การดูแล · อ่านประมาณ 5 นาที

วิธีเลือกซื้อปลาให้ได้ปลาแข็งแรง: สัญญาณปลาป่วยและคำถามที่ควรถามร้าน

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 5 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • ปลาที่แข็งแรงตอนซื้อจะมีครีบกางเต็มและไม่ฉีกขาด ตาใส ว่ายน้ำนิ่งและสม่ำเสมอ หายใจเป็นจังหวะ ท้องไม่ยุบและไม่บวม และยอมกินอาหาร ส่วนปลาที่มีจุดขาว มีปุยคล้ายสำลี เกล็ดตั้ง ตัวคด หรือว่ายเสียการทรงตัว ไม่ควรซื้อ
  • ก่อนตัดสินใจให้ยืนดูปลาอย่างน้อย 2–3 นาที ดูปลาตัวอื่นในตู้เดียวกันด้วย และถามร้านว่าปลามาถึงร้านเมื่อไร ให้อาหารอะไร และเลี้ยงในน้ำแบบไหน พอได้ปลากลับบ้านแล้วให้กักโรคในตู้แยกก่อนทุกครั้ง

ทำไมต้องเลือกปลาให้ดีตั้งแต่ที่ร้าน

ปลาป่วยตัวเดียวที่ติดมากับถุงอาจทำให้โรคลามทั้งตู้ปลาได้ การหาข้อมูลก่อนซื้อและดูปลาให้ละเอียดที่ร้านจึงประหยัดแรงกว่าการตามรักษาทีหลังมาก ก่อนออกไปซื้อ ควรรู้เรื่องเหล่านี้ของปลาที่อยากได้

  • ชื่อวิทยาศาสตร์ สภาพน้ำที่ต้องการ นิสัย ปลาที่เลี้ยงรวมด้วยได้ อาหาร และขนาดตัวสุดท้ายเมื่อโตเต็มที่
  • หาข้อมูลได้จากสัตวแพทย์ หนังสือ นิตยสารปลาสวยงาม อินเทอร์เน็ต และร้านปลาใกล้บ้าน
  • ถ้าเจอปลาที่ชอบแต่ยังไม่รู้วิธีเลี้ยง ขอให้ร้านกันตัวไว้ให้ก่อนระหว่างที่กลับไปหาข้อมูลได้
  • จดข้อมูลตู้ที่บ้านติดตัวไปด้วย เช่น ขนาดตู้ ตู้ตั้งมานานเท่าไร อุปกรณ์ ปลาและสัตว์ที่มีอยู่ ค่าน้ำ และยาที่เคยใช้
  • เซ็ตตู้ปลาให้เรียบร้อยและเดินระบบไว้สักระยะก่อนจะลงปลาตัวแรก

ควรรู้ด้วยว่าปลาแต่ละชนิดปกติแล้วมีพฤติกรรมอย่างไร เพราะถ้ารู้ว่าแบบไหนปกติ ก็จะดูออกง่ายขึ้นว่าตัวไหนผิดปกติ

ปลาแข็งแรงหน้าตาเป็นอย่างไร เทียบกับสัญญาณที่ควรเลี่ยง

ส่วนที่ดูปลาแข็งแรงสัญญาณที่ควรระวัง
ครีบกางเต็ม เรียบ ไม่ฉีกขาดครีบแตก ฉีกขาด ขอบครีบเป็นสีขาว หรือมีเลือดซึม
ผิวและเกล็ดเรียบ สะอาด ไม่มีรอยด่าง ไม่มีเมือกมากผิดปกติจุดขาว ปุยคล้ายสำลี เส้นแดง เกล็ดตั้ง แผล หรือมองเห็นปรสิต
ตาใส สดใส สองข้างเท่ากันตาขุ่น ตาโปน หรือตาหายไป
ท้องอิ่ม ไม่บวมท้องยุบหรือท้องบวม
สีตัวสีสดตามแบบของชนิดนั้นสีซีดเมื่อเทียบกับปกติของชนิดนั้น ซึ่งอาจมาจากความเครียด อาหารไม่ดี หรือป่วย
การหายใจเป็นจังหวะ ไม่ต้องออกแรง แผ่นปิดเหงือกขยับทั้งสองข้างหายใจถี่หรือหอบ ขึ้นมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำ แผ่นปิดเหงือกข้างหนึ่งปิดค้าง เหงือกแดงหรืออักเสบ (อาจเป็นการติดเชื้อหรือเหงือกเสียหายจากแอมโมเนีย)
การว่ายน้ำตื่นตัว ว่ายนิ่งและสม่ำเสมอ แต่ไม่พล่านหรือตื่นตกใจง่ายลอยนิ่งซึม ๆ นอนนิ่งที่พื้น ลอยอยู่ใกล้ผิวน้ำ พุ่งไปมาไม่เป็นทิศ ว่ายวนเป็นวงหรือหมุนเป็นเกลียว ว่ายหงายท้อง เสียการทรงตัว ว่ายชนของแต่งหรือกระจก ตื่นกลัวมากผิดปกติ
การกินกินอาหารที่ให้ไม่ยอมกินอาหาร

ปลาที่ว่ายเป็นฝูงควรอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหลวม ๆ ถ้าตัวไหนแยกออกมาอยู่ตัวเดียวก็ควรดูให้ดีขึ้น

อาการที่ไม่ควรซื้อเด็ดขาด

  • จุดขาวบนตัวหรือครีบ อาจเป็นโรคจุดขาว (ich) ซึ่งติดต่อกันได้ง่ายมาก
  • ปุยขาวคล้ายสำลี เป็นลักษณะของการติดเชื้อรา
  • เกล็ดตั้งคล้ายลูกสน (ท้องมาน) รักษายากและมักทำให้ปลาตาย
  • กระดูกสันหลังคดหรืองอ อาจเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือวัณโรคปลา
  • ตาหายไป ครีบเสียหายหนัก หรือมองเห็นปรสิตบนตัว

ข้อสังเกตเฉพาะปลากัด

  • สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ แผลตามตัว รอยสีเงินหรือจุดขาว กินน้อย ถูตัวกับหินหรือไม้น้ำ นอนอยู่ที่ก้นภาชนะ ว่ายหงายท้องหรือตัวเอียง อุจจาระสีขาว และสีซีดลง
  • ปลากัดบางสายพันธุ์มีลายสีเงินตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงต้องดูให้ละเอียดก่อนจะสรุปว่าเป็นโรค
  • ดูน้ำและเศษอาหารที่เหลือในขวดหรือภาชนะของปลากัด จะพอบอกได้ว่าร้านดูแลดีแค่ไหน
  • ปลากัดตัวที่ดูแข็งแรงก็ติดโรคจากปลาที่อยู่ในตู้เดียวกันได้ ถ้าเลี้ยงรวมกันมา ให้ดูตัวอื่นในตู้นั้นด้วย
  • ปลากัดที่อายุน้อยมักตัวเล็กกว่าและครีบยังโตไม่เต็มที่ แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกตัว
  • ซื้อทีละตัวดีกว่าซื้อหลายตัวพร้อมกัน

ขั้นตอนเลือกปลาที่ร้าน

  1. ดูภาพรวมของร้าน ถ้ามีกลิ่นเน่า ตู้ส่วนใหญ่น้ำขุ่น หรือมีปลาตายลอยอยู่ในตู้โชว์ ควรเลี่ยง
  2. ดูตู้ที่ปลาตัวที่อยากได้อยู่ว่าน้ำสะอาดไหม และปลาตัวอื่นในตู้นั้นแข็งแรงดีด้วยหรือเปล่า
  3. ดูว่าแต่ละตู้มีระบบกรองของตัวเองหรือใช้ระบบกรองรวม เพราะถ้าใช้น้ำร่วมกัน โรคก็ข้ามตู้ได้
  4. ยืนดูปลาตัวที่เล็งไว้อย่างน้อย 2–3 นาทีก่อนตัดสินใจ ปลาที่แข็งแรงมักว่ายมาหาเมื่อเราเข้าไปยืนหน้ากระจก
  5. ไล่ดูตามตารางด้านบน ทั้งครีบ ผิว ตา ท้อง สี การหายใจ และการว่ายน้ำ
  6. ขอให้ร้านให้อาหารให้ดูก่อนซื้อ ถ้าปลากินอาหารได้ก็เป็นสัญญาณที่ดี
  7. ถามร้านตามหัวข้อถัดไป ถ้าคำตอบไม่ชัดเจน ให้กลับไปหาข้อมูลเองก่อนค่อยซื้อ
  8. พาปลากลับบ้านให้เร็วที่สุด ถ้าทางไกลขอถุงใบใหญ่ขึ้นหรือขอน้ำเพิ่ม
  9. ถึงบ้านแล้วค่อย ๆ ปรับปลาให้ชินกับอุณหภูมิและเคมีของน้ำในตู้ใหม่ทีละน้อย เพื่อลดความเครียด

คำถามที่ควรถามร้าน

  • ปลาตัวนี้หรือล็อตนี้เป็นอย่างไรบ้าง เคยมีปัญหาสุขภาพมาก่อนไหม
  • ปลามาถึงร้านเมื่อไร ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกปลาที่อยู่ร้านมาแล้ว 1–2 สัปดาห์และกินอาหารดี
  • ให้อาหารอะไร ให้บ่อยแค่ไหน และปลากินดีไหม
  • เลี้ยงในค่าน้ำเท่าไร จะได้เตรียมตู้กักโรคให้ใกล้เคียงกัน

ถามได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ถ้าได้รู้จักพนักงานสักหนึ่งหรือสองคน ก็มักจะได้คำตอบเรื่องปลาที่ตรงไปตรงมามากขึ้น ร้านที่ดีและมีพนักงานที่มีประสบการณ์ยังช่วยแนะนำเรื่องน้ำประปาในพื้นที่ และชนิดปลาที่เลี้ยงด้วยกันได้

เลือกร้านและตู้ที่จะซื้ออย่างไร

  • เลือกร้านที่เปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ คอยดูอาการปลา และแยกรักษาหรือกักโรคตัวที่ป่วย
  • ถ้าในตู้มีปลาดูป่วยแม้แต่ตัวเดียว อย่าซื้อปลาจากตู้นั้นเลย
  • ถ้าในตู้มีปลาหลายตัวหายใจลำบาก ให้เลี่ยงทั้งตู้
  • ถ้าตู้ที่เคยมีปลาป่วยดูเหมือนหายแล้ว ให้รออย่างน้อยสองสัปดาห์หลังอาการหายไปก่อนจะซื้อจากตู้นั้น
  • ปลาในร้านที่ดูแลไม่ดีอาจเครียด ป่วย หรืออยู่ในน้ำสกปรกมาตลอด

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • คิดว่าร้านใหญ่หรือมีปลาให้เลือกเยอะแปลว่าดูแลดี ขนาดร้านไม่ได้บอกเรื่องการดูแลปลา
  • คิดว่าไม่เห็นปลาตายแปลว่าร้านดี พนักงานอาจตักซากออกไปแล้ว
  • ซื้อปลาที่เห็นชัดว่าป่วยเพราะคิดว่ากลับไปรักษาเองได้ แบบนี้เสี่ยงทำให้โรคติดทั้งตู้
  • ซื้อปลาที่ไม่ยอมกินอาหารหรือไล่กัดปลาตัวอื่น ถ้าไม่พร้อมดูแลเป็นพิเศษ ปล่อยไว้ที่ร้านจะดีกว่า

หลังซื้อ: กักโรคก่อนลงตู้หลัก

ปลาใหม่ทุกตัวควรผ่านการกักโรค แม้จะดูแข็งแรงดีก็ตาม ระหว่างกักโรคให้คอยดูอาการป่วยและดูว่าปลากินอาหารดีหรือไม่ ส่วนระยะเวลา แต่ละแหล่งแนะนำไม่เท่ากัน

  • แหล่งหนึ่งแนะนำอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์
  • อีกแหล่งแนะนำอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ และให้นานกว่านั้นถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น
  • อีกแหล่งแนะนำ 2–4 สัปดาห์ ในตู้ขนาด 20–40 ลิตรที่มีกรองฟองน้ำ ฮีตเตอร์ และที่หลบซ่อน

ตู้กักโรคยังใช้แยกรักษาปลาที่ป่วยได้ด้วย ปลาที่แข็งแรงในตู้หลักจะได้ไม่ต้องโดนยาไปด้วย แหล่งหนึ่งบอกว่าจะถ่ายพยาธิทั่วไปด้วย praziquantel ระหว่างกักโรคหรือไม่ก็ได้ ไม่ได้เป็นขั้นตอนบังคับ

คำถามที่พบบ่อย

ควรยืนดูปลานานแค่ไหนก่อนตัดสินใจซื้อ

อย่างน้อย 2–3 นาที ระหว่างนั้นให้ดูการว่ายน้ำ การหายใจ ครีบ ตา และผิว ปลาที่แข็งแรงมักว่ายมาหาเมื่อเราเข้าไปยืนหน้ากระจก

ในตู้มีปลาป่วยอยู่ตัวเดียว แต่ตัวที่อยากได้ดูปกติ ซื้อได้ไหม

ไม่ควรซื้อ ถ้าในตู้มีปลาดูป่วยแม้ตัวเดียว ควรเลี่ยงทั้งตู้ ถ้าตู้นั้นดูหายดีแล้ว ให้รออย่างน้อยสองสัปดาห์หลังอาการหายไปก่อน และควรดูด้วยว่าตู้นั้นใช้ระบบกรองร่วมกับตู้อื่นหรือเปล่า

ควรซื้อปลาที่เพิ่งมาถึงร้านไหม

ควรถามร้านว่าปลามาถึงเมื่อไร แล้วเลือกปลาที่อยู่ร้านมาแล้ว 1–2 สัปดาห์และกินอาหารดี ถ้าทำได้ให้ขอดูปลากินอาหารก่อนซื้อ

ปลากัดมีลายสีเงิน แปลว่าป่วยหรือเปล่า

ไม่เสมอไป รอยสีเงินหรือจุดขาวอาจเป็นสัญญาณของโรคได้ แต่ปลากัดบางสายพันธุ์ก็มีลายสีเงินตามธรรมชาติ ให้ดูอาการอื่นประกอบด้วย เช่น กินน้อย ถูตัว นอนก้น ตัวเอียง หรือสีซีด

ปลาใหม่ดูแข็งแรงดี ยังต้องกักโรคอีกไหม

ควรกักโรคทุกตัว ระยะเวลาที่แนะนำต่างกันไปตามแหล่ง มีตั้งแต่อย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ อย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ ไปจนถึง 2–4 สัปดาห์ในตู้ 20–40 ลิตรที่มีกรองฟองน้ำ ฮีตเตอร์ และที่หลบซ่อน

แหล่งอ้างอิง

  1. Selection of Fish
  2. Aquarium Fish Health: Proper Selection and Care of New Fish
  3. How To Buy Healthy Fish
  4. How to Pick Healthy Fish at the Shop: Red Flags to Watch For
  5. Bí quyết giúp cá betta sống lâu hơn (có hình ảnh) – Mytour (ภาษาเวียดนาม)