
สายพันธุ์ปลาสวยงาม
กุ้งคริสตัลเรด (Crystal red shrimp)
ชื่ออื่น: กุ้งเรดบี
- อุณหภูมิ
- 23–24°C
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
- Crystal Red Shrimp – Shrimp Science: 20–25°C
- Crystal Red Shrimp – Garnelio: 15–25°C
- Hướng dẫn nuôi các loại tép cảnh thuộc họ tép ong (ภาษาเวียดนาม): 23–26°C
- Tép Ong Đỏ (CRS) – Thủy Sinh Tím (ภาษาเวียดนาม): 20–24°C
- pH
- 6–6.8
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
- Crystal Red Shrimp – Shrimp Science: 5.5–7
- Crystal Red Shrimp – Garnelio: 5–7.5
- Hướng dẫn nuôi các loại tép cảnh thuộc họ tép ong (ภาษาเวียดนาม): 6–6.8
- Tép Ong Đỏ (CRS) – Thủy Sinh Tím (ภาษาเวียดนาม): 6–6.8
- ความกระด้าง (dGH)
- 4–6
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
- Crystal Red Shrimp – Shrimp Science: 4–6
- Crystal Red Shrimp – Garnelio: 3–10
- Tép Ong Đỏ (CRS) – Thủy Sinh Tím (ภาษาเวียดนาม): 3–8
- The Latest Buzz: Freshwater Bee Shrimp – TFH Magazine: 4–6
- ขนาด
- 2.5–3.5 cm
แต่ละแหล่งระบุค่าต่างกัน
- Crystal Red Shrimp – Shrimp Science: 3 cm
- Crystal Red Shrimp – Garnelio: 3–3.5 cm
- Tép Ong Đỏ (CRS) – Thủy Sinh Tím (ภาษาเวียดนาม): 2.5–3 cm
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 10 แหล่ง (ผู้เพาะพันธุ์ บทความ เว็บบอร์ด) แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่ อัปเดตเมื่อ 30/10/2026
รูปภาพ กุ้งคริสตัลเรด (Crystal red shrimp)
ดูรูปภาพทั้งหมด 11 รูป →สรุป
กุ้งคริสตัลเรดเป็นสายสีที่คัดมาจากกุ้งบีสีดำ อยู่ในชนิด Caridina cantonensis ลำตัวมีแถบสีแดงสลับขาว และตัดเกรดกันจากปริมาณกับความทึบของสีขาว
เป็นกุ้งที่ไวต่อคุณภาพน้ำ ต้องการน้ำอ่อนและไม่ชอบน้ำอุ่น บางแหล่งจึงมองว่าเลี้ยงยากสำหรับมือใหม่
ก่อนซื้อควรรู้ระบบเกรด รู้ว่าลูกที่ได้อาจออกมาเป็นสีดำ และควรเลือกจากผู้ขายที่กุ้งในร้านแข็งแรง
ที่มา
แหล่งข้อมูลหนึ่งเล่าว่าในปี 1996 นักเพาะพันธุ์ชาวญี่ปุ่นชื่อ Hisayasu Suzuki พบกุ้งสีแดงหนึ่งตัวปนอยู่ในกุ้งบีสีดำที่เขาเลี้ยง ต่อมาพบเพิ่มอีกสองตัว จากนั้นเขาและนักเพาะพันธุ์คนอื่นก็คัดสายต่อกันมา อีกแหล่งเล่าว่า Suzuki สังเกตเห็นกุ้งบีที่มีสีออกแดงเล็กน้อยช่วงกลางทศวรรษ 1990 คัดพันธุ์อยู่หลายปีจึงได้คริสตัลเรดรุ่นแรก จากนั้นนักเพาะพันธุ์รุ่นหลังก็คัดให้สีสดขึ้น ลายคมขึ้น และมีสีขาวมากขึ้น ร้านแห่งหนึ่งในเยอรมนีก็ระบุว่า Suzuki เป็นผู้พบกุ้งสีแดงนี้เป็นคนแรกในตู้กุ้งบีสีดำเช่นกัน อีกแหล่งหนึ่งกล่าวว่าเป็นสายที่คัดขึ้นในญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม เอกสารข้อมูลการเลี้ยงฉบับหนึ่งระบุว่ากุ้งนี้มีต้นกำเนิดจากไต้หวัน แหล่งข้อมูลจึงยังพูดไม่ตรงกันในเรื่องนี้
ในทางอนุกรมวิธาน Klotz และ von Rintelen (Zootaxa, 2014) ใช้ข้อมูล DNA จัดกุ้งบีสายต่าง ๆ ในวงการตู้ปลา ซึ่งรวมคริสตัลเรดด้วย ให้อยู่ใน Caridina cantonensis
ลักษณะและสายย่อย
กุ้งคริสตัลเรดมีแถบสีแดงสลับขาว ยิ่งมีสีขาวมากเกรดก็ยิ่งสูง ตัวที่ดีควรมีสีทึบแน่นและขอบระหว่างสีแดงกับขาวคมชัด ความทึบของสีก็มีผล ถ้ามีจุดที่สีโปร่งใสมองทะลุได้ เกรดจะลดลง ส่วนกุ้งที่ขาวทั้งตัวแม้จะได้เกรดสูง แต่ขึ้นไปถึงเกรดสูงสุดไม่ได้
ลำดับเกรดตามแหล่งข้อมูลหนึ่ง จากต่ำไปสูง มีดังนี้
| เกรด | ลักษณะ |
|---|---|
| C | ส่วนใหญ่เป็นสีแดง แถบขาวบาง เป็นลักษณะดั้งเดิมของกุ้งเรดบี |
| B | ลายด่าง ไม่เป็นแถบชัด |
| A | สีทึบ แถบชัดเจน |
| S | สีขาวมากขึ้น |
| SS | แถบแดงตรงกลางลดลงเหลือเป็นจุด |
| SSS | สีขาวมากที่สุด เรียกอีกชื่อว่า Mosura |
อีกแหล่งที่ได้มาจากข้อความตัวอย่างในผลการค้นหาเท่านั้นระบุว่า ผู้ขายบางรายเพิ่มชื่อ SSSS หรือ Red Ruby ไว้เรียกกุ้งระดับบนสุด
ชื่อเรียกลายย่อยที่พบบ่อย
- Mosura (SSS) ลำตัวเกือบขาวทั้งตัว เหลือสีแดงเฉพาะที่หัวและหาง มีลายย่อยที่ตั้งชื่อตามรูปร่างของลายขาวบนหัวสีแดง เช่น Flower, Crown, Heart และ Smiley
- Hinomaru (SS) มีวงกลมสีแดงวงเดียวบนหลัง ถ้ามีขีดขาวพาดผ่านจุดแดงเรียกว่า No-entry ถ้ามีจุดแดงที่สองบนหางเรียกว่า Double
- ลายที่ยกเกรด S เป็น S+ ได้แก่ Tiger tooth (มีสามเหลี่ยมสีขาวอยู่ในแถบแดงตรงกลาง), V-band (แถบแดงตรงกลางเป็นรูปสามเหลี่ยม) และลายแบบ 4 แถบหรือ 3 แถบ
- Pure Red Line (PRL) แนะนำสำหรับผู้ที่อยากให้ลูกทุกตัวยังคงเป็นสีแดง
แหล่งข้อมูลหนึ่งมองว่าสีขาวที่เพิ่มขึ้นในคริสตัลเรดเกรดสูงน่าจะได้มาจากกุ้งโกลเด้นบี (Golden bee) ซึ่งมีสีขาวถึงขาวอมเหลือง ส่วนกุ้งไต้หวันบีอย่าง Red Ruby มาจากการกลายพันธุ์แบบด้อยอีกตัวหนึ่งที่แยกต่างหาก กุ้งที่อายุมากอาจสีซีดลงหรือสีทึบน้อยลง แต่ยังคงมียีนเดิมอยู่
ขนาดโตเต็มที่ แหล่งหนึ่งระบุราว 3 ซม. อีกแหล่งระบุ 3–3.5 ซม. และอีกแหล่งระบุ 2.5–3 ซม.
การเลี้ยง
ขนาดตู้: แหล่งหนึ่งให้ขั้นต่ำสุด 19 ลิตร และบอกว่า 38 ลิตรขึ้นไปจะดีกว่า อีกแหล่งแนะนำให้มือใหม่ใช้ตู้อย่างน้อย 20 ลิตร ส่วนอีกแหล่งให้ขั้นต่ำราว 50 ลิตร
คุณภาพน้ำ: กุ้งชนิดนี้ต้องการน้ำอ่อน ค่าที่แต่ละแหล่งให้ไว้ต่างกันดังนี้
- อุณหภูมิ: 20–25 °C, 15–25 °C, 23–26 °C และ 20–24 °C แหล่งหนึ่งแนะนำให้คุมไว้ต่ำกว่าราว 23 °C ถ้าเกิน 24 °C ให้เพิ่มการเติมอากาศ เพราะกุ้งชอบน้ำเย็นที่มีออกซิเจนสูง และมักไม่ต้องใช้ฮีตเตอร์ อีกแหล่งบอกว่ากุ้งทนได้ไม่ดีเมื่อน้ำเกิน 25 °C จึงอาจต้องทำความเย็นช่วงหน้าร้อน
- ค่า pH: 5.5–7, 5–7.5 และอีกสองแหล่งให้ 6–6.8
- ความกระด้าง (GH): สองแหล่งให้ 4–6 อีกแหล่งให้ 3–10 และอีกแหล่งให้ 3–8
- KH 0–2 และ TDS ราว 100–180
- แอมโมเนียและไนเตรตควรเป็นศูนย์
ถ้าน้ำในพื้นที่กระด้าง ให้ใช้น้ำ RO แล้วเติมแร่ด้วยสารเติมแร่ แนะนำให้ใช้ดินปลูกแบบ active soil และเปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละ 10–30% กุ้งไวต่อคุณภาพน้ำ จึงควรเก็บอาหารที่เหลือออกและวัดค่าน้ำบ่อย ๆ
การจัดตู้: ใส่ไม้น้ำ มอส และที่หลบซ่อนให้มาก ช่วงแรกควรตั้งระดับน้ำให้ต่ำไว้ก่อน เพราะกุ้งที่เพิ่งย้ายมาอาจปีนออกจากตู้
อาหาร: กุ้งเล็มไบโอฟิล์ม ตะไคร่ และเศษซากอินทรีย์ กินใบไม้แห้งด้วย ควรให้อาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก และเสริมโปรตีนเมื่อต้องการเพาะพันธุ์
เพื่อนร่วมตู้: แหล่งหนึ่งระบุว่าปลาที่ปลอดภัยมีเพียงปลาตัวเล็กมากอย่างปลาแคระ (Otocinclus) และถ้าจะเพาะพันธุ์ควรใช้ตู้ที่มีแต่กุ้ง อีกแหล่งบอกว่าเลี้ยงร่วมกับกุ้ง Neocaridina และกุ้ง Caridina ชนิดอื่นที่ใช้น้ำคล้ายกันได้ ส่วนปลาเล็กอย่างปลานีออนมีความเสี่ยง เพราะจะกินลูกกุ้ง
อายุขัยราว 18–24 เดือน
การเพาะพันธุ์
ในน้ำอ่อนกุ้งเพาะพันธุ์ได้ง่าย แต่ในน้ำกระด้างจะขยายพันธุ์ได้ยาก ตัวเมียปล่อยลูกครั้งละ 20–40 ตัว ราวทุก 3–4 สัปดาห์ และตัวเต็มวัยไม่ทำร้ายลูก
แหล่งหนึ่งบอกว่าตัวเมียที่พร้อมผสมพันธุ์จะเห็นรังไข่รูปอานม้าอยู่หลังหัว และหลังลอกคราบจะปล่อยฟีโรโมนออกมา อีกแหล่งบอกว่าตัวเมียที่พร้อมจะมี "อานม้า" สีขาวอมเหลืองบนหลัง ตัวเมียอุ้มไข่ราวหนึ่งเดือน แหล่งหนึ่งระบุว่าไข่ฟักในราว 28 วันที่ 22 °C และสีจะสดที่สุดที่ 24–25 °C
ลูกจะเหมือนพ่อแม่ไหม: สีดำเป็นลักษณะเด่น พ่อแม่สีแดงจึงอาจให้ลูกสีดำได้ คริสตัลเรดทั่วไปจึงไม่ได้ให้ลูกตรงสายเสมอ ถ้าต้องการลูกสีแดงทั้งหมด แหล่งข้อมูลแนะนำสาย PRL
กุ้งชนิดนี้ผสมกับกุ้ง Caridina ชนิดอื่นแล้วยังให้ลูกได้ และลูกมักยังมีสีขาวอยู่บ้าง แต่การผสมข้ามกับสายอื่นอาจทำลายผลของการคัดสายที่ทำมาอย่างพิถีพิถัน นักเพาะพันธุ์บางคนผสมคริสตัลแบล็กกับกุ้งไทเกอร์เพื่อให้ได้กุ้ง "tibee"
สุขภาพ
- การคุม KH ไว้ที่ 0–2 ช่วยลดความเสี่ยงที่กุ้งจะลอกคราบไม่สำเร็จ
- กุ้งทนน้ำที่อุ่นเกิน 25 °C ได้ไม่ดี
- กุ้งไวต่อคุณภาพน้ำ และแหล่งหนึ่งระบุว่ากุ้งอาจตายเมื่ออุณหภูมิหรือค่า pH เปลี่ยน
- แหล่งหนึ่งระบุว่าการคัดสาย (line breeding) ทำให้สายพันธุ์นี้เหลือความหลากหลายทางพันธุกรรมน้อย
การเลือกซื้อ
- สุขภาพของกุ้งในร้านมีผลมาก กุ้งที่อ่อนแอมีโอกาสตายหลังย้ายบ้านมากกว่า
- มักมีคนแนะนำเกรด A (สีทึบ แถบชัด) ให้มือใหม่
- แหล่งหนึ่งแนะนำให้มือใหม่เริ่มจากคริสตัลเรดหรือคริสตัลแบล็กเกรดต่ำสักกลุ่มละ 10–12 ตัว อีกแหล่งแนะนำให้เริ่มที่ 10–20 ตัวเพื่อลดความเครียดของกุ้ง
- ถ้าอยากได้ลูกสีแดงทั้งหมด ควรมองหาสาย PRL เพราะคริสตัลเรดทั่วไปอาจให้ลูกสีดำ
- กุ้งที่อายุมากอาจสีซีดหรือสีทึบน้อยลง แม้ยังมียีนเดิมอยู่ จึงควรนึกถึงข้อนี้ด้วยเวลาดูสีของกุ้งตัวโต
- แหล่งหนึ่งบอกว่ากุ้งชนิดนี้เลี้ยงยากสำหรับมือใหม่ อีกแหล่งจัดให้อยู่ในกลุ่มสายที่เลี้ยงยากซึ่งมือใหม่ควรเลี่ยง
ประเด็นถกเถียง
ในงานของ Klotz และ von Rintelen (Zootaxa, 2014) ที่จัดคริสตัลเรดไว้ใน Caridina cantonensis ผู้เขียนได้ตั้งชื่อกุ้งที่หน้าตาคล้ายกันว่า C. logemanni ไว้ในบทความเดียวกัน และกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการผสมข้ามกัน แต่ร้านบางแห่งก็ยังขายคริสตัลเรดในชื่อ Caridina logemanni ซึ่งขัดกับผลการศึกษา DNA นี้
แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่ากุ้งไต้หวันบีซึ่งเป็นสายใกล้เคียงกันและผ่านการคัดสายอย่างหนัก มีเลือดชิดสูงและมีแนวโน้มจะเกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมและความพิการ
คำถามที่พบบ่อย
กุ้งคริสตัลเรดควรเลี้ยงที่อุณหภูมิเท่าไร
แหล่งข้อมูลให้ค่าต่างกัน ได้แก่ 20–25 °C, 15–25 °C, 23–26 °C และ 20–24 °C แหล่งหนึ่งแนะนำให้คุมไว้ต่ำกว่าราว 23 °C และเพิ่มการเติมอากาศเมื่อน้ำเกิน 24 °C อีกแหล่งบอกว่ากุ้งทนน้ำที่อุ่นเกิน 25 °C ได้ไม่ดี จึงอาจต้องทำความเย็นช่วงหน้าร้อน
ทำไมพ่อแม่สีแดงถึงออกลูกเป็นสีดำ
สีดำเป็นลักษณะเด่น คริสตัลเรดทั่วไปจึงให้ลูกสีดำได้ ถ้าต้องการลูกสีแดงทั้งหมด แหล่งข้อมูลแนะนำสาย Pure Red Line (PRL)
มือใหม่ควรเริ่มกี่ตัวและเกรดไหน
มักมีคนแนะนำเกรด A ให้มือใหม่ แหล่งหนึ่งแนะนำให้เริ่มจากคริสตัลเรดหรือคริสตัลแบล็กเกรดต่ำ 10–12 ตัว อีกแหล่งแนะนำให้เริ่มที่ 10–20 ตัวเพื่อลดความเครียดของกุ้ง
เลี้ยงรวมกับปลาได้ไหม
แหล่งหนึ่งบอกว่าปลาที่ปลอดภัยมีเพียงปลาตัวเล็กมากอย่างปลาแคระ (Otocinclus) ปลาเล็กอย่างปลานีออนมีความเสี่ยงเพราะจะกินลูกกุ้ง ถ้าจะเพาะพันธุ์ควรใช้ตู้ที่มีแต่กุ้ง
เกรด SSS กับ Mosura ต่างกันไหม
เป็นเกรดเดียวกัน Mosura คือชื่อเรียกเกรด SSS ซึ่งเป็นเกรดที่มีสีขาวมากที่สุด ลำตัวเกือบขาวทั้งตัวและเหลือสีแดงเฉพาะที่หัวกับหาง
แหล่งที่มา
- Crystal Red Shrimp – Shrimp Science
- Caridina cantonensis – Wikipedia
- Grading Your Crystal Red Shrimp – The Shrimp Farm
- Crystal Red Shrimp – Garnelio
- New shrimp from Hong Kong and southern China – Seriously Fish
- The Latest Buzz: Freshwater Bee Shrimp – TFH Magazine
- Tép ong đỏ (Crystal Red Bee – CRS) – Shrimp Touch (ภาษาเวียดนาม)
- Nuôi tép cảnh: Thú chơi sinh động, dễ bắt đầu – Tepbac (ภาษาเวียดนาม)
- Hướng dẫn nuôi các loại tép cảnh thuộc họ tép ong (ภาษาเวียดนาม)
- Tép Ong Đỏ (CRS) – Thủy Sinh Tím (ภาษาเวียดนาม)







