การดูแล · อ่านประมาณ 3 นาที
วิธีกำจัดคลอรีนในน้ำประปาก่อนใส่ตู้ปลา: แต่ละวิธีและวิธีที่ปลอดภัย
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 7 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง
สรุปย่อ
- การประปาเติมคลอรีนหรือคลอรามีนลงในน้ำประปาเพื่อฆ่าเชื้อโรค แต่สำหรับปลาและสัตว์น้ำ แม้มีคลอรีนเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงตายได้ และคลอรามีนก็เป็นพิษมากต่อทั้งปลาน้ำจืดและปลาทะเล
- วิธีหลักคือใส่น้ำยาปรับสภาพน้ำลงในน้ำใหม่ก่อนเติมลงตู้ปลา และดูฉลากให้แน่ใจว่ากำจัดคลอรามีนได้ด้วย หากไม่มีน้ำยา การเป่าอากาศแรงๆ ในถังช่วยไล่คลอรีนได้ แต่การต้ม การใส่เกลือ หรือการพักน้ำในภาชนะเปิดไม่ได้กำจัดคลอรามีน
คลอรีนและคลอรามีนคืออะไร ทำไมต้องกำจัด
การประปาเติมคลอรีนหรือคลอรามีนลงในน้ำประปาเพื่อฆ่าจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย คลอรามีนเกิดจากการรวมกันของคลอรีนกับแอมโมเนีย อยู่ในน้ำได้นานกว่าคลอรีนและสังเกตได้ยากกว่า และเป็นพิษมากต่อปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ทั้งปลาน้ำจืดและปลาทะเล
สำหรับปลาและสัตว์น้ำ แม้มีคลอรีนเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงตายได้ คลอรีนอาจทำลายเยื่อเหงือกที่บอบบาง และปลาชนิดที่อ่อนไหวอาจตายได้ นอกจากนี้คลอรีนยังฆ่าแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในระบบกรอง ซึ่งอาจทำให้ของเสียในน้ำพุ่งสูงขึ้นและปลาป่วยได้
มีข้อมูลระบุว่าในน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาควรมีคลอรามีนต่ำกว่า 0.1 mg/L
วิธีกำจัดคลอรีนและคลอรามีน
| วิธี | คลอรีน | คลอรามีน | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| น้ำยาปรับสภาพน้ำ (ส่วนใหญ่มีโซเดียมไธโอซัลเฟต) | น้ำยาส่วนใหญ่ทำให้หมดฤทธิ์ในราว 2 นาที | น้ำยาส่วนใหญ่ทำให้หมดฤทธิ์ในราว 5 นาที แต่บางชนิดทำไม่ได้เลย | ต้องอ่านฉลากว่ากำจัดคลอรามีนได้หรือไม่ |
| โซเดียมไธโอซัลเฟตบริสุทธิ์ | เปลี่ยนคลอรีนเป็นคลอไรด์ | ทำให้ส่วนที่เป็นคลอรีนหมดฤทธิ์ แต่แอมโมเนียยังเหลืออยู่ | ต้องคอยวัดแอมโมเนีย หรือใช้ผลิตภัณฑ์อื่นจับแอมโมเนีย |
| เป่าอากาศแรงๆ ในถัง | ไล่คลอรีนออกได้ อย่างน้อย 12 ชั่วโมง (แหล่งหนึ่ง) ส่วนกิจกรรมในห้องเรียนของ UF/IFAS ใช้การเป่าอากาศแรงๆ 24 ชั่วโมง | ข้อมูลไม่ได้ระบุ | ใช้เมื่อไม่มีน้ำยาปรับสภาพน้ำ |
| กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) | ประมาณ 2.5 ส่วน ทำให้คลอรีน 1 ส่วนหมดฤทธิ์ | ข้อมูลไม่ได้ระบุ | ที่ความเข้มข้นที่ใช้กำจัดคลอรีนไม่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ สารละลายสลายตัวภายใน 1–2 วัน จึงควรผสมใหม่ทุกครั้ง |
ในกิจกรรมเปรียบเทียบของ UF/IFAS การใช้สารโซเดียมไธโอซัลเฟตควรทำให้วัดคลอรีนไม่พบอีก
ขั้นตอนการใช้น้ำยาปรับสภาพน้ำ
- อ่านฉลากให้แน่ใจว่าน้ำยาที่ใช้ทำให้คลอรามีนหมดฤทธิ์ได้ เพราะบางชนิดทำไม่ได้เลย
- ใช้ตามขนาดที่ผู้ผลิตยี่ห้อนั้นระบุ
- ใส่น้ำยาลงในน้ำใหม่ก่อนเติมลงตู้ปลา หากใส่น้ำยาลงในตู้โดยตรง ให้คำนวณขนาดตามปริมาตรน้ำทั้งตู้ ไม่ใช่เฉพาะน้ำที่เติมใหม่
- น้ำยาส่วนใหญ่ทำให้คลอรีนหมดฤทธิ์ในราว 2 นาที และคลอรามีนในราว 5 นาที
ตัวอย่างขนาดที่ผู้ผลิตระบุสำหรับผลิตภัณฑ์ Prime ของ Seachem คือ 1 ฝา (5 มล.) ต่อน้ำใหม่ 200 ลิตร (50 แกลลอนสหรัฐ) และเกลียวฝาแต่ละเกลียวประมาณ 1 มล. สำหรับน้ำปริมาณน้อย ผู้ผลิตระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้กำจัดได้ทั้งคลอรีนและคลอรามีน ลดพิษโลหะหนักที่ระดับที่พบในน้ำประปา และไม่เปลี่ยนค่า pH เฉพาะผลิตภัณฑ์นี้ ผู้ผลิตยังระบุว่า
- ถ้าน้ำมีคลอรามีนสูงมาก ใช้ขนาด 2 เท่าได้อย่างปลอดภัย
- ถ้าน้ำอุ่นกว่า 30 °C (86 °F) และมีคลอรีนหรือแอมโมเนียต่ำ ให้ใช้ครึ่งขนาด
- ผลิตภัณฑ์นี้จับแอมโมเนีย ไนไตรต์ และไนเตรตให้อยู่ในรูปที่ไม่เป็นพิษ แต่ไม่ได้กำจัดออกจากน้ำ ระบบกรองชีวภาพยังต้องย่อยสลายสารเหล่านี้ต่อไปตามวงจรไนโตรเจน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ไม่กำจัดคลอรีนเลย ถือเป็นข้อผิดพลาด คำกล่าวที่ว่าไม่จำเป็นต้องทำมาจากความไม่เข้าใจ
- เชื่อว่าการต้ม การใส่เกลือ หรือการพักน้ำในภาชนะเปิดจะช่วยได้ วิธีเหล่านี้ไม่ได้กำจัดคลอรามีน
- ใช้โซเดียมไธโอซัลเฟตบริสุทธิ์กับน้ำที่มีคลอรามีนแล้วไม่ดูแลเรื่องแอมโมเนีย เพราะแอมโมเนียยังเหลืออยู่ในน้ำ
- ใส่น้ำยาลงตู้โดยตรงแต่คิดขนาดเฉพาะน้ำที่เติม ที่ถูกต้องคือคิดตามปริมาตรน้ำทั้งตู้
ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง
- Practical Fishkeeping ระบุว่า ความกังวลว่าน้ำยาปรับสภาพน้ำจะเคลือบหรืออุดเหงือกปลานั้นไม่มีมูล
- Practical Fishkeeping ระบุว่า น้ำยาปรับสภาพน้ำไม่เป็นอันตรายต่อปลา ยกเว้นใช้ในขนาดที่มากเกินเหตุ
- Practical Fishkeeping แนะนำให้ระวังคำโฆษณาว่าน้ำยาช่วย "ลดความเครียด"
การตรวจสอบหลังเปลี่ยนน้ำ
- ชุดตรวจแอมโมเนียแบบน้ำยาที่ใช้หลักการ Nessler ให้ค่าคลาดเคลื่อนหลังใช้ Prime ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้ชุดตรวจแอมโมเนียของผู้ผลิตเอง หรือรอก่อน เพราะ Prime สลายไปภายในราว 24 ชั่วโมง
- ถ้าใช้โซเดียมไธโอซัลเฟตบริสุทธิ์กับน้ำที่มีคลอรามีน ให้คอยวัดแอมโมเนีย
- สำหรับ Prime กลิ่นกำมะถันและจุดดำเล็กๆ ที่พบเป็นบางครั้งเป็นเรื่องปกติ และผลิตภัณฑ์ไม่หมดอายุหากเก็บอย่างถูกวิธี
คำถามที่พบบ่อย
พักน้ำประปาไว้หรือต้มน้ำก่อนใช้แทนน้ำยาได้ไหม
การต้ม การใส่เกลือ หรือการพักน้ำในภาชนะเปิดไม่ได้กำจัดคลอรามีน หากไม่มีน้ำยาปรับสภาพน้ำ การเป่าอากาศแรงๆ ในถังอย่างน้อย 12 ชั่วโมงช่วยไล่คลอรีนได้ (กิจกรรมในห้องเรียนของ UF/IFAS ใช้ 24 ชั่วโมง) แต่ข้อมูลไม่ได้ระบุว่าวิธีนี้ใช้กับคลอรามีนได้
น้ำยาปรับสภาพน้ำทุกชนิดกำจัดคลอรามีนได้หรือไม่
ไม่ทุกชนิด น้ำยาส่วนใหญ่ทำให้คลอรามีนหมดฤทธิ์ในราว 5 นาที แต่บางชนิดทำไม่ได้เลย จึงควรอ่านฉลากก่อนใช้ ส่วนโซเดียมไธโอซัลเฟตบริสุทธิ์ทำให้ส่วนที่เป็นคลอรีนหมดฤทธิ์ แต่แอมโมเนียยังเหลืออยู่
ใส่น้ำยาปรับสภาพน้ำเกินขนาดอันตรายไหม
Practical Fishkeeping ระบุว่าน้ำยาปรับสภาพน้ำไม่เป็นอันตรายต่อปลา ยกเว้นใช้ในขนาดที่มากเกินเหตุ สำหรับ Prime ผู้ผลิตระบุว่าใช้ขนาด 2 เท่าได้อย่างปลอดภัยเมื่อน้ำมีคลอรามีนสูงมาก และให้ใช้ครึ่งขนาดเฉพาะเมื่อน้ำอุ่นกว่า 30 °C และมีคลอรีนหรือแอมโมเนียต่ำ ทั้งนี้ควรใช้ตามขนาดที่ยี่ห้อที่ใช้ระบุ
น้ำยาปรับสภาพน้ำจะเคลือบเหงือกปลาจนหายใจไม่ออกหรือเปล่า
Practical Fishkeeping ระบุว่าความกังวลเรื่องนี้ไม่มีมูล
ใช้วิตามินซีกำจัดคลอรีนได้ไหม
ได้ กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) ประมาณ 2.5 ส่วนทำให้คลอรีน 1 ส่วนหมดฤทธิ์ และที่ความเข้มข้นที่ใช้กำจัดคลอรีนไม่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ สารละลายวิตามินซีสลายตัวภายใน 1–2 วัน จึงควรผสมใหม่ทุกครั้ง
แหล่งอ้างอิง
- What you need to know about dechlorinating (Practical Fishkeeping)
- Seachem Prime product page
- UF/IFAS FA171 Teach Aquaculture Curriculum: Chlorine—Friend or Foe?
- Foster City chloramine fish fact sheet
- USDA Forest Service: Vitamin C dechlorination
- Sioux Falls: Chloramines and fish
- Sodium Thiosulfate For Fish Tank (Aquifarm)


