การดูแล · อ่านประมาณ 8 นาที

ปลาไม่กินอาหาร เกิดจากอะไร ควรแก้อย่างไร และเมื่อไรต้องรีบจัดการ

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 7 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • ปลาไม่กินอาหารเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ ให้อาหารมากเกินจนปลาอิ่ม ให้อาหารไม่ตรงกับชนิดปลา ปลาใหม่ยังเครียด ถูกปลาตัวอื่นรังแก คุณภาพน้ำแย่ อุณหภูมิไม่เหมาะ ช่วงผสมพันธุ์ หรือป่วย
  • สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจน้ำทันทีด้วยชุดตรวจแบบน้ำยา ถ้าแอมโมเนียหรือไนไตรต์สูงกว่าศูนย์ หรือไนเตรตเกิน 40 ppm ให้เปลี่ยนน้ำ 30–50% จากนั้นเช็กอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์อีกตัว แล้วสังเกตว่าปลามีอาการป่วยอื่นร่วมด้วยหรือไม่
  • ถ้าปลาหอบที่ผิวน้ำ ท้องบวม หรือเกล็ดตั้ง ร่วมกับไม่กินอาหาร หรือลูกปลาไม่กินเกิน 24 ชั่วโมง ให้ถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน

ปลาไม่กินอาหารหมายถึงอะไร

ปลาที่กินอิ่มแล้วจะไม่กินต่อ ปลาที่ดูเหมือนไม่ยอมกินจึงอาจแค่ได้อาหารมากเกินไป แต่การเบื่ออาหารก็ถูกระบุเป็นอาการของโรคปลาหลายโรคด้วย เช่น โรคจุดขาว โรคกำมะหยี่ เชื้อ Ichthyobodo และโปรโตซัวในลำไส้อย่าง Spironucleus/Hexamita นอกจากนี้ การให้อาหารไม่เหมาะสมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ปลาสวยงามในตู้และในบ่อป่วยหรือตาย

ปลาโตเต็มวัยที่แข็งแรงโดยทั่วไปอยู่ได้ 3–7 วันโดยไม่กินอาหาร บางชนิดอยู่ได้เกินสองสัปดาห์ ส่วนลูกปลาและปลาวัยรุ่นต้องกินหลายมื้อต่อวัน ถ้าขาดอาหารอาจตัวพิการหรือตายได้ ปลาตัวใหญ่ที่เผาผลาญช้าอยู่ได้นานกว่าระหว่างมื้อ และน้ำที่อุ่นขึ้นทำให้ปลาเผาผลาญเร็วขึ้นและต้องการอาหารมากขึ้น

ระยะอดอาหารที่แหล่งข้อมูลหนึ่งแนะนำว่าปลอดภัย:

กลุ่มปลาอดได้อย่างปลอดภัยอยู่รอดได้นานสุด
ปลาเล็กในตู้รวม3–5 วันถึง 2 สัปดาห์
ปลากระดี่และปลาบาร์บ5–7 วันถึง 2–3 สัปดาห์
ปลาหมอตัวใหญ่และปลาซักเกอร์1–2 สัปดาห์ถึง 4 สัปดาห์
ปลากัด5–7 วันถึง 2 สัปดาห์
ลูกปลาไม่เกิน 1–2 วัน3–5 วัน

แยกสาเหตุจากอาการที่เห็น

  • ปลาใหม่เครียด: หลบซ่อน สีซีด ว่ายหนีเมื่อเข้าใกล้ และไม่สนอาหารใน 24–72 ชั่วโมงแรก
  • อาหารไม่ถูก: ปลาอมอาหารแล้วคายทิ้ง หรืออาหารจมลงไปโดยไม่มีตัวไหนกิน
  • น้ำไม่ดี: ไม่กินอาหารร่วมกับหอบที่ผิวน้ำ หุบครีบ ซึม หรือน้ำขุ่น มีกลิ่น
  • ป่วย: ไม่กินอาหารร่วมกับจุดขาว มีก้อนคล้ายสำลี ท้องบวม ครีบมีเส้นแดง แยกตัว เหงือกขยับถี่ หรือผอมลง
  • ถูกรังแก: ตัวหนึ่งไม่กินขณะที่ตัวอื่นกิน ถูกไล่ออกจากอาหาร หลบตลอดเวลา หรือครีบขาด
  • ให้อาหารมากเกิน: ปลาตอดอาหารแบบเนือย ๆ เศษอาหารสะสม ท้องดูกลมเล็กน้อย และตะไคร่ขึ้นเยอะ
  • ช่วงผสมพันธุ์: มีหวอด ตัวเมียท้องอวบขึ้น หรือปลาที่อมไข่ไว้ในปาก อาจเป็นเหตุผลที่ปลาหยุดกิน

สำหรับปลากัด บางครั้งเจ้าของคิดว่าปลาไม่กิน แต่จริง ๆ แล้วกินแค่บางส่วน ควรสังเกตการกินหลาย ๆ มื้อเพื่อแยกให้ออก ปลากัดที่อยู่ในน้ำเย็นเกินไปอาจเบื่ออาหารและนอนอยู่ที่ก้นตู้

อาการเฉพาะที่ควรรู้:

  • โปรโตซัวในลำไส้ (Spironucleus, Hexamita): ซึม ผอมลง ขี้ขาวเป็นเส้นยาว
  • ลำไส้ติดเชื้อแบคทีเรียในปลาหมอครอสบรีด (ฟลาวเวอร์ฮอร์น): ไม่กินอาหาร ขี้อาย สีซีด ท้องหรือช่องทวารบวม ขี้ขาวหรือเป็นเส้น
  • โรคหัวเป็นรูในฟลาวเวอร์ฮอร์น (Hexamita): มีหลุมหนองสีขาว น้ำตาลหรือเหลืองบนหัว ผอม ผิวคล้ำ ขี้ขาวเป็นเส้น และลอยหัวชี้ขึ้นที่ผิวน้ำ

สาเหตุที่พบบ่อย

  • ให้อาหารมากเกิน: ปลาอิ่มจึงไม่สนอาหาร และอาหารส่วนเกินทำให้น้ำเสีย
  • อาหารไม่ตรงชนิดปลา: ปลากินพืชไม่สนเหยื่อเป็นหรืออาหารเนื้อ ปลากินเนื้อแทบไม่สนผักหรืออาหารเม็ดสาหร่าย
  • ปลาแน่นตู้: ปลาขี้อายอาจถูกรังแกตอนให้อาหารจนไม่กล้ามากิน และปลาตัวผู้บางชนิดหวงถิ่นมากขึ้นเมื่อโต
  • ป่วย: การติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ปรสิต ความผิดปกติของกระเพาะลม และโรคครีบเปื่อยหางเปื่อย
  • ระบบกรองและคุณภาพน้ำ: แอมโมเนียหรือไนไตรต์พุ่ง ไนเตรตสูง น้ำเสียเร็ว และออกซิเจนต่ำ ในตู้ใหม่ แอมโมเนียจะสะสมในช่วง 1–3 สัปดาห์แรกเพราะระบบกรองชีวภาพยังไม่พร้อม
  • อุณหภูมิ: น้ำร้อนเกินทำให้ปลาอยู่ไม่นิ่งและไม่สนอาหาร น้ำเย็นเกินทำให้เผาผลาญช้าและกินน้อยลง ต้นเหตุที่พบบ่อยคือฮีตเตอร์เสีย
  • ความเครียด: การระบาดของโปรโตซัวในลำไส้อาจเกิดจากปลาแน่น การขนส่ง การจับ และความเครียดอื่น ๆ

ปลากัด: ปลากัดที่ฟาร์มเลี้ยงด้วยอาหารสด อาหารแช่แข็ง และอาหารฟรีซดราย อาจไม่รู้ว่าอาหารแผ่นหรืออาหารเม็ดเป็นอาหาร อาหารแช่แข็งที่ยังไม่ละลายหรืออาหารฟรีซดรายที่ยังกรอบอาจถูกทิ้งไว้ไม่กิน การเปลี่ยนแปลงของค่า pH ความกระด้างของน้ำ และแอมโมเนียล้วนมีผลต่อความอยากอาหารของปลากัด

ปลาหมอที่อมไข่: แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าปลาหมอที่อมไข่อาจไม่กินอาหาร 2–3 สัปดาห์ระหว่างอมไข่ อีกแหล่งระบุว่าตัวเมียของปลาหมอสีแอฟริกาที่อมไข่อาจไม่กินอาหารนานหลายสัปดาห์ระหว่างอมลูก ซึ่งอาจนานถึงหนึ่งเดือน ส่วนปลาหมอสีแอฟริกาที่ติดเชื้อ Cryptobia จะหยุดกินและผอมลง และคู่มือสัตวแพทย์ระบุว่ายังไม่มีวิธีรักษา

ปลาอะโรวาน่า: หยุดกินได้เพราะน้ำสกปรก ระบบกรองหยุดทำงาน แอมโมเนีย ไนไตรต์ หรือไนเตรต หรือค่า pH เปลี่ยนเร็วเกินไป อาจไม่กินหลังขนส่งหรือย้ายตู้ หลังเสียเพื่อนร่วมตู้ หรือเมื่อเปลี่ยนน้ำทันทีหลังกินมื้อใหญ่ อะโรวาน่าที่โตถึงราว 40–50 ซม. จะเคลื่อนไหวช้าลงและกินน้อยลงตามธรรมชาติ ตัวเมียที่เริ่มมีไข่มักกินน้อยลงเป็นเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

ฟลาวเวอร์ฮอร์น: ลำไส้ติดเชื้อมักเริ่มเมื่อความเครียดจากการย้ายตู้หรือขนส่งทำให้ภูมิต้านทานลดลง และแบคทีเรียในลำไส้เพิ่มจำนวน

สิ่งที่ต้องทำทันที

  • ตรวจน้ำทันทีด้วยชุดตรวจแบบน้ำยา
  • ถ้าแอมโมเนียหรือไนไตรต์สูงกว่าศูนย์ หรือไนเตรตเกิน 40 ppm ให้เปลี่ยนน้ำ 30–50% อีกแหล่งข้อมูลระบุว่าเมื่อแอมโมเนียรวมถึง 2 mg/L ขึ้นไป ให้เปลี่ยนน้ำอย่างน้อย 50%
  • ข้อยกเว้น: ในตู้เก่าที่ค่า pH ลดต่ำกว่า 6.0 และแอมโมเนียมักสูงเกิน 10 mg/L ไม่แนะนำให้เปลี่ยนน้ำแบบธรรมดา เพราะค่า pH ที่สูงขึ้นจะทำให้แอมโมเนียกลายเป็นพิษ
  • ถ้าปลาหอบร่วมกับไม่กินอาหาร ท้องบวม หรือเกล็ดตั้ง ให้ถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน ตรวจน้ำและจัดการทันที
  • ลูกปลาหรือปลาวัยรุ่นที่ไม่กินเกิน 24 ชั่วโมงถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน
  • การเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลันเป็นอันตรายมากและมักทำให้ปลาตาย จึงควรแก้ต้นเหตุโดยเร็วและเปลี่ยนฮีตเตอร์ที่เสีย
  • ย้ายปลาป่วยไปตู้กักโรค แล้วปรึกษาสัตวแพทย์

ขั้นตอนหาสาเหตุทีละข้อ

  1. สังเกตการกินหลายมื้อ และจดว่าปลาปฏิเสธอาหารทั้งหมดหรือแค่บางส่วน
  2. จดว่าปลาไม่กินมานานเท่าไรแล้ว
  3. ตรวจว่าอาหารเหมาะกับชนิดปลา และอาหารแช่แข็งละลายหมดแล้ว
  4. ให้อาหารตามเวลาสม่ำเสมอ และตักเศษอาหารที่เหลือออก
  5. วัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์ตัวที่สอง
  6. ตรวจค่า pH ความกระด้าง และแอมโมเนีย
  7. สังเกตอาการของโรค ถ้ายังหาสาเหตุไม่ได้ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ด้านปลา

สำหรับปลาใหม่ ให้รอ 12–24 ชั่วโมงก่อนให้อาหารมื้อแรก ปลาส่วนใหญ่จะเริ่มกินภายใน 2–3 วัน ปลากัดใหม่ที่เครียดมักกลับมากินเองได้ แต่ก็ยังควรใส่ใจอาการไม่กินอยู่ดี

ถ้ามีปลาตัวที่ชอบรังแก ให้โปรยอาหารหลายจุด หรือใช้อาหารจมและอาหารลอยพร้อมกัน และจัดของตกแต่งใหม่หรือเพิ่มไม้น้ำให้มีที่หลบ

วิธีแก้ตามสาเหตุ

  • น้ำไม่ดี: เปลี่ยนน้ำบางส่วน ปลูกไม้น้ำ เพิ่มระบบกรอง ลดจำนวนปลา และใช้ตู้ที่ใหญ่ขึ้น หลายครั้งต้องทำหลายข้อร่วมกัน
  • ปลากัดน้ำเย็น: เช็กด้วยเทอร์โมมิเตอร์ตัวที่สองแล้วทำให้น้ำอุ่นขึ้น การปรับไปทางค่าสูงของช่วง 74–81 °F อาจช่วยได้
  • อาหารแช่แข็ง: ละลายให้หมดก่อนให้ เช่น แช่ในน้ำจากตู้
  • เปลี่ยนอาหาร: ถ้าปลายังไม่ยอมรับอาหารใหม่ ให้อาหารเดิมควบคู่ไปด้วย
  • ท้องผูก: การงดอาหาร 24–48 ชั่วโมงช่วยแก้ท้องผูกได้ ถ้าไม่แก้ ท้องผูกอาจทำให้เกิดปัญหากระเพาะลม

ฟลาวเวอร์ฮอร์น (ตามแหล่งข้อมูลเดียวกัน):

  • ลำไส้อักเสบ: งดอาหาร รักษาอุณหภูมิน้ำที่ 28–30 °C เปลี่ยนน้ำ 50% ในวันแรก จากนั้นวันละ 10%
  • ลำไส้ติดเชื้อแบคทีเรีย: ละลายเมโทรนิดาโซล (metronidazole) ในน้ำอุ่นให้หมด ใช้ 500 mg ต่อน้ำ 40 ลิตร คำนวณปริมาตรน้ำให้ถูกเพื่อไม่ให้ยาเกินขนาด แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุระยะเวลาการรักษา
  • โรคหัวเป็นรู: เปลี่ยนน้ำราว 75% ทำความสะอาดพื้นตู้และระบบกรอง จากนั้นใส่เมโทรนิดาโซลบดที่ละลายในน้ำร้อน (ประมาณ 90 °C) ขนาด 500 mg ต่อน้ำ 40 ลิตร นาน 10–15 วัน ถ้าดีขึ้นช้าให้นานกว่านั้น อาจเติมเมทิลีนบลูเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

อะโรวาน่า:

  • เป็นจุดขาวหรือเครียด: รักษาน้ำไว้ที่ประมาณ 30–32 °C และเติมเกลือเล็กน้อย
  • ไม่กินจากสาเหตุอื่น: เปลี่ยนน้ำ 10–20% ทุก 2–3 วัน เติมเกลือเล็กน้อยทุกครั้งแล้วค่อย ๆ ลดลง แต่อย่าใส่มากเกินไป และเปิดปั๊มลม 4–6 ชั่วโมงต่อวัน

คู่มือสัตวแพทย์แนะนำให้สัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพปลาเป็นผู้วินิจฉัยและรักษา

การป้องกัน

  • ให้อาหารเท่าที่ปลากินหมดในไม่กี่นาที และตักเศษอาหารที่เหลือออกก่อนที่จะตกตะกอน อีกแหล่งข้อมูลแนะนำให้ให้เท่าที่ปลากินหมดในราวสองนาที วันละ 1–2 ครั้ง และงดอาหารสัปดาห์ละหนึ่งวัน ยกเว้นลูกปลาและปลาวัยรุ่น
  • ปลากัดและปลาทองแฟนซีได้ประโยชน์จากการงดอาหารสัปดาห์ละหนึ่งวัน ปลาทอง โดยเฉพาะพันธุ์ตัวกลม ให้อาหารมากเกินได้ง่าย และมีแนวโน้มเป็นปัญหาระบบย่อยอาหารและกระเพาะลม
  • เลือกอาหารให้ตรงกับว่าปลาเป็นปลากินพืช กินเนื้อ หรือกินทั้งพืชและเนื้อ
  • เก็บอาหารแห้งในที่เย็นและแห้ง ใช้ให้หมดหรือเปลี่ยนใหม่ทุก 2 เดือน และทิ้งอาหารที่ขึ้นรา (เสี่ยงอะฟลาท็อกซิน)
  • ซื้ออาหารสดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะอาหารที่จับจากธรรมชาติอาจมีปรสิต
  • กักโรคปลาใหม่และปลาป่วย เพราะการไม่กักโรคเป็นปัจจัยหนึ่งของความผิดปกติในปลาหลายแบบ
  • เลี้ยงปลาน้อยตัวลงแต่แข็งแรง และเลือกชนิดที่อยู่ร่วมกันได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ให้อาหารบ่อยเกินไป หรือคนในบ้านหลายคนต่างคนต่างให้อาหาร
  • ใช้น้ำยากำจัดคลอรีนธรรมดาในขณะที่น้ำประปามีคลอรามีน
  • คิดว่าการไม่กินอาหารแห้งแปลว่าป่วยเสมอ ปลาปักเป้าถั่ว (pea puffer) และปลาสการ์เล็ตบาดิสมักไม่กินอาหารแห้ง และต้องให้อาหารสดหรืออาหารแช่แข็ง
  • เคาะกระจก ให้อาหารปลาใหม่ตั้งแต่วันแรก บังคับปลาที่กำลังผสมพันธุ์ให้กิน และปล่อยลูกปลาอดอาหาร
  • ใช้ก้อนอาหาร ซึ่งอาจทำให้อาหารที่เหลือเน่าในตู้ และปลาหลายชนิด รวมถึงปลาเตตร้าและปลาหมอส่วนใหญ่ ไม่รู้ว่าเป็นอาหาร
  • ปล่อยปลาเล็กไว้กับอะโรวาน่าที่ป่วย ปลาเล็กอาจตอดครีบจนอะโรวาน่าเครียดหนักขึ้น

เมื่อไรต้องกังวล

  • ปลาหอบร่วมกับไม่กินอาหาร ท้องบวม หรือเกล็ดตั้ง
  • ลูกปลาหรือปลาวัยรุ่นไม่กินเกิน 24 ชั่วโมง
  • มีอาการป่วยร่วม เช่น จุดขาว ก้อนคล้ายสำลี ขี้ขาวเป็นเส้น หรือผอมลง
  • ปรับระบบกรองและลองวิธีอื่นแล้ว ปลายังไม่กิน ควรติดต่อสัตวแพทย์

มีแหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าปลากัดไม่ได้อดอาหารง่ายกว่าปลาอื่น ปัญหานี้ดูเหมือนพบบ่อยเพราะคนเลี้ยงปลากัดกันมาก

คำถามที่พบบ่อย

ปลาไม่กินอาหารได้นานแค่ไหน

ปลาโตเต็มวัยที่แข็งแรงโดยทั่วไปอยู่ได้ 3–7 วัน บางชนิดเกินสองสัปดาห์ แหล่งข้อมูลหนึ่งแนะนำว่าปลาเล็กในตู้รวมอดได้อย่างปลอดภัย 3–5 วัน ปลากัด 5–7 วัน ปลาหมอตัวใหญ่และปลาซักเกอร์ 1–2 สัปดาห์ ส่วนลูกปลาไม่เกิน 1–2 วัน

ปลาใหม่ไม่ยอมกินอาหาร ผิดปกติไหม

ปลาใหม่ที่เครียดมักหลบซ่อน สีซีด และไม่สนอาหารใน 24–72 ชั่วโมงแรก ให้รอ 12–24 ชั่วโมงก่อนให้อาหารมื้อแรก ปลาส่วนใหญ่จะเริ่มกินภายใน 2–3 วัน และไม่ควรเคาะกระจกหรือให้อาหารตั้งแต่วันแรก

ปลากัดไม่กินอาหารเม็ดต้องทำอย่างไร

ปลากัดที่ฟาร์มเลี้ยงด้วยอาหารสด อาหารแช่แข็ง หรือฟรีซดราย อาจไม่รู้ว่าอาหารเม็ดเป็นอาหาร ให้อาหารเดิมควบคู่กับอาหารใหม่ ละลายอาหารแช่แข็งให้หมดก่อนให้ และวัดอุณหภูมิด้วย เพราะน้ำเย็นก็ทำให้ปลากัดไม่กินได้

ปลาหมอที่อมไข่ไม่กินอาหาร ต้องบังคับให้กินไหม

ไม่ควรบังคับปลาที่กำลังผสมพันธุ์ให้กิน แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าปลาหมอที่อมไข่อาจไม่กิน 2–3 สัปดาห์ อีกแหล่งระบุว่าตัวเมียของปลาหมอสีแอฟริกาอาจไม่กินหลายสัปดาห์ระหว่างอมลูก ซึ่งอาจนานถึงหนึ่งเดือน

เมื่อไรควรเปลี่ยนน้ำและเปลี่ยนเท่าไร

ถ้าแอมโมเนียหรือไนไตรต์สูงกว่าศูนย์ หรือไนเตรตเกิน 40 ppm แหล่งข้อมูลหนึ่งแนะนำให้เปลี่ยน 30–50% อีกแหล่งระบุว่าเมื่อแอมโมเนียรวมถึง 2 mg/L ขึ้นไป ให้เปลี่ยนอย่างน้อย 50% แต่ในตู้เก่าที่ค่า pH ต่ำกว่า 6.0 และแอมโมเนียสูงมาก ไม่แนะนำให้เปลี่ยนน้ำแบบธรรมดา

แหล่งอ้างอิง

  1. Why Is My Fish Not Eating? (PangoVet / The Vet Desk, reviewed by Dr. Luqman Javed, DVM)
  2. Disorders and Diseases of Fish - Merck Veterinary Manual (pet owner version)
  3. Nguyên nhân cá la hán bỏ ăn. Cách xử lý hiệu quả (Chợ Tốt) (ภาษาเวียดนาม)
  4. Tìm hiểu nguyên nhân cá rồng biếng ăn và cách khắc phục (Chợ Tốt) (ภาษาเวียดนาม)
  5. Fish Not Eating? 8 Causes and What to Do (Gensou Premium Aquascaping, Singapore)
  6. How long can fish go without food? (Aquariadise)
  7. Why Your Betta Fish Is Not Eating (Simple Checklist) - Aquarium Source