การดูแล · อ่านประมาณ 6 นาที

กักโรคปลาใหม่: วิธีเซ็ตตู้กักโรค ขั้นตอนทีละขั้น และควรกักนานเท่าไร

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 9 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • ตู้กักโรคคือตู้แยกที่ใช้พักปลาใหม่ให้หายเครียด เฝ้าดูอาการ และรักษาโรคแยกจากตู้หลัก ควรกักปลาใหม่ทุกตัวแม้จะดูแข็งแรง เพราะปลาอาจมีปรสิตหรือเชื้อโรคที่ยังไม่แสดงอาการ
  • สิ่งแรกที่ต้องทำคือเซ็ตตู้กักโรคและเปิดระบบกรองให้ผ่านวงจรไนโตรเจนก่อนปลามาถึง แล้วกักไว้อย่างน้อยสองสัปดาห์ แหล่งข้อมูลหลายแห่งแนะนำ 30 วันหรือ 4–6 สัปดาห์ ย้ายลงตู้หลักเมื่อปลากินอาหารปกติ ว่ายน้ำคล่อง และไม่มีอาการผิดปกติเท่านั้น

ตู้กักโรคคืออะไร ทำไมต้องกัก

ตู้กักโรคคือตู้ปลาที่แยกออกมาต่างหาก ใช้เลี้ยงปลาใหม่ไว้ตามลำพังเพื่อให้ปลาปรับตัวและหายเครียด เฝ้าดูว่ามีโรคหรือไม่ และรักษาแยกจากตู้หลัก (แหล่งที่ 3)

  • ปลาใหม่อาจมีปรสิตหรือเชื้อโรคที่ยังมองไม่เห็น จึงควรกักทุกตัวแม้จะดูแข็งแรงดี (แหล่งที่ 4)
  • น้ำจากร้านขายปลาไม่จำเป็นต้องสะอาด และอาจมีเชื้อโรคได้หลายชนิด (แหล่งที่ 1)
  • ปลาในร้านมักมาจากหลายล็อต ปลาที่แข็งแรงกับปลาที่ป่วยจึงอยู่ปนกันและติดเชื้อกันได้ (แหล่งที่ 5)
  • การกักปลาไว้ในอุณหภูมิที่โรคสำคัญเจริญได้ช่วยให้รู้ว่าปลามีเชื้อบางชนิดอยู่หรือไม่ (แหล่งที่ 6)

ANGFA ระบุว่าการกักโรคช่วยลดความเสี่ยงได้แต่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหมดไป เพราะบางโรคมีระยะฟักตัวนาน และปลาที่เป็นพาหะอาจไม่แสดงอาการเลย (แหล่งที่ 1)

อุปกรณ์และขนาดตู้

  • ตู้หรือกล่องพลาสติกใสที่มีฝาปิด กรองฟองน้ำหรือกรองอื่นที่น้ำไหลเบา ฮีตเตอร์กับเทอร์โมมิเตอร์ ไม่ใส่วัสดุปูพื้น มีที่หลบไม่กี่ชิ้น และน้ำยาปรับสภาพน้ำ (แหล่งที่ 0)
  • พื้นตู้เปล่าทำให้ทำความสะอาดง่าย และดูมูลปลาได้ชัด (แหล่งที่ 0)
  • ที่หลบใช้ท่อพลาสติก ถ้ำเซรามิก หรือไม้น้ำปลอมแบบพลาสติกนิ่ม หลีกเลี่ยงหินและของมีคมที่อาจทำให้ปลาที่อ่อนแอบาดเจ็บ (แหล่งที่ 4)

เรื่องขนาดตู้ แต่ละแหล่งแนะนำไว้ไม่เหมือนกัน

  • แหล่งที่ 1: ตู้เรียบง่าย ใช้กรองฟองน้ำที่ผ่านวงจรไนโตรเจนแล้วกับฮีตเตอร์ที่ไว้ใจได้ ขนาดไม่เกินประมาณ 50 ลิตร
  • แหล่งที่ 4: 20–40 ลิตรสำหรับปลาเล็กไม่กี่ตัว หรือ 60–80 ลิตรสำหรับปลาใหญ่หรือปลาหลายตัว และระบุว่าตู้ที่ใหญ่เกินไปจะคุมคุณภาพน้ำและใส่ยาได้ยากขึ้น

ขั้นตอนการกักโรคทีละขั้น

  1. เซ็ตตู้ก่อนปลามาถึง เปิดตู้กักโรคไว้ล่วงหน้า ระบบกรองต้องผ่านวงจรไนโตรเจนเต็มที่แล้ว และให้อากาศเพียงพอ (แหล่งที่ 2) ต้องใช้ตู้แยกต่างหาก ไม่ใช่ที่กั้นหรือกล่องเพาะพันธุ์ที่ใส่ไว้ในตู้หลัก (แหล่งที่ 2) วิธีที่ช่วยได้คือเลี้ยงกรองสำรองไว้ตลอดเวลา เช่น ใส่เป็นกรองตัวที่สองในตู้อื่น พอต้องใช้ตู้กักก็มีกรองที่พร้อมใช้งานทันที (แหล่งที่ 3)
  2. ปรับค่าน้ำตู้กักให้ตรงกับน้ำต้นทาง ก่อนปลามาถึง ให้สอบถามอุณหภูมิ ค่า pH และความกระด้างของน้ำที่ปลาเคยอยู่ แล้วตั้งตู้กักให้ตรงกัน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปรับทีละน้อยจนค่าน้ำตรงกับตู้หลัก (แหล่งที่ 1)
  3. ปรับสภาพปลาก่อนปล่อย ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที (แหล่งที่ 2)
  4. ลดความเครียด เปิดไฟน้อยและอย่ารบกวนปลามาก (แหล่งที่ 1)
  5. เฝ้าดูอาการ สังเกตว่าปลาเบื่ออาหาร ซึม หายใจถี่ มีจุดขาว หรือมีแผลหรือไม่ (แหล่งที่ 4) แหล่งที่ 4 เสนอแผน 14 วันไว้ดังนี้
    • วันที่ 1–3: ดูพฤติกรรมและการกินอาหาร
    • วันที่ 4–7: ถ้าพบโรคจึงรักษา
    • วันที่ 8–10: บำรุงด้วยอาหารให้ดีขึ้น
    • วันที่ 11–14: ถ้าปลาแข็งแรงดี เริ่มปรับให้ชินกับน้ำในตู้หลัก
  6. เปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอ ความถี่ที่แต่ละแหล่งแนะนำต่างกัน แหล่งที่ 4 แนะนำให้เปลี่ยนน้ำประมาณ 20–30% ทุก 2–3 วัน ด้วยน้ำที่ขจัดคลอรีนแล้วและอุณหภูมิใกล้เคียงกัน ส่วนแหล่งที่ 2 แนะนำให้เปลี่ยนน้ำบางส่วนทุกสัปดาห์ และเปลี่ยนถี่ขึ้นถ้ากำลังให้ยาอยู่
  7. ใช้ปลาทดสอบ (ถ้าต้องการความมั่นใจเพิ่ม) ย้ายปลาที่แข็งแรงจากตู้หลักมาใส่ตู้กัก 2 ตัว แล้วดูว่ายังสบายดีอยู่หรือไม่ (แหล่งที่ 0)
  8. ย้ายลงตู้หลัก ย้ายเมื่อปลากินอาหารปกติ ว่ายน้ำคล่อง และไม่มีอาการผิดปกติ โดยค่อย ๆ เติมน้ำจากตู้หลักลงในตู้กักตลอด 30–60 นาที แล้วเฝ้าดูต่ออีกหลายวันหลังปล่อย (แหล่งที่ 4) ย้ายได้หลังจากกักครบกำหนดโดยไม่พบโรคเท่านั้น ถ้าพบโรคระหว่างกัก ให้รักษาแล้วเริ่มนับเวลาใหม่ (แหล่งที่ 2)

ควรกักนานเท่าไร

แหล่งข้อมูลให้ระยะเวลาไว้ต่างกัน ดังนี้

แหล่งระยะเวลากัก
แหล่งที่ 1อย่างน้อย 30 วัน ซึ่งนานพอให้ปัญหาปรสิตและแบคทีเรียส่วนใหญ่แสดงออกมา บางชนิดปลาหรือบางโรคต้องกักนานกว่านี้
แหล่งที่ 2อย่างน้อย 4 สัปดาห์ มักจะ 4–6 สัปดาห์หรือนานกว่า ปลาควรปลอดโรคอย่างน้อยสี่สัปดาห์ก่อนย้ายลงตู้รวม
แหล่งที่ 32–4 สัปดาห์ ยิ่งนานยิ่งดี
แหล่งที่ 414–21 วัน
แหล่งที่ 8ไม่ควรสั้นกว่าสองสัปดาห์ เพราะโรคและปรสิตใช้เวลาประมาณนั้นกว่าจะแสดงอาการ
แหล่งที่ 0ปลาใหม่ส่วนใหญ่ควรกัก 4–6 สัปดาห์ นับจากอาการสุดท้ายหรือปลาตายตัวสุดท้าย

จากการสำรวจสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสาธารณะ พบว่า 95% ของสถาบันกำหนดระยะกักโรคปลาขั้นต่ำไว้ 30 วันขึ้นไป (แหล่งที่ 7)

ANGFA ระบุว่าระยะกัก 40 วันที่นำมาจากการกักโรคในคนและสัตว์เลือดอุ่นนำมาใช้กับปลาตรง ๆ ไม่ได้ เพราะอุณหภูมิตัวปลาเปลี่ยนตามน้ำ และระยะฟักตัวของโรคก็เปลี่ยนตามอุณหภูมิด้วย (แหล่งที่ 1)

อุณหภูมิในตู้กัก

  • ปลาสายรุ้ง (rainbowfish): กักที่ 22–25°C (แหล่งที่ 1)
  • ปลาเขตร้อนทั่วไป: ประมาณ 25–28°C และการรักษาอุณหภูมิให้คงที่สำคัญกว่าการได้ตัวเลขเป๊ะ (แหล่งที่ 4)

การให้ยาระหว่างกัก

แหล่งที่ 0 แนะนำให้แยกตามที่มาของปลา

  • ปลาจากร้านออนไลน์ ร้านเครือข่าย หรือแหล่งที่ไม่เคยลอง: ต่อน้ำ 10 แกลลอน ใส่ Maracyn 1 ซอง ParaCleanse 1 ซอง และ Ich-X 1 ช้อนชา (5 มล.) แล้วแช่ไว้ 7 วันโดยไม่ให้อาหาร
  • ปลาจากร้านในพื้นที่หรือผู้เพาะที่ไว้ใจได้: เฝ้าดูและให้อาหารไปสองสามวัน รักษาเมื่อมีอาการเท่านั้น ถ้าต้องการป้องกันใช้ ParaCleanse ตามขนาดที่ระบุบนฉลากได้

Aquarium Co-Op ระบุว่ายาชุดสามตัวนี้ปลอดภัยกับปลาไม่มีเกล็ด ลูกปลา กุ้ง หอย ไม้น้ำ และแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (แหล่งที่ 0)

  • ก่อนใส่ยา ให้เอาถ่านกัมมันต์ (activated carbon) ออก และปิดหลอด UV (แหล่งที่ 0)
  • แหล่งที่ 2 แนะนำว่าหลังจากหนึ่งถึงสองวันแรก ให้รักษาปรสิตภายนอกด้วยยาฆ่าปรสิต เช่น PraziPro หรือ ParaGuard ตามที่ฉลากกำหนด ส่วนปรสิตภายในต้องใช้ยาออกฤทธิ์กว้าง และควรให้สัตวแพทย์สั่งจ่าย
  • ระหว่างรักษาให้อาหารน้อย ๆ เพื่อให้น้ำสะอาด (แหล่งที่ 4)
  • การให้ยาเต็มขนาดกับปลาที่ป่วยหรืออ่อนแออยู่แล้วอาจทำให้ปลาเครียดจนตายได้ กรณีนี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์สัตว์น้ำ (แหล่งที่ 2)

ข้อควรระวังเรื่องเกลือ: เกลือสำหรับตู้ปลาไม่ปลอดภัยกับไม้น้ำ หอย และปลาบางชนิด เช่น anchor catfish หากจะรักษาด้วยเกลือให้ใช้ภาชนะแยก (แหล่งที่ 0) เกลือเป็นพิษต่อไม้น้ำ และไม่ระเหยไปกับน้ำ ถ้าเติมซ้ำโดยไม่เปลี่ยนน้ำ ความเค็มอาจสูงจนถึงระดับที่ไม่ปลอดภัย (แหล่งที่ 2)

ไม้น้ำใหม่: แหล่งที่ 2 แนะนำให้จุ่มในน้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ำ 20 ส่วน นาน 90 วินาทีสำหรับต้นที่บอบบาง 120 วินาทีสำหรับต้นส่วนใหญ่ และ 150 วินาทีสำหรับต้นที่ทนทาน เช่น อนูเบียสและเฟิร์นใบมะละกอ (Java fern)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้กรองที่ยังไม่ผ่านวงจรไนโตรเจน ทำให้แอมโมเนียและไนไตรต์สูงขึ้นระหว่างกัก (แหล่งที่ 3)
  • เลี้ยงปลาประจำไว้ในตู้กัก พอเกิดเหตุฉุกเฉินก็ไม่มีตู้ว่างให้ใช้ (แหล่งที่ 3)
  • ย้ายปลากลับตู้หลักก่อนหายดี หรือเปลี่ยนอุณหภูมิหรือค่า pH กะทันหัน (แหล่งที่ 4)
  • ให้อาหารมากเกินไประหว่างรักษา หรือเปลี่ยนน้ำด้วยน้ำประปาที่ไม่ได้ปรับสภาพ หรือน้ำที่อุณหภูมิต่างกันมาก (แหล่งที่ 4)
  • คิดว่าปลาที่ดูแข็งแรงไม่มีโรค ปลาใหม่ไม่มีตัวไหนรับประกันได้ว่าปลอดเชื้อ (แหล่งที่ 2)

ป้องกันเชื้อข้ามตู้

  • แยกสวิง สายดูดน้ำ และถังไว้ใช้กับตู้กักโดยเฉพาะ และล้างมือทุกครั้งหลังทำตู้กัก (แหล่งที่ 0)
  • อย่าให้น้ำกระเซ็นหรือมีอะไรสัมผัสกันระหว่างตู้ เพราะละอองน้ำพาเชื้อโรคไปได้ ฝากระจกช่วยได้ (แหล่งที่ 1)
  • รักษากระจกและพื้นตู้กักให้สะอาด เพราะไบโอฟิล์มเป็นที่ซ่อนของจุลินทรีย์จำนวนมาก (แหล่งที่ 1)
  • ถ้าทำได้ ให้ตั้งตู้กักไว้คนละห้อง (แหล่งที่ 0)
  • หลอด UV และโอโซนไม่ได้ฆ่าเชื้อได้ทุกชนิด และไม่ได้หยุดการแพร่ของโรคภายในระบบ (ANGFA, แหล่งที่ 1)
  • ปล่อยตู้กักให้ว่างไว้ระหว่างรอบ เพื่อให้พร้อมรับปลาใหม่หรือปลาป่วยได้ทันที (แหล่งที่ 1)

ใช้ตู้กักทำอะไรได้อีก

ตู้กักยังใช้พักปลาป่วย ปลาบาดเจ็บ ปลาที่ถูกรังแก หรือปลาที่กำลังเพาะพันธุ์ได้ด้วย มีกรณีที่ต้องเลี้ยงปลาตัวเมีย Pseudotropheus greshaki ไว้ในตู้กัก เพราะพอย้ายกลับตู้หลักก็บาดเจ็บใหม่ทุกครั้ง (แหล่งที่ 3)

คำถามที่พบบ่อย

ปลาใหม่ดูแข็งแรงดี ยังต้องกักโรคไหม

ควรกัก เพราะปลาใหม่อาจมีปรสิตหรือเชื้อโรคที่ยังมองไม่เห็น และไม่มีปลาใหม่ตัวไหนรับประกันได้ว่าปลอดเชื้อ

ต้องกักนานแค่ไหน

แต่ละแหล่งให้ไว้ต่างกัน มีตั้งแต่ 14–21 วัน, 2–4 สัปดาห์, อย่างน้อย 30 วัน ไปจนถึง 4–6 สัปดาห์ แหล่งหนึ่งระบุว่าไม่ควรสั้นกว่าสองสัปดาห์ ส่วนการสำรวจสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำพบว่า 95% กำหนดขั้นต่ำไว้ 30 วันขึ้นไป ถ้าพบโรคระหว่างกัก ให้รักษาแล้วเริ่มนับเวลาใหม่

ใช้ที่กั้นหรือกล่องเพาะพันธุ์ในตู้หลักแทนตู้กักได้ไหม

ไม่ได้ ควรใช้ตู้ที่แยกต่างหาก ไม่ใช่ที่กั้นหรือกล่องเพาะพันธุ์ที่ใส่ไว้ในตู้หลัก

ตู้กักโรคควรใหญ่แค่ไหน

แหล่งหนึ่งแนะนำไม่เกินประมาณ 50 ลิตร อีกแหล่งแนะนำ 20–40 ลิตรสำหรับปลาเล็กไม่กี่ตัว และ 60–80 ลิตรสำหรับปลาใหญ่หรือปลาหลายตัว โดยระบุว่าตู้ที่ใหญ่เกินไปจะคุมน้ำและใส่ยาได้ยากขึ้น

ต้องระวังอะไรถ้าจะใช้เกลือ

เกลือสำหรับตู้ปลาไม่ปลอดภัยกับไม้น้ำ หอย และปลาบางชนิด เช่น anchor catfish ควรรักษาด้วยเกลือในภาชนะแยก เกลือไม่ระเหยไปกับน้ำ ถ้าเติมซ้ำโดยไม่เปลี่ยนน้ำ ความเค็มอาจสูงจนไม่ปลอดภัย

แหล่งอ้างอิง

  1. Aquarium Co-Op – How to Set Up a Quarantine Tank
  2. ANGFA Rainbowfish – Disease Prevention
  3. The Vet Desk (PangoVet) – How to Quarantine New Fish Properly (DVM-reviewed)
  4. The Quarantine Tank (hobbyist page hosted at uvm.edu)
  5. Chăm Cá – Khi nào nên cách ly & cách setup hồ cách ly (ภาษาเวียดนาม)
  6. Therium – 3 kinh nghiệm dưỡng cá mới mua từ cửa hàng (ภาษาเวียดนาม)
  7. Merck Veterinary Manual – Production Medicine and Biosecurity in Aquaculture
  8. Fish Quarantine: Current Practices in Public Zoos and Aquaria (VIN)
  9. Fish Tanks Direct – How Long Should You Quarantine New Fish?