การดูแล · อ่านประมาณ 7 นาที
ปลาลอยหัว ฮุบอากาศที่ผิวน้ำ: เกิดจากอะไร และต้องแก้อย่างไรทันที
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 10 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ
- ปลาลอยหัวขึ้นมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำ เพราะน้ำชั้นบนมีออกซิเจนละลายอยู่มากที่สุด อาการนี้มักเป็นสัญญาณเตือนว่าในตู้ปลามีปัญหา เช่น ออกซิเจนต่ำ น้ำร้อนเกินไป มีแอมโมเนียหรือไนไตรต์ CO2 มากเกินไป หรือเหงือกป่วย
- สิ่งที่ควรทำก่อนคือวัดอุณหภูมิ เพิ่มการให้อากาศ และตรวจค่าน้ำทันที ถ้าพบแอมโมเนียหรือไนไตรต์ให้เปลี่ยนน้ำด้วยน้ำประปาที่กำจัดคลอรีนแล้ว เพราะถ้าสาเหตุคือไนไตรต์เป็นพิษหรือออกซิเจนหมด ปลาอาจตายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
อาการนี้คืออะไร และทำไมต้องรีบดู
ปลาขึ้นมาอยู่ที่ผิวน้ำเพราะน้ำตรงนั้นมีออกซิเจนละลายอยู่มากที่สุด การเห็นปลาลอยหัวฮุบอากาศจึงเป็นสัญญาณเตือนแต่เนิ่น ๆ ว่าตู้ปลาอาจมีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น ควรถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องหาสาเหตุ ไม่ใช่รอดูไปก่อน ถ้าสาเหตุคือไนไตรต์เป็นพิษหรือออกซิเจนหมด ปลาอาจตายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ข้อยกเว้น: ปลากัด (Betta splendens) หายใจจากอากาศได้เมื่อจำเป็น ส่วนปลากระดี่น้ำเงิน (Trichopodus trichopterus) ต้องหายใจจากอากาศเป็นประจำ ทั้งสองชนิดมีอวัยวะช่วยหายใจแบบ labyrinth การขึ้นมาฮุบอากาศเป็นระยะจึงเป็นเรื่องปกติของปลากลุ่มนี้

อ่านอาการเพื่อแยกสาเหตุ
- ออกซิเจนต่ำ: ปลาฮุบอากาศที่ผิวน้ำ แผ่นปิดเหงือกกาง สีตัวเข้มขึ้น ซึม และมักมารวมกันตรงจุดที่น้ำจากระบบกรองไหลกลับลงตู้ ปลาตัวใหญ่ได้รับผลกระทบมากกว่าปลาตัวเล็ก
- เป็นตอนเช้าตรู่: ถ้าปลาลอยหัวตั้งแต่เช้า น่าจะเป็นเพราะออกซิเจนหมดในช่วงกลางคืน มักเกิดในตู้ไม้น้ำหรือบ่อ
- เป็นมากหรือเป็นน้อย: ถ้าขาดออกซิเจนไม่มาก ปลายังว่ายเร็วและดำลงทันทีเมื่อตบมือให้ตกใจ และมักเป็นแค่ช่วงเช้าตรู่ ถ้าขาดออกซิเจนหนัก ปลาจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ไม่สนเสียง หรือยังลอยอยู่ที่ผิวน้ำตอนประมาณ 8–9 โมงเช้า บางครั้งลอยอยู่ทั้งวันทั้งคืน ซึม ไม่กินอาหาร และอาจตายพร้อมกันหลายตัว
- ไนไตรต์เป็นพิษ: ปลาลอยหัวฮุบอากาศเหมือนกัน เหงือกและเลือดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม แต่สังเกตด้วยตาได้ยาก
- CO2 เกิน: ปลาซึมและลอยอยู่ใกล้ผิวน้ำ
- เหงือกป่วย: ถ้าเห็นจุดตามตัว ครีบหุบ หรือมีร่องรอยติดเชื้อราหรือแบคทีเรียร่วมด้วย มีแนวโน้มว่าเป็นโรคเหงือกมากกว่าปัญหาคุณภาพน้ำ ถ้าออกซิเจนไม่ได้ต่ำแต่ปลายังฮุบอากาศอยู่ โดยเฉพาะถ้าเหงือกสีผิดปกติ มีเมือกมาก ปลาเอาตัวถูกับของในตู้ หรือกินอาหารน้อยลง ให้สงสัยโรคเหงือกไว้ก่อน
อาการขาดออกซิเจนดูคล้ายปัญหาเหงือก จึงต้องวัดค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) จึงจะยืนยันได้ การดูแค่ว่าปลาฮุบอากาศยังบอกสาเหตุไม่ได้ ต้องสังเกตปลาควบคู่กับการตรวจค่าน้ำ
สาเหตุที่พบบ่อย
- น้ำร้อน: ยิ่งน้ำอุ่น น้ำก็ยิ่งเก็บออกซิเจนได้น้อยลง ฮีตเตอร์ที่ค้างอยู่ในสถานะเปิดอาจทำให้น้ำร้อนเกิน 30 °C ไปมาก
- ของเสียสะสมและเลี้ยงปลาแน่นเกินไป: ปลาหนาแน่น ให้อาหารปลามาก และบ่อหรือระบบกรองสกปรก ทำให้ออกซิเจนถูกใช้ไปกับการย่อยสลายของเสียอินทรีย์
- ไม้น้ำตอนกลางคืน: ไม้น้ำหายใจตอนกลางคืน จึงใช้ออกซิเจนมากกว่าที่ผลิตได้ ออกซิเจนต่ำมักเกิดในหน้าร้อน และมักเกิดในช่วงเช้ามืด
- ฝนตกหนักหรือฟ้าครึ้มหลายวัน: สาหร่ายสังเคราะห์แสงได้น้อยลง ออกซิเจนที่ผลิตได้ในตอนกลางวันจึงลดลงตามไปด้วย
- แอมโมเนีย: ทำให้เหงือกมีเมือกมากขึ้นและทำงานได้แย่ลง แอมโมเนียในรูป NH3 จะเป็นพิษมากขึ้นเมื่อค่า pH และอุณหภูมิสูงขึ้น คู่มือสัตวแพทย์ระบุว่าแอมโมเนียเป็นพิษเมื่อแอมโมเนียรูปที่ไม่แตกตัวเกิน 1 mg/L และค่า pH สูงกว่า 8 ซึ่งเป็นภาพที่พบบ่อยในตู้ใหม่ที่วงจรไนโตรเจนยังไม่สมบูรณ์
- ไนไตรต์: ไนไตรต์จับกับฮีโมโกลบิน ทำให้เลือดขนออกซิเจนได้น้อยลงและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (โรคเลือดสีน้ำตาล) อาการจะยิ่งหนักเมื่อออกซิเจนละลายน้ำต่ำ คู่มือสัตวแพทย์ให้เกณฑ์ความเป็นพิษไว้ที่ NO2 เกิน 0.1 mg/L และจะแย่ลงถ้าน้ำจืดนั้นมีคลอไรด์ต่ำ
- CO2 มากเกินไป: เกิดจากการเติม CO2 มากไปหรือชุด CO2 ในตู้ไม้น้ำทำงานผิดปกติ คู่มือสัตวแพทย์ให้เกณฑ์ความเป็นพิษไว้ที่มากกว่า 40 mg/L
- เหงือกถูกทำลาย: ปรสิต เชื้อโรค หรือสารเคมีที่ทำลายเหงือก ทำให้ปลาฮุบอากาศได้แม้ออกซิเจนจะไม่ได้ต่ำมาก
หมายเหตุเรื่องชุดตรวจ: ชุดตรวจส่วนใหญ่วัดเป็น NO2-N ถ้าจะแปลงเป็น NO2 หน่วย mg/L ให้นำค่าที่อ่านได้คูณ 3.3
ทำอะไรก่อน: ขั้นตอนเมื่อเห็นปลาลอยหัว
- วัดอุณหภูมิ ถ้าน้ำร้อนเกินไปให้ลดอุณหภูมิลง ถ้าฮีตเตอร์เสียให้เปลี่ยนตัวใหม่
- เพิ่มการให้อากาศ ถ้าปลาลอยหัวตอนเช้า ให้เน้นเปิดอากาศช่วงกลางคืน
- ตรวจค่าน้ำทันที ถ้าพบแอมโมเนียหรือไนไตรต์ ให้เปลี่ยนน้ำทันทีด้วยน้ำประปาที่กำจัดคลอรีนแล้ว นิตยสารเลี้ยงปลาของอังกฤษแห่งหนึ่งแนะนำให้เปลี่ยนน้ำฉุกเฉิน 50%
- ตรวจน้ำใหม่ก่อนเติม ดูว่าน้ำใหม่ต่างจากน้ำในตู้หรือบ่อมากแค่ไหน เพื่อไม่ให้ปลาช็อก
- ถ้าใช้ CO2 และเครื่องปล่อยแก๊สออกมามากเกินไป ให้ลด CO2 ลงและเพิ่มการให้อากาศ
- ลดหรืองดให้อาหารปลา สักระยะ เมื่อปลากลับมาปกติแล้วค่อย ๆ เพิ่มอาหารกลับไปทีละน้อย
- หาสาเหตุและแก้ให้ตรงจุด การเพิ่มอากาศช่วยได้ แต่ต้องหาสาเหตุให้เจอและแก้ไขด้วย
การแก้ไขตามสาเหตุ
- ไนไตรต์: ปลาที่เป็นโรคเลือดสีน้ำตาลจะฟื้นตัวได้เร็วเมื่อได้อยู่ในน้ำที่มีไนไตรต์น้อย คลอไรด์จะแย่งที่ไนไตรต์ตรงเหงือก ถ้ามีคลอไรด์ 20 เท่าของค่าไนไตรต์-ไนโตรเจน จะหักล้างพิษของไนไตรต์ได้หมดในปลาดุกอเมริกัน (channel catfish) และน่าจะได้ผลกับปลาน้ำจืดส่วนใหญ่ด้วย ระหว่างนี้ควรรักษาออกซิเจนละลายน้ำให้สูงกว่า 3 mg/L สำหรับปลาเขตร้อน หรือ 5 mg/L สำหรับปลาน้ำเย็น เพื่อลดพิษของไนไตรต์
- ฮีตเตอร์เสีย: เปลี่ยนตัวใหม่
- สงสัยโรคเหงือก: ปรึกษาร้านปลาที่เชี่ยวชาญหรือสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านปลา
- อย่าใส่สารเคมีหรือใช้ยาหลายตัวพร้อมกันเอง ถ้าปลาตายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีแผลผิดปกติ ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำ
กรณีไฟดับ
- ปั๊มลมแบบใช้แบตเตอรี่ต่อกับหัวทรายเป็นวิธีสำรองที่ง่ายที่สุด
- ช่วง 1–2 ชั่วโมงแรก ไม่ต้องให้อาหารและปิดเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ ปลาส่วนใหญ่อดอาหารได้ราวหนึ่งสัปดาห์ การงดอาหารช่วงไฟดับจึงปลอดภัย
- ถ้าไฟดับนานเกิน 8 ชั่วโมง ให้เปิดหัวทรายหรือกรองฟองน้ำ 1 ชั่วโมงทุก 8 ชั่วโมง ถ้าตู้ปลาแน่นหรือปลาเริ่มฮุบอากาศ ให้ทำทุก 4 ชั่วโมง
- เมื่อไฟกลับมา ให้ล้างกรองและทำความสะอาดใบพัดก่อนเปิดเครื่อง เพราะใบพัดที่อุดตันมักทำให้มอเตอร์ไม่หมุน กรองถังอาจขาดออกซิเจนได้ภายใน 4–6 ชั่วโมงหลังไฟดับ ถ้าเปิดต่อโดยไม่ล้าง เศษของเสียที่เน่าในกรองจะถูกดันเข้าตู้
- หลังไฟกลับมา ให้ตรวจแอมโมเนียและไนไตรต์ ถ้าค่าใดค่าหนึ่งเกิน 0 ppm ให้เปลี่ยนน้ำ และงดให้อาหาร 24 ชั่วโมงเพื่อให้ระบบกรองชีวภาพกลับมาทำงานทัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่าเป็นเพราะน้ำร้อนทุกครั้ง ทั้งที่การลอยหัวแบบกะทันหันมักเกี่ยวกับน้ำเสียหรือโรค
- สรุปสาเหตุจากการดูปลาอย่างเดียว โดยไม่ตรวจค่าน้ำ
- รอให้ปลามารวมกันที่ผิวน้ำก่อนแล้วจึงค่อยเพิ่มอากาศ
- คุ้ยตะกอนหรือโคลนก้นตู้ก้นบ่ออย่างกะทันหัน ซึ่งอาจปล่อยแก๊สพิษออกมาในน้ำ
- เปิดกรองถังที่หยุดทำงานนาน ๆ ต่อโดยไม่ล้างก่อน
การป้องกันและตรวจติดตามหลังแก้ไข
- ตู้ปลาเขตร้อนน้ำจืดควรมีอุณหภูมิประมาณ 24–28 °C
- ถ้าออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าประมาณ 5–6 ppm (mg/ลิตร) ถือว่าออกซิเจนต่ำ ชุดตรวจ DO มีขายในราคาไม่แพง ตอนวัดให้ทำตามคู่มือของชุดตรวจอย่างเคร่งครัด เพราะการเขย่าหรือเทน้ำตัวอย่างจะเติมออกซิเจนลงไปและทำให้ค่าเพี้ยน
- ถ้าทำได้ ให้วัดออกซิเจนเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงใกล้รุ่งและหลังจากฟ้าครึ้มหลายวัน
- ให้อาหารปลาเท่าที่ปลาต้องการ คุมจำนวนปลาไม่ให้แน่นเกินไป และทำความสะอาดสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ของเสียสะสม
- ระดับไนไตรต์-ไนโตรเจนที่ปลอดภัยในระยะยาวอยู่ที่ประมาณ 0.5–2.5 mg/L สำหรับปลาเขตร้อนและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังน้ำจืด และ 0.0125–0.5 mg/L สำหรับปลาน้ำเย็น ปลาแต่ละชนิดทนไนไตรต์ได้ไม่เท่ากัน เช่น ปลาเทราต์สายรุ้ง (ค่า LC50 ที่ 96 ชั่วโมง 0.24–11.0 mg/L NO2-N) ทนได้น้อยกว่าปลาคาร์ป (88.0 mg/L) มาก
- เตรียมปั๊มลมแบบแบตเตอรี่ หัวทรายสำรอง สายออกซิเจน และถ่านไว้ใช้ตอนไฟดับ บางรุ่นเปิดเองอัตโนมัติเมื่อไฟดับ ใช้ได้ราว 20 ชั่วโมง หรือนานกว่า 40 ชั่วโมงในโหมดประหยัดที่เปิด 15 วินาทีสลับปิด 15 วินาที
- ถ้าเห็นฟองอากาศเล็ก ๆ เกาะตามกระจกตู้ อาจเป็นภาวะแก๊สอิ่มตัวเกิน ซึ่งทำให้เกิดฟองแก๊สที่เหงือก ครีบ และตาของปลาได้
เมื่อไหร่ต้องกังวล
ถ้าปลาลอยหัวทั้งวันทั้งคืน ไม่ตอบสนองต่อเสียง ไม่กินอาหาร ปลาตายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีแผลผิดปกติ ถือว่าเป็นกรณีรุนแรง ต้องแก้ทันทีและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ถ้าค่าน้ำและออกซิเจนปกติแล้วแต่ปลายังฮุบอากาศอยู่ ให้สงสัยโรคเหงือก
คำถามที่พบบ่อย
ปลากัดหรือปลากระดี่ขึ้นมาฮุบอากาศบ่อย ๆ ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ ปลากัดหายใจจากอากาศได้เมื่อจำเป็น ส่วนปลากระดี่น้ำเงินต้องหายใจจากอากาศเป็นประจำ ทั้งสองชนิดมีอวัยวะช่วยหายใจแบบ labyrinth การขึ้นมาฮุบอากาศเป็นระยะจึงเป็นพฤติกรรมปกติ
ทำไมปลาลอยหัวเฉพาะตอนเช้า
มักเป็นเพราะออกซิเจนหมดในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะในตู้ไม้น้ำหรือบ่อ เพราะไม้น้ำหายใจตอนกลางคืนและใช้ออกซิเจนมากกว่าที่ผลิตได้ ควรเปิดอากาศเพิ่มในช่วงกลางคืน
ควรเปลี่ยนน้ำเท่าไหร่เมื่อพบแอมโมเนียหรือไนไตรต์
ให้เปลี่ยนทันทีด้วยน้ำประปาที่กำจัดคลอรีนแล้ว นิตยสารเลี้ยงปลาของอังกฤษแห่งหนึ่งแนะนำให้เปลี่ยนน้ำฉุกเฉิน 50% ก่อนเติมควรตรวจน้ำใหม่ด้วยว่าต่างจากน้ำในตู้มากแค่ไหน เพื่อไม่ให้ปลาช็อก
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเพราะออกซิเจนต่ำหรือโรคเหงือก
ต้องวัดค่าออกซิเจนละลายน้ำ ค่าที่ต่ำกว่าประมาณ 5–6 mg/ลิตร ถือว่าต่ำ ถ้าออกซิเจนปกติแต่ปลายังฮุบอากาศ โดยเฉพาะถ้าเหงือกสีผิดปกติ มีเมือกมาก ปลาเอาตัวถูกับของในตู้ มีจุด หรือครีบหุบ ให้สงสัยโรคเหงือกและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ไฟดับนาน ๆ ต้องทำอย่างไร
ใช้ปั๊มลมแบตเตอรี่ต่อหัวทราย งดให้อาหาร ถ้าไฟดับเกิน 8 ชั่วโมงให้เปิดหัวทรายหรือกรองฟองน้ำ 1 ชั่วโมงทุก 8 ชั่วโมง หรือทุก 4 ชั่วโมงถ้าตู้ปลาแน่นหรือปลาฮุบอากาศ เมื่อไฟกลับมาให้ล้างกรองก่อนเปิด ตรวจแอมโมเนียกับไนไตรต์ และงดให้อาหาร 24 ชั่วโมง
แหล่งอ้างอิง
- Common Environmental Hazards for Fish (Merck Veterinary Manual)
- Miscellaneous Diseases: Dropsy, Hypoxia and Gas-bubble Disease (FishDoc)
- What should I do if my fish are gasping? (Practical Fishkeeping)
- Nitrite toxicity affected by species susceptibility, environmental conditions (Global Seafood Alliance)
- Cá nổi đầu, ngáp khí: nguyên nhân và cách khắc phục (Vietvet Pharma) (ภาษาเวียดนาม)
- Khắc phục tình trạng cá nổi đầu trong ao nuôi (Sở NN&MT Phú Thọ) (ภาษาเวียดนาม)
- How to Care for Your Aquarium Fish During a Power Outage (Aquarium Co-Op)
- How to Keep Your Aquarium Fish Alive During a Power Outage (Chewy)
- Hypoxia-induced developmental plasticity of gill and labyrinth organ in Betta splendens and Trichopodus trichopterus
- Cá thiếu oxy: Nguyên nhân, dấu hiệu và cách khắc phục (Microbe-Lift Việt Nam) (ภาษาเวียดนาม)




