สายพันธุ์ปลาสวยงาม, สายพันธุ์ของ ปลาหางนกยูง
หางนกยูงคอย (Koi Guppy)
ชื่ออื่น: ปลาหางนกยูงคอย
- อุณหภูมิ
- 24–27°C
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
- Guppy Koi – Wiki Cá Cảnh (ภาษาเวียดนาม): 22–28°C
- Koi Guppy Care: Tank Mates, Diet & Breeding Guide – fishstores.org: 17–28°C
- Cá Bảy Màu Guppy Koi: Tổng Quan – trunghao.com (ภาษาเวียดนาม): 24–27°C
- pH
- 7–7.5
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
- Guppy Koi – Wiki Cá Cảnh (ภาษาเวียดนาม): 6.5–7.5
- Koi Guppy Care: Tank Mates, Diet & Breeding Guide – fishstores.org: 7–8
- Cá Bảy Màu Guppy Koi: Tổng Quan – trunghao.com (ภาษาเวียดนาม): 6.8–7.5
- ความกระด้าง (dGH)
- 9–12
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
- Koi Guppy Care: Tank Mates, Diet & Breeding Guide – fishstores.org: 9–30
- Cá Bảy Màu Guppy Koi: Tổng Quan – trunghao.com (ภาษาเวียดนาม): 8–12
- ขนาด
- 5 cm
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
- Guppy Koi – Wiki Cá Cảnh (ภาษาเวียดนาม): 2–6 cm
- Koi Tuxedo Guppy – Aquatic Arts: 3.8–5 cm
- Koi Guppy Care: Tank Mates, Diet & Breeding Guide – fishstores.org: 5–6 cm
- ตู้ขั้นต่ำ
- 50 cm
แต่ละแหล่งระบุค่าต่างกัน
- Koi Guppy Care: Tank Mates, Diet & Breeding Guide – fishstores.org: 50 cm
- Guppy Koi – Wiki Cá Cảnh (ภาษาเวียดนาม): 40 cm
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 7 แหล่ง (ผู้เพาะพันธุ์ บทความ เว็บบอร์ด) แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่ อัปเดตเมื่อ 30/10/2026
สรุป
หางนกยูงคอยเป็นสายสีของปลาหางนกยูง (Poecilia reticulata) ที่คัดพันธุ์ในที่เลี้ยง ลำตัวสีขาวหรือซีด มีแต้มสีแดงหรือส้มคล้ายปลาคาร์ป แต่ไม่ใช่ปลาชนิดใหม่และไม่เกี่ยวข้องกับปลาคาร์ปเลย
ตัวที่ลำตัวสีซีดจะแสดงอาการเครียดเร็วเมื่อคุณภาพน้ำแย่ลง จึงต้องดูแลน้ำให้สะอาดและคงที่
ชื่อ "คอย" ไม่มีมาตรฐานกลาง ลูกที่เกิดมาก็ไม่ได้ลายเหมือนพ่อแม่ทุกตัว ถ้าคิดจะเพาะต่อควรขอประวัติสายพันธุ์จากผู้ขาย
ที่มา
หางนกยูงคอยเป็นสายสีของปลาหางนกยูงธรรมดา (Poecilia reticulata) ที่คัดพันธุ์ขึ้นในที่เลี้ยง ไม่ใช่ปลาชนิดแยก ไม่มีรูปแบบที่พบในธรรมชาติ และไม่เกี่ยวข้องกับปลาคาร์ปหรือปลาคอย
คำว่า "คอย" มาจากลักษณะที่คล้ายปลาคาร์ป คือสีแดงหรือส้มบนพื้นขาว บางตัวมีสีดำแซม ชื่อนี้จึงเป็นชื่อเรียกลายในการค้า ไม่ได้บอกที่มา และยังไม่มีบันทึกว่าใครเป็นผู้พัฒนาหรือพัฒนาขึ้นเมื่อไร
มีบทความหนึ่งระบุว่าผู้เพาะพันธุ์ในไทยและมาเลเซียพัฒนาลายนี้ขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 ด้วยการคัดพันธุ์ต่อเนื่องหลายรุ่น แต่ข้อมูลนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
ลักษณะและสายพันธุ์ย่อย
ลำตัวมีสีซีดหรือขาว มีแต้มสีแดงหรือส้มขอบคมชัดที่หัว หลัง หรือหาง หลายสายพัฒนามาจากพื้นเผือก (albino) หรือพื้นตัวใส การทำให้หัวหรือหางแดงสะอาดต้องคัดพันธุ์อย่างตั้งใจ เพราะสีอาจแตกเป็นด่างส้มได้ ในสายที่มียีน Kohaku ปลาทั้งตัวผู้และตัวเมียจะมีหัว หาง และหลังสีแดง ผู้เลี้ยงบางกลุ่มอธิบายหางนกยูงคอยว่าเป็นสายเผือกตาแดง ลำตัวขาว หัวและหางแดง
ตัวที่ดีจะมีสีแดงตัดกับสีขาวชัดเจน ครีบสมบูรณ์ และตาใส ทั้งนี้ผู้เพาะพันธุ์ยังไม่มีมาตรฐานลายร่วมกัน
สายย่อยที่พบบ่อย ได้แก่
- Red koi แต้มแดงหรือส้มบนพื้นขาว เป็นแบบที่พบมากที่สุด
- Red Cap สีแดงอยู่ที่หัวเป็นหลัก
- White koi ตัวขาวเกือบทั้งตัว มีแต้มแดงเล็กน้อย
- Golden / Blonde koi ลายคอยบนพื้นสีทอง
- Albino koi ตาแดง ลำตัวขาวอมชมพู
- Tiger koi มีลายเสือสีดำที่หางหรือครึ่งตัวด้านหลัง
- Koi Cobra สีคอยผสมกับลายหนังงู (cobra)
- Kohaku Koi Tuxedo หัวและหางแดงแบบ Kohaku ส่วนท้ายลำตัวดำแบบทักซิโด้ มักผสมกับลักษณะ Elephant Ear (Dumbo) ที่ตัวผู้มีครีบอกใหญ่และมีสี
- Koi Tuxedo มีทั้งแบบครีบปกติและแบบ Dumbo Ear เฉพาะตัวผู้สาย Dumbo Ear เท่านั้นที่ครีบอกขยายใหญ่ ส่วนตัวเมียมียีนนี้แต่ดูเหมือนปลาทั่วไป
- Koi Red Tuxedo Red Nose ขายในฐานะสายระดับสูง
นอกจากนี้ยังมีชื่อสายอย่าง Albino Koi (ตาแดง), Koi ดำ, King Koi, Koi Red Ear และ Koi Ribbon
การเลี้ยง
แหล่งข้อมูลระบุขนาดโตเต็มที่ไว้ต่างกัน ตั้งแต่ 2–6 ซม., 3.8–5 ซม. ไปจนถึง 5–6 ซม.
ขนาดตู้: แหล่งหนึ่งแนะนำตู้ยาวอย่างน้อย 50 ซม. อีกแหล่งให้ไว้ที่ 40 ซม. ถ้าคิดเป็นปริมาตร ตู้ 10 แกลลอน (ประมาณ 38 ลิตร) พอสำหรับปลา 1 ชุดสามตัว ถ้าเลี้ยงตั้งแต่ 5 ตัวขึ้นไป ตู้ 20 แกลลอนจะดีกว่า อีกแหล่งระบุว่าตู้ขนาด 40×30×30 ซม. เลี้ยงได้ประมาณ 5–7 คู่ ควรใช้กรองฟองน้ำหรือระบบกรองที่น้ำไหลเบา เพื่อไม่ให้ครีบยาวเสียหาย
คุณภาพน้ำ: ค่าที่แต่ละแหล่งแนะนำไม่ตรงกัน
| ค่า | แหล่งที่ 1 | แหล่งที่ 2 | แหล่งที่ 3 |
|---|---|---|---|
| อุณหภูมิ | 22–28 °C | 17–28 °C | 24–27 °C |
| ค่า pH | 6.5–7.5 | 7–8 | 6.8–7.5 |
| ความกระด้าง (GH) | – | 9–30 | 8–12 |
แหล่งหนึ่งแนะนำให้ใช้น้ำกระด้างที่ค่าคงที่ และหลีกเลี่ยงน้ำอ่อนหรือน้ำเป็นกรด เช่น ตู้ที่ใส่ขอนไม้หรือพีท อีกแหล่งแนะนำให้เปลี่ยนน้ำ 20–40% ทุกสัปดาห์ และพักน้ำประปาไว้ 1–2 วันก่อนใช้ ปลาที่ตัวสีซีดจะแสดงอาการเครียดเร็วเมื่อคุณภาพน้ำแย่ลง
อาหาร: ใช้อาหารเม็ดขนาดเล็กเป็นอาหารหลัก อาหารที่มีแคโรทีนอยด์ เช่น แอสตาแซนทิน หรือสาหร่ายสไปรูลินา ช่วยรักษาสีแดง และเสริมด้วยไรทะเลกับไรแดงเป็นครั้งคราว ผู้เลี้ยงบางส่วนให้อาหารสด เช่น ไส้เดือนน้ำ ไรแดง ไรทะเล และลูกน้ำ ร่วมกับอาหารเม็ดจากไทยหรือญี่ปุ่นเพื่อเร่งสี
ปลาที่เลี้ยงร่วมได้: ปลาแพะ (corydoras) ปลาซิวและปลาเตตร้าขนาดเล็ก ปลาออตโต้ และหอย ควรหลีกเลี่ยงปลาที่ชอบกัดครีบ ปลากัด ปลาหมอขนาดใหญ่ ปลาทอง และปลาคาร์ป และไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาเอ็นด์เลอร์ (Endler's livebearer) เพราะผสมข้ามกับปลาหางนกยูงได้
การเพาะพันธุ์
เป็นปลาออกลูกเป็นตัว ตั้งท้องประมาณ 4–6 สัปดาห์ แหล่งหนึ่งระบุว่าตัวเมียออกลูกทุก 28–35 วัน ครั้งละประมาณ 20–40 ตัว อีกแหล่งระบุว่าตัวเมียตัวใหญ่ออกลูกได้ถึง 120–150 ตัว ตัวเมียเก็บน้ำเชื้อไว้ได้นาน 6 เดือนขึ้นไป ปลาพ่อแม่กินลูกปลา จึงควรใช้กล่องแยกคลอดหรือปลูกไม้น้ำหนา ๆ เช่น มอสส์ชวา (Java moss) หรือสาหร่ายหางกระรอก (guppy grass) ให้ลูกปลาหลบ
หางนกยูงคอยไม่ได้ลายเหมือนพ่อแม่ทุกตัว สีคอยถูกควบคุมด้วยยีนหลายตัว ถ้าไม่คัดพันธุ์ สีจะค่อย ๆ เพี้ยนไป การรักษาลายจึงต้องคัดตัวที่ไม่ตรงลายออกและนำปลาสายเลือดใหม่ที่ไม่เป็นญาติกันเข้ามา ส่วนสายเสือหรือปลาที่ผสมกับปลาเอ็นด์เลอร์จะได้ลูกที่มีลักษณะปะปนกัน
สุขภาพ
โรคที่พบบ่อย ได้แก่ พยาธิคาแมลลานัส (Camallanus) พยาธิภายใน โรคครีบเปื่อย และเชื้อรา อีกแหล่งรายงานโรคจุดขาว (ich) โรคครีบเปื่อย และโรคสนิม (velvet) การผสมเลือดชิดอาจทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนลง จึงควรนำปลาสายเลือดใหม่เข้ามาเป็นระยะทุกไม่กี่รุ่น หลังย้ายตู้ปลามักเครียดจนไปหลบนิ่งอยู่ตามมุมตู้ ควรปรับน้ำปลาใหม่อย่างช้า ๆ
การเลือกซื้อ
โดยทั่วไปปลาที่วางขายมีขนาดประมาณ 1.9–3.2 ซม. ควรเลือกตัวที่ว่ายคล่อง ตาใส สีสม่ำเสมอ แดงตัดขาวคมชัด และครีบสมบูรณ์ หลีกเลี่ยงปลาเล็กที่สีซีดเพราะถูกขายตั้งแต่ยังเล็กเกินไป และไม่ควรซื้อจากตู้ที่มีปลาป่วยแม้เพียงตัวเดียว ถ้าจะเพาะพันธุ์ต่อ ควรขอประวัติสายพันธุ์จากผู้ขาย ปลาใหม่ควรกักโรคก่อนลงตู้รวม และปรับน้ำด้วยวิธีหยดน้ำ
ข้อถกเถียง
แหล่งข้อมูลหนึ่งชี้ว่าชื่อ "คอย" ไม่มีมาตรฐานตายตัว ปลาที่หน้าตาคล้ายกันอาจขายในชื่อ Kohaku หรือชื่ออื่น ชื่อบนป้ายจึงไม่ได้รับประกันว่าเป็นสายที่นิ่งแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
หางนกยูงคอยเป็นลูกผสมกับปลาคาร์ปหรือเปล่า
ไม่ใช่ เป็นสายสีของปลาหางนกยูง (Poecilia reticulata) ที่คัดพันธุ์ในที่เลี้ยง ชื่อนี้มาจากสีแดงบนพื้นขาวที่คล้ายปลาคาร์ปเท่านั้น
ควรตั้งอุณหภูมิและค่า pH เท่าไร
แต่ละแหล่งแนะนำต่างกัน อุณหภูมิมีให้ไว้ 22–28 °C, 17–28 °C และ 24–27 °C ส่วนค่า pH มีให้ไว้ 6.5–7.5, 7–8 และ 6.8–7.5 แหล่งหนึ่งแนะนำน้ำกระด้างที่ค่าคงที่ และให้หลีกเลี่ยงน้ำอ่อนหรือน้ำเป็นกรด
เพาะต่อแล้วลูกจะได้ลายคอยเหมือนพ่อแม่ไหม
ไม่ได้ทุกตัว สีคอยถูกควบคุมด้วยยีนหลายตัวและจะเพี้ยนไปถ้าไม่คัดพันธุ์ ต้องคัดตัวที่ไม่ตรงลายออกและนำปลาสายเลือดใหม่ที่ไม่เป็นญาติกันเข้ามาเป็นระยะ
ตู้ขนาดเท่าไรถึงพอ
แหล่งหนึ่งแนะนำตู้ยาว 50 ซม. อีกแหล่งให้ไว้ที่ 40 ซม. ตู้ประมาณ 38 ลิตรพอสำหรับปลา 1 ชุดสามตัว และตู้ 40×30×30 ซม. เลี้ยงได้ประมาณ 5–7 คู่
ทำอย่างไรให้สีแดงสด
ให้อาหารเม็ดเล็กเป็นอาหารหลัก เสริมด้วยอาหารที่มีแอสตาแซนทินหรือสไปรูลินา และให้อาหารสดอย่างไรแดงกับไรทะเลบ้าง ที่สำคัญคือรักษาคุณภาพน้ำ เพราะปลาตัวสีซีดจะแสดงอาการเครียดเร็วเมื่อน้ำแย่ลง
แหล่งที่มา
- Koi guppy – creatures.com
- Guppy Kohaku Koi Tuxedo – Aquarium Glaser (Frank Schäfer, 2021)
- New highly selected guppys: Koi Red Tuxedo Red Nose and Full Black – Aquarium Glaser
- Koi Guppy Care: Tank Mates, Diet & Breeding Guide – fishstores.org
- Guppy Koi – Wiki Cá Cảnh (ภาษาเวียดนาม)
- Cá Bảy Màu Guppy Koi: Tổng Quan – trunghao.com (ภาษาเวียดนาม)
- Koi Tuxedo Guppy – Aquatic Arts