ปลาลูกผสม

ปลาหมอสี (Flowerhorn)

ผสมจาก: ปลาหมอเรดเดวิล (Amphilophus labiatus) (ยังไม่แน่ชัด), ปลาหมอไตรมาร์ค (Amphilophus trimaculatus), ปลานกแก้ว (Blood parrot) (ยังไม่แน่ชัด), ปลาหมอไมดาส (Amphilophus citrinellus) (ยังไม่แน่ชัด), ปลาหมอเรดเฮด (Vieja melanurus, syn. Vieja synspila) (ยังไม่แน่ชัด), ปลานกแก้วร่วมกับปลาหมอสีอเมริกาสายแท้ (ยังไม่แน่ชัด)

ชื่ออื่น: หลอฮั่น, ปลาหมอครอสบรีด

อุณหภูมิ
28–30°C
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Cá La Hán: Nguồn gốc, đặc điểm, các loại đẹp và cách nuôi – Eva.vn (ภาษาเวียดนาม): 25–30°C
  • Hướng dẫn cách nuôi La Hán cho newbie từ A->Z – Diễn đàn cá cảnh (ภาษาเวียดนาม): 28–30°C
pH
7–7.8
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Cá La Hán: Nguồn gốc, đặc điểm, các loại đẹp và cách nuôi – Eva.vn (ภาษาเวียดนาม): 6.5–7.8
  • Hướng dẫn cách nuôi La Hán cho newbie từ A->Z – Diễn đàn cá cảnh (ภาษาเวียดนาม): 7–8
ขนาด
25–30 cm
ตู้ขั้นต่ำ
80 cm
แต่ละแหล่งระบุค่าต่างกัน
  • Cá La Hán: Nguồn gốc, đặc điểm, các loại đẹp và cách nuôi – Eva.vn (ภาษาเวียดนาม): 60 cm
  • Hướng dẫn cách nuôi La Hán cho newbie từ A->Z – Diễn đàn cá cảnh (ภาษาเวียดนาม): 80 cm

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 9 แหล่ง (ผู้เพาะพันธุ์ บทความ เว็บบอร์ด) แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่ อัปเดตเมื่อ 29/10/2026

รูปภาพ ปลาหมอสี (Flowerhorn)

ดูรูปภาพทั้งหมด 16 รูป →

สรุป

ปลาหมอสี (Flowerhorn) เป็นปลาลูกผสมที่เพาะขึ้นในมาเลเซียราวกลางทศวรรษ 1990 พ่อแม่พันธุ์ที่แน่ชัดคือปลาหมอไตรมาร์ค (Amphilophus trimaculatus) ส่วนสายพันธุ์อื่นที่ร่วมผสม เช่น ปลาหมอเรดเดวิลและปลานกแก้ว ยังไม่มีข้อยุติ

ปลาโตได้ราว 25–30 ซม. ดุและหวงถิ่นมาก จึงมักเลี้ยงเดี่ยว ต้องการน้ำอุ่นและเปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอ

ก่อนซื้อควรรู้ว่าโหนกหัวใหญ่พบในตัวผู้ ลักษณะเด่นส่วนใหญ่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และลูกปลาที่เพาะออกมามักได้ลักษณะไม่ตรงพ่อแม่

ที่มา

ตามข้อมูลของ Wikipedia ปลาหมอเรดเดวิลและปลาหมอไตรมาร์คถูกนำเข้าจากอเมริกากลางไปยังมาเลเซีย ส่วนปลานกแก้ว (Blood parrot) ซึ่งเป็นปลาลูกผสมจากไต้หวันก็ถูกนำเข้ามาด้วย ทั้งหมดเข้ามาถึงราวปี 1994 แล้วผู้เพาะพันธุ์ในมาเลเซียนำมาผสมกัน มีคำกล่าวว่าเริ่มเพาะตั้งแต่ปี 1993 แต่ Wikipedia ระบุว่าข้อมูลนี้มาจากแหล่งที่เผยแพร่เองและไม่น่าเชื่อถือ

ปลาเริ่มวางขายในมาเลเซียช่วงปลายทศวรรษ 1990 แล้วแพร่ไปทั่วเอเชีย ในมาเลเซียและไต้หวันถือว่าปลาที่มีโหนกหัวใหญ่เป็นปลานำโชค บทความอีกชิ้นระบุว่าปลาออกสู่ตลาดมาเลเซียในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ถึงปี 2000 และกระแสความนิยมเริ่มขยายตัวราวปี 2004 ชื่อเรียกของปลามาจากลวดลายบนลำตัวที่ว่ากันว่าคล้ายอักษรจีน และมีความเชื่อว่าปลานี้นำโชคลาภมาให้

พ่อแม่พันธุ์ที่แท้จริงยังไม่มีข้อสรุป แหล่งข้อมูลแต่ละแห่งกล่าวถึงต่างกันดังนี้

  • ปลาหมอไตรมาร์ค (Amphilophus trimaculatus) เป็นพ่อแม่พันธุ์ที่ค่อนข้างแน่ชัด งานวิจัยปี 2023 ใช้ DNA barcoding ยีน COI ตรวจปลาหมอสี 6 รูปแบบ แล้วไม่พบความแตกต่างจากปลาหมอไตรมาร์ค ผลนี้ชี้ว่าสายแม่น่าจะเป็นไตรมาร์ค แต่การดูเครื่องหมายพันธุกรรมเพียงตัวเดียวยังตัดพ่อแม่พันธุ์อื่นออกไปไม่ได้
  • Nico และคณะ (2007) ซึ่งถูกอ้างถึงในรายงานประเมินความเสี่ยงของสหรัฐอเมริกา สรุปว่าปลากลุ่มนี้น่าจะเป็นลูกผสมของ 'Cichlasoma' trimaculatum หรืออาจเป็นของ Vieja synspila
  • สายพันธุ์อื่นที่ถูกเสนอชื่อแต่ยังไม่ยืนยัน ได้แก่ ปลาหมอเรดเดวิล (Amphilophus labiatus) ปลานกแก้ว ปลาหมอไมดาส (Amphilophus citrinellus) และปลาหมอเรดเฮด (Vieja melanurus) นอกจากนี้บทความหนึ่งระบุว่าเป็นปลานกแก้วผสมกับปลาหมอสีอเมริกาสายแท้

ลักษณะและสายพันธุ์

ตัวผู้จะมีโหนกหัว (ที่ผู้เลี้ยงเรียกว่า "หัวโหนก" หรือ kok) และมีสีสดกว่าตัวเมีย ส่วนตัวเมียมักมีจุดดำที่ครีบหลัง

เวลาดูปลา ผู้เลี้ยงมองหาลักษณะต่อไปนี้

  • โหนกหัวใหญ่
  • หางแผ่เป็นรูปพัด
  • ครีบยาวเรียว
  • ตาไม่โตหรือโปนเกินไป
  • แผ่นปิดเหงือกสั้น

มุกหรือเกล็ดเงาและลายดอกตามลำตัวก็เป็นจุดสำคัญ มุกแบ่งเป็นแบบเม็ด (จุด) และแบบเส้น ผู้เลี้ยงรายหนึ่งในฟอรัมเห็นว่าโหนกหัวส่วนใหญ่มาจากพันธุกรรม การเลี้ยงดูอย่างเดียวสร้างโหนกขึ้นมาเองทั้งหมดไม่ได้

สายพันธุ์ที่มีชื่อเรียก

  • Zhen Zhu (Pearl): หางกลม ปากใหญ่ ตาแดงโปน ลายดอกบนหัวชัด
  • Kamfa: ตาสีขาวหรือเหลือง หางพัด มีโหนกแบบ "น้ำ" ริมฝีปากเล็กกว่า Zhen Zhu
  • King Kamfa: ขึ้นชื่อเรื่องโหนกหัวใหญ่มากและลวดลายหลากหลาย สายนี้เพาะในไทยเป็นหลัก หัวสีแดงบนลำตัวสีเหลืองส้ม ลำตัวลึก
  • Kamfamalau: ได้จากตัวผู้ Kamfa ผสมกับตัวเมีย Malau
  • Red Texas: สีส้มสม่ำเสมอทั้งตัว ลำตัวค่อนข้างแคบและยาว
  • กลุ่มพื้นทอง (Golden base): รวมปลาที่สีซีดเปลี่ยนไปตามวัย (fader) และไตรมาร์คทอง (golden trimac) ส่วน Golden Monkey เป็นสายที่มีราคาสูง
  • Red Phoenix / Fire Phoenix: สีแดงล้วนทั้งตัว

นอกจากนี้ยังมีสายอื่นอีกหลายสาย

  • สายที่ลำตัวกะทัดรัด มีมุกเงาจำนวนมากโดยเฉพาะที่หาง ครีบกางตลอด แต่โหนกหัวมักเล็ก มีรายงานว่าตัวผู้ส่วนใหญ่เป็นหมัน
  • สายที่เกล็ดเหลือบสีเขียว น้ำเงิน หรือเงิน ซึ่งแยกย่อยตามสีพื้น (แดงหรือเขียว) และตามชนิดของมุก
  • สายที่ลำตัวกลม มีมุกสีขาวบนพื้นสีน้ำเงินเข้ม
  • สายที่เกล็ดสีเงินอมฟ้าและไม่มีเส้นมุก

การเลี้ยง

หัวข้อแหล่งข้อมูลที่ 1แหล่งข้อมูลที่ 2
อุณหภูมิ25–30 °C28–30 °C
ค่า pH6.5–7.87–8
ความยาวตู้ขั้นต่ำ60 ซม.80 ซม.

ปลาโตเต็มที่ราว 25–30 ซม. และอาจอยู่ได้นานกว่า 10 ปีถ้าดูแลดี

ตู้และน้ำ

  • ควรเลี้ยงในตู้เปล่าหรือตกแต่งน้อย เพราะไม้น้ำและโพรงหินอาจทำให้ปลาบาดเจ็บ
  • คำแนะนำในฟอรัมบอกให้เลี่ยงกรวด เพราะเศษอาหารจะไปติดค้างอยู่
  • แหล่งหนึ่งแนะนำให้เปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง และมักใส่เกลือสำหรับตู้ปลาเล็กน้อยเพื่อป้องกันแบคทีเรียและปรสิต
  • คำแนะนำในฟอรัมคือเปลี่ยนน้ำราวหนึ่งในสามทุก 4–7 วัน พร้อมดูดของเสียออก และระบุว่าแอมโมเนียเป็นความเสี่ยงสำคัญ
  • น้ำเย็นทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 28 °C ผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์จะงดให้อาหาร เพราะปลาป่วยง่าย

อาหาร

  • ปลากินได้แทบทุกอย่าง เช่น อาหารเม็ด หนอนแดงแช่แข็ง กุ้ง และอาหารเนื้ออื่น ๆ
  • ปลาโตให้อาหารวันละ 2 ครั้ง
  • อาหารเร่งสีจะมีส่วนผสมของแอสตาแซนทินหรือแซนโทฟิลล์
  • ผู้เลี้ยงนิยมใช้กุ้งปอกเปลือกที่แช่แข็งแล้วนำมาละลาย
  • ผู้เลี้ยงเลี่ยงปลาเหยื่อเป็น เพราะอาจนำโรคเข้าตู้
  • ผู้เลี้ยงเลี่ยงการให้อาหารมากเกินไป เพราะทำให้ท้องอืด

เพื่อนร่วมตู้

ปลาหมอสีดุและหวงถิ่นมาก จึงมักเลี้ยงเดี่ยว ผู้เลี้ยงบางคนใช้กระจกเงา หรือเลี้ยงปลาอีกตัวไว้อีกฝั่งของแผ่นกั้นเป็น "ปลาคู่กัด" เพื่อให้ปลาพองโชว์

การเพาะพันธุ์

ตัวผู้ส่วนใหญ่เป็นหมัน ผู้เลี้ยงจึงมักรอให้ตัวผู้โตเต็มวัยราว 8–10 เดือน แล้วจึงลองจับคู่กับตัวเมีย ปลาเริ่มวางไข่ได้ตั้งแต่อายุ 7–8 เดือน แต่จะดีที่สุดหลังอายุราว 10 เดือน

วิธีจับคู่ที่แนะนำ

  • ใช้ตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 1 ตัว
  • เลี่ยงการใช้ปลาพี่น้องกัน
  • ให้ทั้งสองตัวเห็นกันผ่านแผ่นกั้นก่อน

คู่มือการเพาะฉบับหนึ่งระบุว่า

  • น้ำที่ใช้เพาะควรมีอุณหภูมิ 28–31 °C และค่า pH 7.0–7.5
  • ใช้ตู้ขนาดราว 50×40×40 ซม. ให้ปลาวางไข่บนแผ่นกระเบื้องเรียบ
  • ตัวเมียหนัก 0.3–0.4 กก. วางไข่ได้ราว 1,200–1,500 ฟอง
  • ไข่ฟักในราว 48 ชั่วโมง
  • หลังจากนั้น 3 วัน ลูกปลาเริ่มกินไรแดงหรือไข่แดงได้

เนื่องจากเป็นปลาลูกผสม ลูกที่ได้จึงหลากหลาย ปัจจุบันมีมากกว่า 60 สาย และลักษณะต่าง ๆ ถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกได้ไม่แน่นอน ในสาย King Kamfa ลูกปลาที่มีโหนกหัวมีน้อย และการผสมเลือดชิดทำให้พบปลาพิการมากขึ้น ผู้เพาะจึงสลับใช้ตัวเมียหลายตัว

สุขภาพ

โรคและปัญหาที่พบบ่อย

  • โรคหัวเป็นรู (hole-in-head)
  • โรคจุดขาว
  • ทางเดินอาหารอุดตัน
  • ลำไส้ติดเชื้อจากเศษอาหารที่เหลือค้าง
  • เชื้อราขาวขึ้นตามลำตัว

ปลาบางกลุ่มในสายตัวกลมมุกขาวที่ผ่านการผสมเลือดชิดเกิดการเสื่อมของสายพันธุ์ ทำให้หางตกและตัวแคระแกร็น

การเลือกซื้อ

  • ถ้าต้องการโหนกหัวใหญ่ควรเลือกตัวผู้ เพราะตัวเมียมีโหนกน้อยหรือไม่มีเลย
  • ควรซื้อจากพ่อแม่พันธุ์ที่ดี เพราะยีนโหนกหัวถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • เลี่ยงปลาที่หางตก ตัวแคระแกร็น หรือตาโตโปนเกินไป
  • มองหาปลาที่ครีบกางและแผ่นปิดเหงือกสั้น

ประเด็นที่ถกเถียง

ตามข้อมูลของ Wikipedia

  • ในมาเลเซียและสิงคโปร์ มีการปล่อยปลาส่วนเกินและปลาคัดทิ้งลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ปลาเหล่านี้แย่งอาหารและกินปลาท้องถิ่น
  • ผู้วิจารณ์เปรียบการเพาะเพื่อให้ได้รูปร่างผิดปกติของปลาชนิดนี้กับการเพาะปลาทอง
  • มีปลาบางส่วนถูกสักลายก่อนขาย และมีการใช้ฮอร์โมนเร่งสี
  • การเป็นลูกผสมที่มนุษย์สร้างขึ้นทำให้เกิดความกังวลว่าพันธุกรรมของปลาหมอสีสายแท้จะถูกเจือปน
  • ออสเตรเลียห้ามนำเข้า

นอกจากนี้ บทความหนึ่งระบุว่าการผสมเลือดชิดเพื่อให้ได้หัวใหญ่ทำให้สายตัวกลมมุกขาวเสื่อมลง

คำถามที่พบบ่อย

ปลาหมอสีเลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้ไหม

ปลาหมอสีดุและหวงถิ่นมาก จึงมักเลี้ยงเดี่ยว ผู้เลี้ยงบางคนใช้กระจกเงาหรือเลี้ยงปลาอีกตัวไว้อีกฝั่งของแผ่นกั้นเพื่อให้ปลาพองโชว์

ควรใช้น้ำอุณหภูมิเท่าไร

แหล่งข้อมูลให้ช่วงต่างกัน แหล่งหนึ่งบอก 25–30 °C อีกแหล่งบอก 28–30 °C ผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์จะงดให้อาหารเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 28 °C เพราะน้ำเย็นทำให้ระบบย่อยมีปัญหาและปลาป่วยง่าย

เลี้ยงให้ดีแล้วโหนกหัวจะใหญ่ขึ้นได้ไหม

ผู้เลี้ยงรายหนึ่งเห็นว่าโหนกหัวส่วนใหญ่มาจากพันธุกรรม การเลี้ยงดูอย่างเดียวสร้างโหนกได้ไม่ทั้งหมด จึงควรเลือกตัวผู้ที่มาจากพ่อแม่พันธุ์ดี เพราะตัวเมียมีโหนกน้อยหรือไม่มีเลย

เพาะปลาหมอสีเองแล้วลูกจะเหมือนพ่อแม่ไหม

ไม่แน่นอน เพราะเป็นปลาลูกผสม ลักษณะต่าง ๆ จึงถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกได้ไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ตัวผู้ส่วนใหญ่ยังเป็นหมัน และในสาย King Kamfa ลูกที่มีโหนกหัวก็มีน้อย

ควรใช้ตู้ขนาดเท่าไร

แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุตู้ยาวขั้นต่ำ 60 ซม. อีกแหล่งระบุ 80 ซม. ควรเป็นตู้เปล่าหรือตกแต่งน้อยและไม่ปูกรวด เพราะไม้น้ำกับโพรงหินอาจทำให้ปลาบาดเจ็บ ส่วนกรวดจะเก็บเศษอาหารไว้

แหล่งที่มา

  1. Flowerhorn cichlid – Wikipedia
  2. Category:Flowerhorn cichlid – Wikimedia Commons
  3. Sari et al. 2023, COI barcoding of flowerhorn morphotypes, J. Tropical Biodiversity and Biotechnology
  4. USFWS Ecological Risk Screening Summary – Redhead Cichlid
  5. Cá La Hán: Nguồn gốc, đặc điểm, các loại đẹp và cách nuôi – Eva.vn (ภาษาเวียดนาม)
  6. Hướng dẫn cách nuôi La Hán cho newbie từ A->Z – Diễn đàn cá cảnh (ภาษาเวียดนาม)
  7. Kinh nghiệm và kỹ thuật cho cá La Hán sinh sản – Thái Hoà Aquarium (ภาษาเวียดนาม)
  8. Cá cảnh bạc triệu – VnExpress (ภาษาเวียดนาม)
  9. The most technical standard with how to raise King Kamfa fish – Fishforums