การดูแล · อ่านประมาณ 6 นาที
pH GH KH ในตู้ปลาคืออะไร วัดและปรับอย่างไร pH ตกต้องทำอะไร
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 6 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ
- ค่า pH บอกความเป็นกรด–ด่างของน้ำ KH คือความกระด้างคาร์บอเนตที่ช่วยกันไม่ให้ pH แกว่งเร็ว ส่วนความกระด้าง (GH) คือปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมที่ปลา กุ้ง หอย และไม้น้ำต้องใช้
- ถ้า pH ตกเร็ว ให้ปิด CO2 เพิ่มการตีผิวน้ำและให้อากาศ แล้วเปลี่ยนน้ำ 20–30% ด้วยน้ำที่กำจัดคลอรีนแล้ว ค่อย ๆ ให้ pH ขึ้นไม่เกินประมาณ 0.3–0.5 หน่วยต่อชั่วโมง
- ถ้าจะปรับระยะยาว ให้แก้ที่ KH ก่อนเสมอ ค่อย ๆ ปรับทีละน้อย และวัดซ้ำทุกครั้ง
pH, KH และ GH คืออะไร ทำไมต้องสนใจ
ค่า pH วัดความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนบนสเกล 0–14 โดย 7.0 คือเป็นกลาง สเกลนี้เป็นแบบลอการิทึม ค่าที่ต่างกัน 1 หน่วยจึงแปลว่าความเป็นกรดต่างกันถึง 10 เท่า
KH (ความกระด้างคาร์บอเนต) วัดคาร์บอเนตและไบคาร์บอเนตในน้ำ ทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ไม่ให้ pH เปลี่ยนกะทันหัน ค่า 1 dKH เท่ากับ 17.9 ppm
ความกระด้าง (GH) วัดแคลเซียมและแมกนีเซียม แร่ธาตุสองตัวนี้สำคัญต่อกระดูกและกล้ามเนื้อปลา การลอกคราบของกุ้ง เปลือกหอย และการเติบโตของไม้น้ำ โดยทั่วไปน้ำที่กระด้างสูงมักมี KH สูงและ pH สูงตามไปด้วย
pH ยังเกี่ยวกับความเป็นพิษของแอมโมเนียด้วย เมื่อ pH ต่ำกว่า 6.5 แอมโมเนียส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแอมโมเนียมซึ่งไม่เป็นพิษ แต่ถ้าสูงกว่า 6.5 แอมโมเนียที่สะสมอยู่อาจกลายเป็นพิษได้เร็ว และยิ่งอุณหภูมิสูงก็ยิ่งเป็นพิษมาก อีกแหล่งหนึ่งระบุว่าถ้า pH ต่ำกว่า 6.5 แบคทีเรียในวงจรไนโตรเจนจะทำงานช้าลง และถ้าเกิน 7.5 จะมีแอมโมเนียอิสระมากขึ้น ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงต่อกุ้ง
ค่าที่เหมาะสม (แต่ละแหล่งให้ไว้ต่างกัน)
- pH: แหล่งหนึ่งบอกว่าปลาน้ำจืดส่วนใหญ่อยู่ได้ดีที่ pH 6.5–8.0 อีกแหล่งให้ไว้ประมาณ 5.5–7.5 และบอกว่าถ้า pH อยู่ที่ 7.5–8 และนิ่งอยู่แล้วก็ไม่ต้องปรับ ส่วนเอกสารของสัตวแพทย์ระบุว่าน้ำจืดในธรรมชาติมี pH ตั้งแต่ต่ำกว่า 6.0 เล็กน้อยไปจนถึงราว 8.5 ปลาส่วนใหญ่ปรับตัวได้ถ้าค่าค่อย ๆ เปลี่ยน แต่ถ้าเปลี่ยนเร็วจะเป็นอันตราย
- KH และ GH ทั่วไป: แหล่งหนึ่งให้ KH 4–8 dKH (70–140 ppm) และ GH 4–8 dGH (70–140 ppm) ส่วนเอกสารประกอบการประชุมสัตวแพทย์ (WSAVA) ให้ค่าความเป็นด่างที่เหมาะสม 100–250 mg/L และความกระด้าง 100–250 mg/L สำหรับปลาน้ำจืดส่วนใหญ่
- ปลาที่ชอบน้ำอ่อน: ปลาปอมปาดัวร์และกุ้งคริสตัล (Caridina) เหมาะกับ KH 0–3 dKH (0–50 ppm) และ GH ราว 3 dGH (50 ppm) หรือน้อยกว่า
- ปลาที่ชอบน้ำกระด้าง: ปลาหมอสีแอฟริกาเหมาะกับ KH มากกว่า 10 dKH (สูงกว่า 180 ppm) ปลาออกลูกเป็นตัว ปลาทอง และปลาหมอสีแอฟริกาชอบ GH ค่อนข้างสูง
| ประเภทตู้ | KH ที่แนะนำ |
|---|---|
| ตู้รวม | 3–8 dKH |
| ตู้ไม้น้ำที่อัด CO2 | 2–5 dKH |
| ตู้กุ้ง Caridina บนดินปลูกแบบแอคทีฟ | 0–1 dKH |
| ตู้ปลาหมอสีแอฟริกา | 8–15 dKH |
| กุ้ง | GH | TDS |
|---|---|---|
| Caridina | 3–4 | ประมาณ 80–120 ppm |
| Neocaridina | 4–8 | ประมาณ 180–250 ppm |
| Sulawesi | 6–8 | ประมาณ 200 ppm |
สัญญาณว่า pH ตก หรือ GH ต่ำ
- pH ตกเร็ว: ปลาลอยหายใจที่ผิวน้ำ หายใจถี่ ว่ายพล่านผิดปกติ หรือซึม สีซีด หุบครีบ ไม่กินอาหาร ถ้าหนักจะนอนก้นตู้ มีเมือกมาก และตายกะทันหัน
- กุ้งตายก่อน: กุ้ง Caridina อย่างคริสตัลเรดหรือไทวันบี มักตายก่อนที่ปลาจะแสดงอาการ ถ้าเห็นกุ้งตายจึงควรรีบวัด pH
- ถ้าวัดได้ ต่ำกว่า pH 6.0 ถือว่า pH ตกจริง ส่วน pH ที่แกว่งมากมักแปลว่า KH ต่ำเกินกว่าจะรักษาค่าไว้ได้
- GH ต่ำ: ปลาเบื่ออาหาร โตช้า ซึม สีซีด ไม้น้ำขาดแร่ธาตุ กุ้งลอกคราบไม่ผ่าน เปลือกหอยบางหรือเป็นหลุม
สาเหตุที่ทำให้ pH ตก
- ระบบกรองชีวภาพใช้คาร์บอเนตไปเรื่อย ๆ ความเป็นด่างจึงค่อย ๆ ลดลง และเมื่อต่ำมากอาจทำให้ pH เปลี่ยนฉับพลันจนปลาตายได้
- เมื่อ KH ลงไปถึงประมาณ 0–1 dKH น้ำจะไม่มีบัฟเฟอร์เหลือแล้ว สิ่งที่กิน KH ได้แก่ วงจรไนโตรเจน การอัด CO2 ดินปลูกแบบแอคทีฟ และกรดอินทรีย์
- CO2 เกินขนาด เช่น โซลินอยด์ค้าง หรือถังใกล้หมดแล้วปล่อยแก๊สออกมาทีเดียว อาจทำให้ pH ลดจาก 6.8 ลงต่ำกว่า 5.5 ได้ภายในชั่วโมงเดียว
- ดินปลูกแบบแอคทีฟ (aquasoil) มักหมดฤทธิ์บัฟเฟอร์ภายใน 12–24 เดือน วัสดุปูพื้นบางชนิดก็เปลี่ยน pH ได้ ควรเช็กก่อนใช้
ทำทันทีเมื่อ pH ตก
- ปิด CO2 แล้วเพิ่มการตีผิวน้ำและให้อากาศ
- เปลี่ยนน้ำ 20–30% ด้วยน้ำที่กำจัดคลอรีนแล้ว อย่าเปลี่ยนรวดเดียวตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ให้ pH ขึ้นไม่เร็วกว่าประมาณ 0.3–0.5 หน่วยต่อชั่วโมง
- ถ้า pH ยังต่ำ ให้วัดทุกชั่วโมง และเปลี่ยนน้ำครั้งละ 15–20% ห่างกันราวหนึ่งชั่วโมง ตั้งเป้าให้ค่ากลับมาภายในประมาณ 4–8 ชั่วโมง
- ถ้าต้องเติม KH ฉุกเฉิน ใช้เบกกิ้งโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต) ประมาณ 1 ช้อนชา (ราว 5 กรัม) ต่อน้ำ 100 ลิตร ละลายกับน้ำในตู้ก่อน แล้วค่อย ๆ เติม จะเพิ่ม KH ได้ราว 2–3 dKH ห้ามเติมเกินปริมาณนี้ในครั้งเดียว
ขั้นตอนปรับค่าในระยะยาว
- วัด pH, KH และ GH แล้วหาข้อมูลว่าปลาหรือกุ้งที่เลี้ยงต้องการค่าเท่าไร
- หาสิ่งที่ทำให้ค่าเพี้ยนแล้วจัดการก่อน ค่อยปรับค่า
- แก้ที่ KH ก่อน ถ้าอยากให้ pH ลดลงแบบถาวรให้ลด KH ถ้าอยากให้ pH นิ่งให้เพิ่ม KH
- ปรับทีละน้อย วัดซ้ำทุกครั้งหลังเปลี่ยนน้ำหรือเติมสารใด ๆ และจดบันทึกไว้ดูแนวโน้ม
วิธีเพิ่มหรือลด pH, KH, GH
เพิ่ม KH และทำให้ pH นิ่ง
- เติมคาร์บอเนต หรือเปลี่ยนน้ำด้วยน้ำที่มีความเป็นด่างสูงกว่า
- สารบัฟเฟอร์ KH สำเร็จรูป: ค่อย ๆ เติม และวัดผลทุกครั้งหลังเติม
- ปะการังบด: เพิ่มได้ทั้ง pH, KH และ GH ใช้ประมาณ 1 ปอนด์ต่อน้ำ 10 แกลลอน โรยผสมวัสดุปูพื้นหรือใส่ถุงไว้ในระบบกรอง และเปลี่ยนใหม่ทุก 6–12 เดือน ถ้า pH อยู่ที่ 8.0 แล้ว ปะการังบดจะเพิ่ม KH เป็นหลักแต่ pH ขยับไม่มาก ถ้า pH ต่ำกว่านั้นจะเพิ่มทั้ง pH และ KH โดโลไมต์บดก็ช่วยเพิ่ม pH ได้เช่นกัน เพราะปล่อยแคลเซียมคาร์บอเนตออกมา
เพิ่ม GH
- แคลเซียมคาร์บอเนตเพิ่มทั้ง GH และ KH ถ้าอยากเพิ่มแค่ GH ให้ใช้เกลือแคลเซียมและแมกนีเซียมที่ไม่มีคาร์บอเนตหรือไบคาร์บอเนต
- มีผลิตภัณฑ์เพิ่มแร่ธาตุสำเร็จรูปที่ช่วยเพิ่มความกระด้างได้เช่นกัน
- ถ้าน้ำประปาที่บ้านกระด้างอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนน้ำบ่อยขึ้นอาจพอ
ลด pH, KH, GH
- เปลี่ยนน้ำห่างขึ้นให้น้ำค่อย ๆ เป็นกรด หรือค่อย ๆ ผสมน้ำ RO/DI
- น้ำ RO กำจัดสิ่งเจือปนได้ราว 90–99% และมี pH ใกล้ 7 ต้องเติมแร่ธาตุกลับให้เหมาะกับสัตว์ที่เลี้ยง สำหรับกุ้ง แนะนำให้ใช้น้ำ RO/DI แล้วเติมแร่ธาตุที่มีเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียม ฟาร์มกุ้งแห่งหนึ่งยกตัวอย่างว่า เติมแร่ธาตุสำหรับกุ้ง 9 มล. ในตู้ 50 ลิตร ได้ TDS ประมาณ 100 ppm
- การอัด CO2 ลด pH ได้โดยไม่เปลี่ยน KH
- ขอนไม้ปล่อยแทนนินที่ช่วยลด pH และทำให้น้ำเป็นสีชา สีนี้ไม่เป็นอันตรายต่อปลาและไม้น้ำ
- สารลด pH สำเร็จรูปได้ผลไม่นาน เพราะ KH จะดึง pH กลับขึ้นมา และขนาดที่เขียนบนฉลากจะแม่นยำก็ต่อเมื่อใช้กับน้ำ RO วิธีที่ได้ผลถาวรคือลด KH ด้วยการเปลี่ยนแหล่งน้ำหรือใช้น้ำ RO
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่า pH ต้องนิ่งตลอดเวลา ความจริงแล้ว pH ขึ้นลงบ้างในแต่ละวันเป็นเรื่องปกติ ที่อันตรายจริงคือการเปลี่ยนแบบกะทันหัน
- ปรับ pH ทีเดียวเร็ว ๆ หรือเปลี่ยนน้ำทีละมาก ๆ
- คิดว่า GH สูงแปลว่าแคลเซียมพอแล้ว น้ำอาจมีแมกนีเซียมมากแต่แคลเซียมน้อย ถ้ายังมีอาการอยู่ ควรวัดแคลเซียมแยกต่างหาก
- กะปริมาณสารปรับ pH เอาเองโดยไม่วัดซ้ำ หรือเชื่อกระดาษลิตมัสหรือปากกาวัด pH ราคาถูกที่ไม่ได้คาลิเบรต แหล่งหนึ่งระบุว่าน้ำยาทดสอบแบบหยดแม่นยำกว่า
- ต้มใบไม้ก่อนใช้ ซึ่งทำให้ได้ผลน้อยลง ควรแช่ไว้หลายวันแทน และถอดถ่านคาร์บอนออกจากระบบกรอง
- เรื่องของเสียปลา: บางแหล่งบอกว่าของเสียปลาทำให้ pH สูงขึ้น แต่อีกความเห็นหนึ่งแย้งว่าของเสียและการเน่าสลายของสารอินทรีย์มักทำให้ pH ลดลง
การวัดค่าและการป้องกัน
- อุปกรณ์วัดมีทั้งแบบแถบจุ่ม เม็ดแห้ง น้ำยาหยด เครื่องวัดไฟฟ้า และสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ (แบบหลังแม่นยำกว่า) แถบจุ่มแบบรวมวัด pH, KH และGH ได้พร้อมกัน ควรวัดตอนทำความสะอาดตู้ ตอนเพาะพันธุ์ หรือเมื่อมีปัญหา
- เปลี่ยนน้ำบางส่วนประมาณ 25% ด้วยน้ำที่กำจัดคลอรีนแล้ว ตู้ใหม่ทำทุกสัปดาห์ ตู้ที่ตั้งตัวแล้วทำเดือนละ 1–2 ครั้ง
- วัด KH เดือนละครั้ง หรือทุกสองสัปดาห์ถ้าอัด CO2 หรือใช้ดินปลูกแบบแอคทีฟ ถ้าเห็นค่าลดลงเรื่อย ๆ ให้แก้ก่อนจะถึงศูนย์
- แหล่งหนึ่งเตือนว่าอย่าให้ KH ลงถึง 2 dKH หรือต่ำกว่า เพราะ pH จะแกว่งจนเป็นอันตราย อีกแหล่งแนะนำให้ตู้ไม้น้ำที่อัด CO2 รักษา KH ไว้สูงกว่าประมาณ 2–3 dKH และเปลี่ยนดินปลูกแบบแอคทีฟเมื่อใช้ไปราว 12–24 เดือน
คำถามที่พบบ่อย
pH ตกกะทันหันต้องทำอะไรก่อน
ปิด CO2 เพิ่มการตีผิวน้ำและให้อากาศ แล้วเปลี่ยนน้ำ 20–30% ด้วยน้ำที่กำจัดคลอรีนแล้ว อย่าเปลี่ยนรวดเดียวตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ให้ pH ขึ้นไม่เร็วกว่าประมาณ 0.3–0.5 หน่วยต่อชั่วโมง ถ้ายังต่ำอยู่ ให้วัดทุกชั่วโมงและเปลี่ยนน้ำ 15–20% ห่างกันราวหนึ่งชั่วโมง
ใช้เบกกิ้งโซดาเพิ่ม KH ได้ไหม ใส่เท่าไร
ใช้ได้ในกรณีฉุกเฉิน ประมาณ 1 ช้อนชา (ราว 5 กรัม) ต่อน้ำ 100 ลิตร ละลายกับน้ำในตู้ก่อนแล้วค่อย ๆ เติม จะเพิ่ม KH ได้ราว 2–3 dKH ห้ามเติมเกินปริมาณนี้ในครั้งเดียว
ทำไมใส่สารลด pH แล้ว pH ก็กลับขึ้นมาอีก
เพราะ KH ในน้ำดึง pH กลับขึ้นมา สารลด pH จึงได้ผลไม่นาน วิธีที่ได้ผลถาวรคือลด KH ด้วยการเปลี่ยนแหล่งน้ำหรือผสมน้ำ RO
pH เท่าไรถึงเหมาะกับปลาน้ำจืด
แต่ละแหล่งให้ไว้ต่างกัน แหล่งหนึ่งบอก 6.5–8.0 อีกแหล่งบอกประมาณ 5.5–7.5 และบอกว่าถ้า pH อยู่ที่ 7.5–8 และนิ่งอยู่แล้วก็ไม่ต้องปรับ ที่สำคัญกว่าตัวเลขคือค่าต้องไม่เปลี่ยนเร็ว
ควรวัด KH บ่อยแค่ไหน
เดือนละครั้ง หรือทุกสองสัปดาห์ถ้าอัด CO2 หรือใช้ดินปลูกแบบแอคทีฟ ถ้าเห็น KH ลดลงเรื่อย ๆ ให้แก้ก่อนจะถึงศูนย์ และไม่ควรปล่อยให้ต่ำกว่าประมาณ 2 dKH
แหล่งอ้างอิง
- The Fish Keeper's Guide to pH, GH, and KH - Aquarium Co-Op
- Water Quality Assessment in Aquatic Vet Medicine (WSAVA 2018 Congress Proceedings, VIN)
- pH, KH và GH liên quan như thế nào? - Senaquatic (ภาษาเวียดนาม)
- Tổng hợp các chỉ số TDS, pH, GH, KH trong bể tép cảnh - Jack Shrimp Farm (ภาษาเวียดนาม)
- Cách hạ pH bể cá an toàn - aquasetup (ภาษาเวียดนาม)
- pH Crash in Your Aquarium: Causes, Signs and Emergency Fixes - Gensou



