
ความกระด้าง (GH)4–20–

ถ้าเลี้ยงในบ้านไม่จำเป็นต้องใช้ฮีตเตอร์ แต่ไม่ควรให้ตู้โดนแดดโดยตรง แอมโมเนียและไนไตรต์ต้องเป็นศูนย์ ส่วนไนเตรตควรต่ำกว่า 30 ppm

การจัดตู้: ใช้วัสดุปูพื้นที่ผิวเรียบ ไม่ใส่ของมีคม โพรง หรือของตกแต่งให้รก ควรหลีกเลี่ยงของตกแต่งที่มีคมและต้นไม้ปลอมแบบพลาสติก เพราะอาจทำให้ถุงบาดเจ็บได้ ระบบกรองควรเป็นแบบนุ่มนวล หมุนเวียนน้ำประมาณ 4 รอบต่อชั่วโมงโดยไม่ทำให้เกิดกระแสน้ำแรง ปลาชนิดนี้ว่ายน้ำไม่เก่ง และถุงใต้ตาอาจถูกดูดเข้าช่องดูดน้ำของระบบกรองหรือสายดูดตะกอนได้

อาหาร: ควรให้อาหารหลากหลาย ใช้อาหารเจลร่วมกับอาหารสดหรืออาหารแช่แข็ง ปริมาณประมาณ 1–2% ของน้ำหนักตัวต่อวัน และให้อาหารจากพืชด้วยเพื่อป้องกันปัญหาระบบย่อยอาหาร ผู้เลี้ยงบางส่วนให้ผักกาดหอมและแตงกวาด้วย ถุงใต้ตาทำให้ปลาหาอาหารได้ยาก จึงควรค่อย ๆ โรยอาหารลงที่จุดเดียว ใช้อาหารเม็ดแบบลอยน้ำ หรือป้อนด้วยมือ

เพื่อนร่วมตู้: ควรเลี้ยงร่วมกับปลาที่ว่ายช้าเท่านั้น เช่น ปลาทองตาลูกโป่งด้วยกัน ปลาทองตาโปนดำ (black moor) เดเมกิน (demekin) หรือเซเลสเชียล (celestial) เพื่อให้ปลาแย่งอาหารได้ทัน ไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาทองหางเดี่ยวหรือปลาทองแฟนซีที่ว่ายเร็ว เพราะปลาเหล่านั้นจะแย่งอาหารไปหมด ผู้ขายบางรายแนะนำให้เลี้ยงแยกจากปลาอื่นไปเลย เพราะถุงใต้ตาบาดเจ็บได้ง่าย

การเพาะพันธุ์

ปลาทองตาลูกโป่งเพาะพันธุ์ได้แบบเดียวกับปลาทองอื่น ๆ คือจะรีดไข่ผสมเองหรือปล่อยให้ผสมกันตามธรรมชาติก็ได้ ตัวผู้จะมีตุ่มสีขาวขึ้นที่แผ่นปิดเหงือกและครีบอก ถุงใต้ตาทำให้ตัวผู้หาตัวเมียได้ยาก จึงแนะนำให้ใช้ตัวผู้หลายตัวต่อตัวเมีย 1 ตัว ในภาชนะที่ไม่มีของรก

ลูกปลาที่ได้จะไม่ได้ลักษณะเหมือนพ่อแม่ทั้งหมด ลูกปลามักมีครีบหลัง มีหนามหรือหลังไม่เรียบ และอาจต้องคัดทิ้งตั้งแต่ครึ่งหนึ่งขึ้นไป การคัดเริ่มเมื่อครีบหลังเริ่มปรากฏ โดยดูทั้งด้านข้างและด้านบน

สุขภาพ

  • ถุงใต้ตาแตก: ถุงอาจแตกเพราะแรงกด หรือเพราะไปโดนของมีคม ถุงที่แตกจะงอกใหม่ได้ แต่อาจเล็กลงหรือผิดรูป และแผลอาจติดเชื้อ มีคำแนะนำให้แช่น้ำเกลืออ่อน ๆ เมื่อถุงบาดเจ็บ และใช้ในการกักโรคด้วย
  • ถุงลมผิดปกติ: เป็นสาเหตุการตายหลักของปลาโตเต็มวัย และมักเกี่ยวข้องกับอาหาร นอกจากเรื่องนี้แล้ว ปลาชนิดนี้ไม่ได้ป่วยง่ายกว่าปลาทองแฟนซีอื่น
  • การมองเห็น: ถุงใต้ตาบดบังการมองเห็นของปลา

ถ้าเลี้ยงในบ้านและดูแลดี ปลาอาจอยู่ได้ประมาณ 10 ปี

การเลือกซื้อ

ควรเลือกปลาที่หลังเรียบสะอาด ไม่มีครีบหลังหรือตุ่มนูน ถุงสองข้างมีขนาด รูปทรง และสีเท่ากัน หางแยกเป็นสองแฉกและสมมาตร ควรรู้ไว้ด้วยว่าถุงของปลาเล็กยังโตไม่เต็มที่ แหล่งข้อมูลระบุว่าปลาชนิดนี้ไม่เหมาะกับมือใหม่ และควรกักโรคปลาใหม่ก่อนทุกครั้ง

ข้อถกเถียง

แหล่งข้อมูลด้านพันธุกรรมและสวัสดิภาพสัตว์ของ UFAW ถือว่าถุงใต้ตาเป็นความผิดปกติที่ปลาตาลูกโป่งทุกตัวมี และเห็นว่าไม่ควรเพาะพันธุ์สายนี้ต่อด้วยเหตุผลด้านสวัสดิภาพสัตว์ ส่วน SPCA นิวซีแลนด์ระบุว่าถุงนี้ไม่มีประโยชน์ใดต่อปลา และทำให้ปลามองเห็นและว่ายน้ำได้ไม่ดี จนปลาแสดงพฤติกรรมตามปกติไม่ได้ SPCA ยังระบุด้วยว่าตู้โล่งที่ใช้เพื่อป้องกันถุงก็มีปัญหาในตัวเองเช่นกัน

อีกด้านหนึ่ง มีนักวิจัยญี่ปุ่นศึกษาของเหลวในถุงเพื่อดูว่าอาจใช้เป็นสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ได้หรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ปลาทองตาลูกโป่งเลี้ยงยากไหม

แหล่งข้อมูลระบุว่าไม่เหมาะกับมือใหม่ ปลาว่ายน้ำไม่เก่ง มองเห็นได้ไม่ดี และถุงใต้ตาแตกได้ง่าย จึงต้องจัดตู้ให้ไม่มีของมีคมและใช้ระบบกรองที่น้ำไหลเบา

ถุงใต้ตาแตกแล้วจะงอกใหม่ไหม

งอกใหม่ได้ แต่อาจเล็กลงหรือผิดรูป และแผลอาจติดเชื้อ มีคำแนะนำให้แช่น้ำเกลืออ่อน ๆ เมื่อถุงบาดเจ็บ

เลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้หรือไม่

แหล่งข้อมูลแนะนำให้เลี้ยงกับปลาที่ว่ายช้าเท่านั้น เช่น ปลาตาลูกโป่งด้วยกัน ปลาทองตาโปนดำ เดเมกิน หรือเซเลสเชียล และไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาทองหางเดี่ยวหรือปลาทองแฟนซีที่ว่ายเร็ว ผู้ขายบางรายแนะนำให้เลี้ยงแยกจากปลาอื่นไปเลย เพราะถุงบาดเจ็บได้ง่าย

ควรตั้งอุณหภูมิน้ำเท่าไร

แหล่งข้อมูลให้ช่วงต่างกัน แหล่งหนึ่งระบุ 18–22 °C อีกแหล่งระบุ 16–24 °C ถ้าเลี้ยงในบ้านไม่จำเป็นต้องใช้ฮีตเตอร์ แต่ไม่ควรให้ตู้โดนแดดโดยตรง

เพาะพันธุ์แล้วลูกจะเหมือนพ่อแม่ไหม

ไม่ทั้งหมด ลูกปลามักมีครีบหลัง มีหนามหรือหลังไม่เรียบ และอาจต้องคัดทิ้งตั้งแต่ครึ่งหนึ่งขึ้นไป

แหล่งที่มา

  1. Bubble Eye - Wikipedia
  2. Thủy bao nhãn - Wikipedia tiếng Việt (ภาษาเวียดนาม)
  3. Thủy bao nhãn loại cá vàng có mắt bong bóng đẹp long lanh ở Việt Nam (24h) (ภาษาเวียดนาม)
  4. Bí mật về loại cá vàng mắt rồng có từ thế kỷ 17 (Thanh Niên) (ภาษาเวียดนาม)
  5. Water Bubble Eye Goldfish - about-goldfish.com
  6. UFAW Genetic Welfare Problems of Companion Animals: Bubble eye goldfish
  7. SPCA New Zealand: Implications of breeding goldfish
  8. Cá mắt ngọc: Vẻ đẹp mong manh của mắt bong bóng lạ (ภาษาเวียดนาม)