สายพันธุ์ปลาสวยงาม, สายพันธุ์ของ ปลากัด

ปลากัดคอย (Koi betta)

อุณหภูมิ
25–28°C
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Koi Betta – Aquariadise: 25–28°C
  • Cá Betta Koi Là Cá Gì? Phân Loại, đặc Tính Sống Của Cá Betta Koi (ภาษาเวียดนาม): 24–28°C
pH
6.5–7.5
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Koi Betta – Aquariadise: 6.5–7.5
  • Koi Betta Fish: The Ultimate Care Guide – Tropicflow: 6–8
ความกระด้าง (dGH)
5–15
ขนาด
5–7.6 cm
แต่ละแหล่งระบุค่าต่างกัน
  • Koi Betta – Aquariadise: 7.6 cm
  • Cá Betta Koi Là Cá Gì? Phân Loại, đặc Tính Sống Của Cá Betta Koi (ภาษาเวียดนาม): 5–7 cm
  • Koi Betta Fish: The Ultimate Care Guide – Tropicflow: 6.4–7.6 cm
ตู้ขั้นต่ำ
17–20 cm

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 7 แหล่ง (ผู้เพาะพันธุ์ บทความ เว็บบอร์ด) แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่ อัปเดตเมื่อ 30/10/2026

สรุป

ปลากัดคอยเป็นสายสีของปลากัด (Betta splendens) ที่ได้จากการเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยง ลำตัวสีอ่อนมีแต้มแดง ส้ม และดำคล้ายปลาคาร์พ ลายนี้มาจากยีนมาร์เบิล จึงเป็นปลากลุ่มปลากัดมาร์เบิล

การเลี้ยงเหมือนปลากัดทั่วไป คือใช้ตู้ที่มีฮีตเตอร์ เลี้ยงตัวผู้ตัวเดียว และเปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอ

ก่อนซื้อควรรู้ว่าลายอาจเปลี่ยนไปตามอายุ สีของปลาเล็กจึงยังไม่ใช่สีสุดท้าย และควรดูปลาจริงจากวิดีโอที่ถ่ายในแสงธรรมชาติ

ที่มา

ปลากัดคอยได้มาจากการเพาะพันธุ์ปลากัด (Betta splendens) ในที่เลี้ยง และไม่พบในธรรมชาติ ถือเป็นปลากัดมาร์เบิลรูปแบบหนึ่ง ยีนมาร์เบิลที่ทำให้เกิดลายนี้ได้รับการยกเครดิตให้ Orville Gulley ผู้เพาะพันธุ์ชาวอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1970

ไม่มีบันทึกที่ชัดเจนว่าใครเป็นคนทำปลากัดคอยขึ้นมาเป็นคนแรก และแหล่งข้อมูลก็ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

  • ผู้ขายรายหนึ่งบอกว่ามีปลากัดคอยมาตั้งแต่ก่อนปี 2000 นักสะสมในสหรัฐอเมริกาและไทยเริ่มสนใจตั้งแต่ปี 2002 และปลานี้ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น
  • บล็อกของแบรนด์อาหารปลาแห่งหนึ่งระบุว่าปลากัดคอยพัฒนาขึ้นในไทยจากปลากัดมาร์เบิลหางสั้น (Marble Plakat) ในช่วงต้นทศวรรษ 2010 ราวปี 2012
  • บทความหนึ่งเล่าว่าสีแบบคอยปรากฏขึ้นระหว่างการเพาะปลากัดแฟนซี เมื่อปลาบางตัวเปลี่ยนสีจนมีลายคล้ายปลาคาร์พ
  • คู่มือจากสิงคโปร์ฉบับหนึ่งระบุว่าปลากัดกาแล็กซีคอย (Galaxy Koi) เกิดจากผู้เพาะพันธุ์ในอินโดนีเซียและไทยในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ราวปี 2016–2018

ลักษณะและสายพันธุ์

ปลากัดคอยมีแต้มสีแดง ส้ม และดำบนลำตัวสีอ่อนหรือสีขาว คล้ายปลาคาร์พ สีพื้นอ่อนนี้เป็นชั้นสีใสแบบ cellophane ปลาส่วนใหญ่มักเป็นหางสั้นแบบปลากัดหม้อ (plakat) ตัวผู้สีเข้มกว่าและครีบสวยกว่าตัวเมียเล็กน้อย แต่ก็มีครีบหลายแบบ เช่น หางมงกุฎ (crowntail) ฮาล์ฟมูน (halfmoon) หางคู่ (doubletail) และดัมโบ้ (dumbo)

ลายของปลากัดคอยเกิดจากทรานสโพซอน (transposon) หรือ "ยีนกระโดด" สีจึงอาจย้ายตำแหน่งหรือเข้มขึ้นเมื่อปลาโตขึ้น ปลาเล็กใช้เวลาราว 5–6 เดือนกว่าสีจะขึ้นเต็มที่

แหล่งข้อมูลหนึ่งกำหนดเกณฑ์ปลาสวยไว้ว่าพื้นสีอ่อนควรมีอย่างน้อย 30% ของลำตัว และแต้มสีส้ม แดง และดำควรมีขอบชัด

ชื่อสายที่พบบ่อย

  • กาแล็กซีคอย (Galaxy koi): ลายคอยที่มีเกล็ดแวววาวแบบเมทัลลิกหรือเหลือบสี แหล่งข้อมูลหนึ่งบอกว่าเหลือบเป็นสีฟ้าอมม่วง บทความหนึ่งระบุว่าได้จากการผสมปลากัดคอยกับปลากัดแฟนซี
  • นีโม่ (Nemo): บทความหนึ่งระบุว่าเป็นปลาที่มีสีส้ม แดง และเหลืองเป็นหลักร่วมกับลายมาร์เบิล อีกแหล่งบอกว่าเป็นชื่อเรียกไม่เป็นทางการของลายส้มสลับขาวที่คล้ายปลาการ์ตูน
  • ทันโจคอย (Tancho koi): ตัวสีขาว มีจุดแดงบนหัวคล้ายธงชาติญี่ปุ่น
  • คอยแคนดี้ (Koi candy): เกล็ดมีชั้นสีเมทัลลิก เดิมเรียกว่าแฟนซีคอย (fancy koi)
  • ไทเกอร์คอย (Tiger koi): ตัวสีเหลือง มีลายดำคล้ายเสือ

แหล่งข้อมูลหนึ่งแบ่งปลากัดคอยเป็น 5 สาย ได้แก่ Standard Koi, Koi Nemo, Koi Galaxy, Koi Nemo Galaxy (หายากที่สุด) และ Fancy Koi (หลากสีแบบสุ่ม) ชื่อ Fancy Koi ในรายการนี้จึงหมายถึงปลาคนละแบบกับแหล่งที่บอกว่า fancy koi เป็นชื่อเดิมของคอยแคนดี้ ร้านแห่งหนึ่งขายปลาในชื่อ Galaxy Koi Red, Plakat, Tangerine, Nemo, Candy, Traditional และ Dumbo Ear ชื่อสายจึงยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

การเลี้ยง

หัวข้อค่าที่แหล่งข้อมูลให้ไว้
อุณหภูมิ25–28 °C หรือ 24–28 °C ขึ้นกับแหล่งข้อมูล
ค่า pH6.5–7.5 หรือ 6–8 ขึ้นกับแหล่งข้อมูล
ความกระด้าง (GH)5–15
ขนาดตัวโตเต็มที่ราว 5–7 ซม., 6.4–7.6 ซม. หรือราว 7.6 ซม. ขึ้นกับแหล่งข้อมูล

ถ้าเลี้ยงปลากัดตัวเดียว ควรใช้ตู้ปลาที่มีฮีตเตอร์และจุน้ำอย่างน้อยราว 19 ลิตร ถ้าเลี้ยงรวมกับปลาอื่นควรใช้ตู้ราว 57 ลิตร ควรเปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละ 30% ด้วยน้ำที่กำจัดคลอรีนแล้ว และปรับระบบกรองให้น้ำไหลเบา

ห้ามเลี้ยงตัวผู้สองตัวไว้ด้วยกัน เพราะตัวผู้จะกัดกันและบางครั้งกัดกันจนตาย ถ้าจำเป็นต้องมีปลาอื่นอยู่ด้วย ควรเลือกชนิดที่นิสัยสงบ เช่น ปลาแพะ (Corydoras) หอยเนอไรต์ หอยมิสทรี กุ้งตัวใหญ่ Otocinclus หรือปลาซิวตัวเล็ก และควรเลี่ยงปลาที่ชอบตอดครีบ

อาหารหลักคืออาหารเม็ดสำหรับปลากัด เสริมด้วยอาหารสดหรืออาหารแช่แข็ง เช่น ไรทะเล หนอนแดง ไรแดง และลูกน้ำ แหล่งข้อมูลอีกแห่งระบุว่าผู้เลี้ยงบางส่วนให้อาหารสด เช่น ไส้เดือนน้ำและลูกน้ำ และใช้อาหารเม็ดเมื่อหาอาหารสดไม่ได้

การเพาะพันธุ์

ปลากัดคอยเพาะพันธุ์ได้เหมือนปลากัดทั่วไป ตัวผู้จะก่อหวอด เมื่อวางไข่เสร็จให้แยกตัวเมียออก และแยกตัวผู้ออกเมื่อลูกปลาว่ายน้ำได้เองแล้ว ที่อุณหภูมิ 27 °C ไข่จะฟักภายใน 24–36 ชั่วโมง เริ่มให้อินฟูโซเรียตั้งแต่วันที่ 3 และให้ไรทะเลตั้งแต่วันที่ 7

ลายของปลากัดคอยมาจากยีนมาร์เบิล ลูกปลาจึงออกมาไม่เหมือนกัน และลายของปลาเล็กยังเปลี่ยนได้อีก ปลาที่ดูเป็นนีโม่สวยตอนอายุ 6 เดือนอาจกลายเป็นสีแดงหรือดำเกือบทั้งตัวเมื่ออายุ 12 เดือน การเพาะให้ได้สีและครีบที่ดีต้องอาศัยความรู้เรื่องพันธุกรรมของสีปลากัด

สุขภาพ

มีผู้กล่าวว่าการคัดพันธุ์ทำให้ปลากัดคอยเป็นโรคครีบเปื่อย มีปัญหากระเพาะลม และเป็นเนื้องอกได้ง่ายกว่าปลากัดทั่วไป อย่างไรก็ตาม ก้อนนูนบางก้อนเป็นแผลหรือการติดเชื้อ ไม่ใช่เนื้องอก จึงควรตรวจดูปลาระหว่างกักโรคก่อน

ปัญหาอื่นที่พบบ่อย

  • สีซีดและไม่กินอาหารเมื่อปลาเครียด
  • เชื้อราที่ครีบและครีบเปื่อย
  • ท้องบวม
  • กระดูกสันหลังผิดปกติจากอาหารที่ไม่มีคุณภาพ
  • อ้วนและท้องผูกจากการให้อาหารมากเกินไป

ปลากัดคอยมีอายุราว 2–3 ปี

การเลือกซื้อ

  • ซื้อจากผู้ขายที่เชื่อถือได้ ถ้าเป็นไปได้ให้ซื้อจากฟาร์มหรือร้านเฉพาะทางมากกว่าแผงในตลาด
  • ขอดูวิดีโอปลาที่ถ่ายในแสงธรรมชาติ เพราะฟิลเตอร์และการตกแต่งภาพทำให้สีดูสดกว่าตัวจริงได้
  • ค้นข้อมูลชื่อสายก่อนซื้อ เพราะชื่อเรียกหรูที่ตั้งขึ้นเองอาจทำให้ปลาราคาสูงเกินจริง
  • ลายอาจเปลี่ยนไปตามอายุ สีของปลาเล็กจึงยังไม่ใช่สีสุดท้าย

ข้อถกเถียง

ผู้ขายรายหนึ่งเตือนว่ามีร้านที่ตั้งชื่อสายให้ฟังดูพิเศษเกินจริงและตกแต่งภาพหรือวิดีโอ เพื่อขายปลากัดคอยในราคาสูงเกินควร คู่มือจากสิงคโปร์ฉบับหนึ่งเตือนว่าลายมาร์เบิลเปลี่ยนได้ ปลาที่ซื้อมาเป็นนีโม่อาจกลายเป็นสีแดงหรือดำเกือบทั้งตัวในภายหลัง ส่วนเว็บไซต์ด้านการเลี้ยงปลาแห่งหนึ่งเชื่อมโยงการคัดพันธุ์ปลากัดคอยกับเนื้องอก ปัญหาครีบ และปัญหากระเพาะลมที่พบมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ลายของปลากัดคอยเปลี่ยนได้จริงหรือไม่

เปลี่ยนได้ ลายมาจากยีนมาร์เบิลและทรานสโพซอน สีจึงอาจย้ายตำแหน่งหรือเข้มขึ้นตามอายุ แหล่งข้อมูลหนึ่งยกตัวอย่างว่าปลาที่ดูเป็นนีโม่สวยตอนอายุ 6 เดือนอาจกลายเป็นสีแดงหรือดำเกือบทั้งตัวเมื่ออายุ 12 เดือน

เลี้ยงปลากัดคอยในตู้ขนาดเท่าไร

ถ้าเลี้ยงตัวเดียว ควรใช้ตู้ที่มีฮีตเตอร์และจุน้ำอย่างน้อยราว 19 ลิตร ถ้าเลี้ยงรวมกับปลาอื่นควรใช้ตู้ราว 57 ลิตร

เลี้ยงปลากัดคอยรวมกับปลาอื่นได้หรือไม่

ห้ามเลี้ยงตัวผู้รวมกัน ถ้าจำเป็นต้องมีปลาอื่นอยู่ด้วย ควรเลือกชนิดที่นิสัยสงบ เช่น ปลาแพะ (Corydoras) หอยเนอไรต์ หอยมิสทรี กุ้งตัวใหญ่ Otocinclus หรือปลาซิวตัวเล็ก และควรเลี่ยงปลาที่ชอบตอดครีบ

ปลากัดคอยต้องใช้เวลานานเท่าไรสีจึงจะขึ้นเต็มที่

ปลาเล็กใช้เวลาราว 5–6 เดือนกว่าสีจะขึ้นเต็มที่

ปลากัดคอยมีอายุกี่ปี

ราว 2–3 ปี

แหล่งที่มา

  1. Koi Betta – Aquariadise
  2. Koi Betta Fish: The Ultimate Care Guide – Tropicflow
  3. Koi Betta Là Gì? Cách Nhận Dạng Koi – Bettasales (ภาษาเวียดนาม)
  4. Cách phân biệt các dòng cá Betta Koi – Wiki Cá Cảnh (ภาษาเวียดนาม)
  5. Cá Betta Koi Là Cá Gì? Phân Loại, đặc Tính Sống Của Cá Betta Koi (ภาษาเวียดนาม)
  6. Nemo Betta Strain Care Guide: Multi Color Pattern Heritage – gensou.sg
  7. Galaxy Koi Betta Strain Care Guide: Marble Pattern Heritage – gensou.sg