สายพันธุ์ปลาสวยงาม, สายพันธุ์ของ กุ้งเชอร์รี่

กุ้งบลูเวลเวท (Blue Velvet Shrimp)

อุณหภูมิ
22–28°C
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Blue velvet shrimp | Neocaridina davidi "Blue Velvet" care & info – The Shrimp Farm: 18–29°C
  • Blue Velvet Shrimp – Care Guide (Aquatic Arts): 22–28°C
  • Tép Blue Dream - Blue Velvet Shrimp (Shurinmall) (ภาษาเวียดนาม): 22–30°C
pH
6.5–7.8
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Blue velvet shrimp | Neocaridina davidi "Blue Velvet" care & info – The Shrimp Farm: 6.2–8
  • Blue Velvet Shrimp – Care Guide (Aquatic Arts): 6.4–8
  • Tép Blue Dream - Blue Velvet Shrimp (Shurinmall) (ภาษาเวียดนาม): 6.5–7.8
ความกระด้าง (dGH)
6–8
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
  • Blue velvet shrimp | Neocaridina davidi "Blue Velvet" care & info – The Shrimp Farm: 4–8
  • Blue Velvet Shrimp – Care Guide (Aquatic Arts): 4–14
  • Tép Blue Dream - Blue Velvet Shrimp (Shurinmall) (ภาษาเวียดนาม): 6–10
ขนาด
2–5 cm
แต่ละแหล่งระบุค่าต่างกัน
  • Blue Velvet Shrimp – Care Guide (Aquatic Arts): 3.2–5 cm
  • Tép Blue Dream - Blue Velvet Shrimp (Shurinmall) (ภาษาเวียดนาม): 2–3 cm
ตู้ขั้นต่ำ
40 cm

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 7 แหล่ง (ผู้เพาะพันธุ์ บทความ เว็บบอร์ด) แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่ อัปเดตเมื่อ 30/10/2026

รูปภาพ กุ้งบลูเวลเวท (Blue Velvet Shrimp)

สรุป

กุ้งบลูเวลเวทเป็นสายสีน้ำเงินของกุ้ง Neocaridina davidi ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับกุ้งเรดเชอร์รี่ มีแหล่งกำเนิดที่ไต้หวัน แต่ไม่มีบันทึกที่ชัดเจนว่าพัฒนาขึ้นมาอย่างไร

โดยรวมเป็นกุ้งที่ทนทานและเลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ได้ง่าย แต่ไวต่อแอมโมเนีย ไนไตรต์ และทองแดง จึงต้องเลี้ยงในตู้ที่ผ่านวงจรไนโตรเจนครบแล้วและค่าน้ำคงที่

กุ้งสีน้ำเงินในกลุ่ม Neocaridina หลายสายหน้าตาคล้ายกันและมักติดป้ายชื่อผิด ก่อนซื้อจึงควรดูสีจากทั้งฝูงจริงหรือดูจากวิดีโอ

ที่มา

กุ้งบลูเวลเวทเป็นสายสีหนึ่งของ Neocaridina davidi ซึ่งเป็นกุ้งชนิดเดียวกับที่ให้กำเนิดกุ้งเรดเชอร์รี่ แหล่งข้อมูลระบุว่ามาจากไต้หวัน แต่ไม่ได้ระบุปีหรือชื่อผู้เพาะ มีแหล่งข้อมูลหนึ่งที่ระบุว่าสีน้ำเงินนี้คัดพันธุ์ขึ้นครั้งแรกที่ไต้หวัน

ส่วนกุ้งตั้งต้นที่ใช้นั้น แต่ละแหล่งให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

  • แหล่งหนึ่งบอกว่าบลูเวลเวทคัดมาจากกุ้งบลูคาร์บอนริลี ส่วนบลูดรีมคัดมาจาก Neocaridina สีช็อกโกแลต
  • Flip Aquatics บอกว่าสีน้ำเงินได้มาจากกุ้ง Red Rili
  • Aquatic Arts บอกว่าคัดมาจากกุ้งสายป่าแบบเดียวกับกุ้งซากุระเรดเชอร์รี่ แต่ประวัติการพัฒนาสายนี้แทบไม่มีบันทึกไว้

สรุปได้ว่าที่มาอย่างละเอียดของสายนี้ยังไม่ชัดเจน

ลักษณะและสายย่อย

ลำตัวเป็นสีน้ำเงินสด และสีน้ำเงินคลุมลำตัวเป็นส่วนใหญ่ ตัวเมียตัวใหญ่กว่าและสีน้ำเงินเข้มกว่า ส่วนตัวผู้ตัวเล็กกว่าและสีอ่อนกว่า ขนาดตัวที่แหล่งข้อมูลให้ไว้ไม่ตรงกัน แหล่งหนึ่งให้ 3.2–5 ซม. อีกแหล่งให้ 2–3 ซม.

เรื่องการจัดเกรด กุ้งเกรดสูงจะมีสีเข้มจัดกว่า ส่วนกุ้งที่ตัวเกือบใสถือเป็นเกรดต่ำสุด แต่เกรดสูงไม่ได้แปลว่ากุ้งแข็งแรงกว่า ความเข้มของสีต่างกันไปตามแต่ละตัว ตามเพศ และตามแสง จึงควรดูจากทั้งฝูงหรือดูวิดีโอ ไม่ควรตัดสินจากรูปเดียว สีน้ำเงินจะดูสดที่สุดเมื่อเลี้ยงในแสงน้อยบนวัสดุปูพื้นสีเข้ม

สายย่อยและสายที่ใกล้เคียงกัน

  • บลูดรีม (Blue Dream): ตั้งใจให้เป็นสีน้ำเงินทึบกว่า แต่บางครั้งดูแทบไม่ต่างจากบลูเวลเวท ร้านค้าแห่งหนึ่งขายสองชื่อนี้รวมเป็นสินค้าเดียว คือกุ้งสีน้ำเงินกลางถึงเข้ม
  • Dream Blue Velvet และ Sky Blue Velvet: Aquatic Arts ขายแบบสีเข้มกว่าและแบบสีอ่อนกว่าภายใต้สองชื่อนี้
  • สายสีน้ำเงินอื่นที่หน้าตาคล้ายกัน ได้แก่ บลูเพิร์ล บลูเจลลี่ บลูไทเกอร์ และบลูริลี

การเลี้ยง

แหล่งหนึ่งแนะนำว่าตู้ปลาควรจุอย่างน้อยประมาณ 19 ลิตร (5 แกลลอนสหรัฐ) และถ้าเป็นมือใหม่ ตู้ที่ใหญ่กว่านี้จะเลี้ยงได้ง่ายกว่า อีกแหล่งระบุขนาดตู้ไว้ที่ 40 ซม. ตู้ต้องผ่านวงจรไนโตรเจนครบแล้ว แอมโมเนียและไนไตรต์เป็นศูนย์ และไนเตรตต่ำ

ค่าน้ำช่วงที่แหล่งข้อมูลแนะนำ
อุณหภูมิ18–29 °C, 22–28 °C หรือ 22–30 °C (แล้วแต่แหล่ง)
ค่า pH6.2–8, 6.4–8 หรือ 6.5–7.8 (แล้วแต่แหล่ง)
ความกระด้าง (GH)4–8, 4–14 หรือ 6–10 (แล้วแต่แหล่ง)
KH3–15
TDS150–250

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ฮีตเตอร์ ยกเว้นในกรณีที่อุณหภูมิขึ้นลงมาก

เรื่องอาหาร การให้อาหารมากเกินไปเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อย ในตู้ที่เซ็ตมานานจนมีไบโอฟิล์มแล้ว อาจแทบไม่ต้องให้อาหารเสริม ต้องระวังทองแดงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมาจากยา ปุ๋ยไม้น้ำ หรือคอปเปอร์ซัลเฟตที่ผสมอยู่ในอาหารปลา

กุ้งชนิดนี้นิสัยสงบและไม่กินไม้น้ำ จึงเหมาะกับตู้มอส ตู้นาโน และตู้เลี้ยงกุ้งล้วน

  • เลี้ยงร่วมได้: กุ้งแคระชนิดอื่น ปลาแพะ (Corydoras) ปลาซักเกอร์แคระ (Otocinclus) ปลาหางนกยูง ปลาเตตร้าตัวเล็ก และหอย
  • ควรหลีกเลี่ยง: ปลาเทวดา ปลากัด ปลาหมอสี ปลากระดี่ ปลาทอง ปลาแคทฟิชตัวใหญ่ และกุ้งเครย์ฟิช
  • ไม่ควรเลี้ยงรวมกับกุ้งกลุ่ม Caridina เพราะต้องการค่าน้ำต่างกัน

การเพาะพันธุ์

ขยายพันธุ์ได้ง่าย ตัวเมียอุ้มไข่ครั้งละ 30–50 ฟอง ไข่ฟักในราว 30 วัน ลูกกุ้งที่ออกมามีรูปร่างเหมือนตัวเต็มวัยขนาดจิ๋ว ไม่มีระยะตัวอ่อน และโตเต็มวัยในประมาณ 3 เดือน ลูกกุ้งอยู่ในตู้หลักได้ถ้าครอบปากดูดของระบบกรองด้วยฟองน้ำ

ถ้าเลี้ยงรวมกับ Neocaridina สีอื่น อาจได้ลูกสีน้ำตาลแบบสายป่า และลูกที่เกิดจากสายผสมก็คาดเดาสีได้ยาก จึงควรเลี้ยงแค่สายสีเดียวต่อตู้เพื่อรักษาสีน้ำเงินให้คงที่ การคัดพันธุ์ต่อเนื่องจะช่วยให้สีดีขึ้นในแต่ละรุ่น

สุขภาพ

โดยรวมเป็นกุ้งที่ทนทาน แต่ไวต่อแอมโมเนียและไนไตรต์ จึงต้องรักษาค่าน้ำให้คงที่ ทองแดงในทุกรูปแบบเป็นพิษต่อกุ้งชนิดนี้ และไม่ควรปรับค่าน้ำไปมาบ่อย ๆ เพื่อเร่งให้สีน้ำเงินเข้มขึ้น

การเลือกซื้อ

กุ้ง Neocaridina สีน้ำเงินหลายสายหน้าตาคล้ายกันและมักติดป้ายชื่อผิดตามร้านทั่วไป จึงควรซื้อจากร้านที่ขายกุ้งโดยเฉพาะหรือจากผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์ ให้ดูสีจากฝูงจริงหรือจากวิดีโอแทนรูปเดียว ลูกกุ้งตัวเล็กอาจมีสีเข้มขึ้นหลังจากปรับตัวเข้ากับตู้ได้แล้ว ลูกกุ้งที่ยังสีอ่อนจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเกรดต่ำเสมอไป และควรจำไว้ว่าเกรดสีสูงไม่ได้รับประกันว่ากุ้งแข็งแรงกว่า

ประเด็นถกเถียง

มีรายงานว่า Neocaridina davidi ที่หลุดออกมาจากวงการปลาสวยงามได้ตั้งประชากรในธรรมชาติแล้วในแหล่งน้ำอุ่นที่ได้รับน้ำร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ ในเยอรมนี ฮังการี และสโลวาเกีย นักวิจัยคาดว่าจะแพร่กระจายต่อไปอีก และยังพบปรสิตกลุ่มไมโครสปอริเดียในประชากรเหล่านี้

งานของ Plichta และคณะ (2021) จัดให้ N. davidi ที่เลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามเป็นชนิดที่อาจกลายเป็นชนิดพันธุ์รุกราน และพบว่าแต่ละสายสีชอบพื้นหลังต่างกัน ซึ่งอาจมีผลต่อโอกาสที่แต่ละสายสีจะตั้งประชากรในธรรมชาติได้

คำถามที่พบบ่อย

บลูเวลเวทกับบลูดรีมต่างกันอย่างไร

บลูดรีมตั้งใจให้เป็นสีน้ำเงินทึบกว่า แต่บางครั้งดูแทบไม่ต่างจากบลูเวลเวท และมีร้านค้าที่ขายสองชื่อนี้รวมเป็นสินค้าเดียว มีแหล่งข้อมูลหนึ่งที่บอกว่าสองสายนี้คัดมาจากกุ้งตั้งต้นต่างกัน (บลูคาร์บอนริลีกับ Neocaridina สีช็อกโกแลต) แต่เป็นข้อมูลจากแหล่งเดียว และแหล่งอื่นให้ที่มาของสีน้ำเงินไม่ตรงกัน

ต้องใช้ฮีตเตอร์ไหม

โดยทั่วไปไม่จำเป็น ยกเว้นในกรณีที่อุณหภูมิขึ้นลงมาก ช่วงอุณหภูมิที่แหล่งข้อมูลแนะนำต่างกันไป ได้แก่ 18–29 °C, 22–28 °C และ 22–30 °C

เลี้ยงรวมกับกุ้งสีอื่นได้ไหม

ถ้าเป็น Neocaridina สีอื่น อาจผสมกันจนได้ลูกสีน้ำตาลแบบสายป่าหรือสีที่คาดเดาไม่ได้ จึงควรเลี้ยงสายสีเดียวต่อตู้ ส่วนกุ้งกลุ่ม Caridina ไม่ควรเลี้ยงรวมเพราะต้องการค่าน้ำต่างกัน

ทำไมกุ้งที่ซื้อมาสีอ่อนกว่าในรูป

ความเข้มของสีต่างกันไปตามแต่ละตัว ตามเพศ และตามแสง ตัวผู้สีอ่อนกว่าตัวเมีย และลูกกุ้งอาจมีสีเข้มขึ้นหลังจากปรับตัวได้แล้ว สีน้ำเงินจะดูสดที่สุดเมื่อเลี้ยงในแสงน้อยบนวัสดุปูพื้นสีเข้ม

อะไรที่ทำให้กุ้งตายบ่อย

ที่พบบ่อยคือการให้อาหารมากเกินไป แอมโมเนียหรือไนไตรต์ในตู้ที่ยังผ่านวงจรไนโตรเจนไม่ครบ และทองแดงจากยา ปุ๋ย หรืออาหารที่ผสมคอปเปอร์ซัลเฟต

แหล่งที่มา

  1. Blue velvet shrimp | Neocaridina davidi "Blue Velvet" care & info – The Shrimp Farm
  2. Blue Velvet Shrimp – Care Guide (Aquatic Arts)
  3. Tép Blue Dream - Blue Velvet Shrimp (Shurinmall) (ภาษาเวียดนาม)
  4. Invisible invaders: range expansion of feral Neocaridina davidi (Biological Invasions, 2024)
  5. Plichta et al. 2021, Animals – colour morphs of Neocaridina davidi and substratum preference
  6. Blue Velvet – Flip Aquatics
  7. Blue Velvet Shrimp Care, Information & Pictures