สายพันธุ์ปลาสวยงาม

ปอมปาดัวร์พิเจียนบลัด (Pigeon Blood Discus)

อุณหภูมิ
28–30°C
pH
6.5
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Pigeon Blood Discus Care Guide: Red Body Strain: 6.5–7.2
  • Pigeon Blood Discus – Aquariadise: 6–6.5
ความกระด้าง (dGH)
4–8
ขนาด
15–20 cm

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 10 แหล่ง (ผู้เพาะพันธุ์ บทความ เว็บบอร์ด) แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่ อัปเดตเมื่อ 30/10/2026

รูปภาพ ปอมปาดัวร์พิเจียนบลัด (Pigeon Blood Discus)

สรุป

ปอมปาดัวร์พิเจียนบลัดเป็นสายสีของปลาปอมปาดัวร์ (Symphysodon aequifasciatus) ที่เกิดขึ้นในเอเชียช่วงต้นทศวรรษ 1990 แหล่งหนึ่งระบุว่าพัฒนาขึ้นในประเทศไทย จุดเด่นคือพื้นลำตัวสีอ่อนตัดกับลายสีแดง และแทบไม่มีแถบดำพาดตามแนวตั้ง

แหล่งข้อมูลบอกว่าปลาค่อนข้างแข็งแรง แต่ต้องการน้ำอุ่นประมาณ 28–30 °C และตู้ปลาขนาดใหญ่ เพราะควรเลี้ยงเป็นฝูง

ก่อนซื้อควรดูเรื่องจุดดำ (peppering) ซึ่งเป็นจุดอ่อนหลักของสายนี้ ควรเลือกปลาที่มีจุดดำน้อย สีแดงสะอาด และตาแดง

ที่มา

แหล่งข้อมูลระบุที่มาไว้ไม่ตรงกันทั้งหมด แหล่งหนึ่งบอกว่าปลาสายนี้พัฒนาขึ้นในประเทศไทยโดยผู้เพาะพันธุ์ชื่อคุณกิตติ (Kitti Phanaitthi) และเปิดตัวในช่วงต้นทศวรรษ 1990 อีกแหล่งบอกเพียงว่าเป็นปลากลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในการเพาะพันธุ์ปอมปาดัวร์ของเอเชียในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนชื่อมาจากสีแดงของทับทิมแบบ "pigeon blood"

มีแหล่งหนึ่งกล่าวว่าปลาสายนี้มาจากการผสมระหว่างตัวผู้สายเทอร์ควอยซ์ลายเส้น (striped turquoise) จากสาย Schmidt-Focke กับตัวเมียสายเรดเทอร์ควอยซ์ (red turquoise) ข้อมูลนี้เป็นเพียงคำบอกเล่า แหล่งเดียวกันระบุว่าคุณกิตติได้นำปลาไปแสดงที่งาน Aquarama ในปี 1991 และหลังจากนั้นปลาก็แพร่หลายไปทั่วโลก

ในกระทู้ฟอรัม ผู้โพสต์คนหนึ่งเล่าว่าชื่อภาษาอังกฤษเกิดขึ้นทีหลังชื่อภาษาไทย อีกคนมองว่าชื่อนี้เป็นเพียงชื่อทางการตลาดของปลาสีแดงเข้ม แหล่งข้อมูลอีกแหล่งระบุว่าปลาพิเจียนบลัดรูปแบบดั้งเดิมไม่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เพราะถูกนำไปผสมกับปอมปาดัวร์สายอื่นอีกหลายสาย

ลักษณะและสายพันธุ์ย่อย

  • พื้นลำตัวมีตั้งแต่สีขาวถึงสีครีม หรือสีส้มแดง มีลายเส้นหรือลายหินอ่อนสีแดง แถบดำแนวตั้งมีน้อยมากหรือไม่มีเลย และตาเป็นสีแดงเข้ม
  • ปลาสายพิเจียนไม่เปลี่ยนเป็นสีเข้มและไม่ขึ้นแถบแนวตั้งตามปกติเมื่ออยู่ในที่ใหม่ ปลาเล็กขนาด 5–7 ซม. ก็มีสีเหมือนปลาโตแล้ว
  • จุดดำ (peppering) คือเม็ดสีเมลานินที่กระจายเป็นจุดดำเล็ก ๆ ไม่สม่ำเสมอ และเกี่ยวข้องกับยีนกลายพันธุ์ของสายพิเจียน การเลี้ยงดูที่ดีช่วยให้จุดดำมีน้อยที่สุดได้ แต่กำจัดยีนนี้ออกไปไม่ได้
  • ปลารุ่นแรกมีจุดดำมาก ปัจจุบันปลาที่ถือว่าดีคือปลาที่มีจุดดำน้อย สีแดงเข้มกว่า และมีสีขาวมากกว่า

สายที่สืบเชื้อสายมาจากพิเจียนบลัดดั้งเดิม เช่น Red Melon, Marlboro Red และ Red Passion อีกสายหนึ่งคือ Pigeon Blood Panda ซึ่งเป็นแบบเรดเทอร์ควอยซ์ พื้นสีแดง มีจุดสีเทอร์ควอยซ์เรียงเป็นตารางหมากรุก และครีบหลังกับครีบก้นเป็นสีดำบางส่วน แหล่งข้อมูลระบุว่าพิเจียนบลัดมีหลายสิบแบบ และแต่ละฟาร์มตั้งชื่อกันเอง ชื่อสายจึงไม่เป็นมาตรฐาน

การเลี้ยง

หัวข้อข้อมูล
อุณหภูมิ28–30 °C (สองแหล่งให้ค่าตรงกัน)
ค่า pHแหล่งหนึ่งให้ 6.5–7.2 อีกแหล่งให้ 6–6.5 ซึ่งไม่ตรงกัน
ความกระด้าง (GH)4–8
ขนาดโตเต็มที่15–20 ซม.

แหล่งหนึ่งแนะนำให้เลี้ยงเป็นฝูง 4–6 ตัว ในตู้ปลาที่วงจรไนโตรเจนสมบูรณ์แล้ว ตู้ควรมีขนาดอย่างน้อยประมาณ 190 ลิตร (50 แกลลอนสหรัฐ) สำหรับปลาตัวแรก และเพิ่มอีกประมาณ 38 ลิตร (10 แกลลอน) ต่อปลาแต่ละตัวที่เพิ่มขึ้น ไม้น้ำที่เหมาะ เช่น เฟิร์นใบมะพร้าว (Java fern), อนูเบียส และอเมซอนซอร์ด รวมถึงขอนไม้

ผู้เลี้ยงกลุ่มหนึ่งย้ำว่าปลาต้องการน้ำที่สะอาดมาก

แหล่งข้อมูลระบุว่าฉากหลังสีเข้มอาจทำให้ปลาสายพิเจียนเกิดจุดดำ จึงแนะนำให้ใช้แสงสว่างและฉากหลังสีอ่อนแทน

อาหารปลา: ให้อาหารสด อาหารแช่แข็ง หรืออาหารแห้งแบบฟรีซดราย เช่น ไรทะเล หนอนแดง และไรแดง เสริมด้วยผักบ้าง ปลาโตให้วันละประมาณ 3 ครั้ง ปลาเล็กให้วันละประมาณ 5 ครั้ง ผู้เลี้ยงอีกกลุ่มหนึ่งให้หัวใจวัวบด ไส้เดือนน้ำ และอาหารสำเร็จรูป โดยแบ่งให้ทีละน้อยหลายมื้อ

ปลาที่เลี้ยงร่วมได้: ปลานิสัยสงบ ปลาที่เหมาะเลี้ยงร่วม ได้แก่ คาร์ดินัลเตตร้า นีออนเตตร้า โกลว์ไลท์เตตร้า ปลาขวาน (hatchetfish) และคอริโดรัสสเตอร์ไบ ผู้เลี้ยงบางกลุ่มเตือนว่าไม่ควรเลี้ยงปลาซักเกอร์ (pleco) ร่วมกับปอมปาดัวร์ เพราะซักเกอร์จะดูดเมือกที่ผิวปลา

การเพาะพันธุ์

เพาะพันธุ์ได้เหมือนปอมปาดัวร์ทั่วไป พ่อและแม่ปลาช่วยกันเฝ้าไข่ ไข่ฟักในประมาณ 60 ชั่วโมง และลูกปลากินเมือกจากผิวของพ่อแม่ในช่วง 5–6 วันแรก แหล่งหนึ่งแนะนำให้แยกเพาะในตู้ต่างหากที่ใช้น้ำอ่อนและเป็นกรด (pH 5.5–6)

สายนี้ไม่เคยนิ่ง ลูกปลาจึงแยกลักษณะออกไปคล้ายกับรุ่นพ่อแม่ ในการผสมครั้งแรกได้ลูกเป็นเรดเทอร์ควอยซ์ประมาณครึ่งหนึ่ง และเทอร์ควอยซ์ลายเส้นอีกประมาณครึ่งหนึ่ง

พ่อแม่ปลาสายพิเจียนมักไม่เปลี่ยนเป็นสีเข้มในช่วงเลี้ยงลูก ลูกปลาจึงอาจหาพ่อแม่ไม่เจอ ผู้เลี้ยงบางคนแนะนำให้ใช้ผนังตู้สีขาวหรือสีฟ้าอ่อน หุ้มฟองน้ำสีเข้มด้วยผ้าไนลอนสีขาว และลดระดับน้ำลง ผู้โพสต์คนหนึ่งให้ความเห็นว่าสีของปลาไม่ได้ทำให้เป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้นหรือแย่ลง นิสัยของปลาแต่ละตัวสำคัญกว่า

สุขภาพ

จุดด้อยหลักของสายนี้คือจุดดำ ซึ่งอาจปรากฏเมื่อปลาเครียดหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มืด นอกจากเรื่องนี้แล้ว ปลาสายนี้ถูกอธิบายว่าแข็งแรง อีกแหล่งระบุว่าจุดดำอาจเกิดจากพันธุกรรม ความเครียด และสภาพแวดล้อม

ปอมปาดัวร์โดยทั่วไปเป็นโรคทางเดินอาหารและพยาธิเหงือกได้ง่าย หากไม่รีบรักษา โรคอาจลามไปทั้งฝูง

การเลือกซื้อ

  • เลือกปลาที่มีจุดดำน้อย สีแดงสะอาด และตาแดง แหล่งข้อมูลระบุว่าสายที่ดีซึ่งพัฒนามาจากพิเจียนได้คัดปลาที่มีจุดดำออกไปเกือบหมดแล้ว
  • มีแหล่งหนึ่งระบุว่าปลามักขายเป็นปลาวัยรุ่นขนาด 7–9 ซม. และมักลงขายรวมกับปอมปาดัวร์สีแดง
  • วิธีปรับปลาให้ชินกับตู้ใหม่: ปิดไฟอย่างน้อย 4 ชั่วโมง งดให้อาหารใน 24 ชั่วโมงแรก และค่อย ๆ ปรับน้ำด้วยการหยดน้ำหรือลอยถุง

ประเด็นถกเถียง

นักเลี้ยงในฟอรัมเล่าว่าความนิยมเปลี่ยนไป สมัยก่อนจุดดำเป็นลักษณะที่คนชอบ แต่ตอนนี้คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการแล้ว ผู้โพสต์คนหนึ่งตำหนิผู้เพาะพันธุ์ว่าโปรโมตลักษณะนี้กับผู้ซื้อที่คล้อยตามง่าย นอกจากนี้ยังมีผู้โพสต์อีกคนมองว่าชื่อ "pigeon blood" เป็นเพียงชื่อทางการตลาดของปลาสีแดงเข้ม

คำถามที่พบบ่อย

จุดดำบนตัวปอมพิเจียนบลัดเกิดจากอะไร

แหล่งข้อมูลอธิบายว่าเป็นเม็ดสีเมลานินที่เกี่ยวข้องกับยีนกลายพันธุ์ของสายพิเจียน และอาจเกิดจากความเครียดหรือสภาพแวดล้อมที่มืดร่วมด้วย การเลี้ยงดูที่ดีช่วยให้จุดดำมีน้อยที่สุดได้ แต่กำจัดยีนนี้ออกไปไม่ได้

ควรตั้งอุณหภูมิและค่า pH เท่าไร

สองแหล่งให้อุณหภูมิตรงกันที่ 28–30 °C ส่วนค่า pH แหล่งหนึ่งให้ 6.5–7.2 อีกแหล่งให้ 6–6.5 GH ที่แนะนำคือ 4–8

ต้องใช้ตู้ใหญ่แค่ไหน

แหล่งหนึ่งแนะนำให้เลี้ยงเป็นฝูง 4–6 ตัว ตู้ควรมีขนาดอย่างน้อยประมาณ 190 ลิตรสำหรับปลาตัวแรก และเพิ่มอีกประมาณ 38 ลิตรต่อปลาแต่ละตัวที่เพิ่มขึ้น

ลูกปลาจะออกมาเป็นพิเจียนบลัดทั้งหมดไหม

ไม่แน่นอน เพราะสายนี้ไม่เคยนิ่ง ลูกปลาจึงแยกลักษณะคล้ายรุ่นพ่อแม่ ในการผสมครั้งแรกได้ลูกเป็นเรดเทอร์ควอยซ์ประมาณครึ่งหนึ่ง และเทอร์ควอยซ์ลายเส้นอีกประมาณครึ่งหนึ่ง

เลี้ยงปลาซักเกอร์ร่วมได้ไหม

ผู้เลี้ยงบางกลุ่มเตือนว่าไม่ควรเลี้ยงร่วม เพราะซักเกอร์จะดูดเมือกที่ผิวปอมปาดัวร์ ปลาที่แนะนำให้เลี้ยงร่วม เช่น คาร์ดินัลเตตร้า นีออนเตตร้า ปลาขวาน และคอริโดรัสสเตอร์ไบ

แหล่งที่มา

  1. Pigeon Blood Discus – Aquariadise
  2. Symphysodon 'Pidgeon Blood Panda' – Aquarium Glaser
  3. Pigeon Blood Discus Care Guide: Red Body Strain
  4. Rocky Mountain Discus? – MonsterFishKeepers
  5. Cá dĩa đỏ, bồ câu đẹp size 7-9 – Chợ Tốt (ภาษาเวียดนาม)
  6. Cá dĩa – Mytour (ภาษาเวียดนาม)
  7. 'Peppering' Discus.. what is it? – MonsterFishKeepers
  8. Cá dĩa baby 70 con – Chợ Tốt (ภาษาเวียดนาม)
  9. Pigeon blood discus thread – MonsterFishKeepers
  10. Nông dân Củ Chi nuôi cá dĩa – PLO (ภาษาเวียดนาม)