โรค · อ่านประมาณ 6 นาที
ปลาเกล็ดตั้ง ตัวบวม (โรคท้องมาน/dropsy): สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกัน
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 6 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ
- ปลาเกล็ดตั้งหรือโรคท้องมาน (dropsy) คือภาวะที่มีของเหลวสะสมอยู่ในตัวปลา ทำให้ตัวบวมและเกล็ดตั้งขึ้นคล้ายลูกสน อาการนี้ไม่ใช่ตัวโรคเอง แต่เป็นอาการของปัญหาที่ซ่อนอยู่ข้างใน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือความเครียดเรื้อรังจากคุณภาพน้ำไม่ดี
- สิ่งที่ควรทำก่อนคือตรวจคุณภาพน้ำ แล้วย้ายปลาป่วยไปตู้กักโรคที่ใช้อุปกรณ์แยก โดยให้เคมีของน้ำและอุณหภูมิเหมือนตู้หลัก หลังจากนั้นจึงรักษาตามสาเหตุ ถ้าเจอเร็วโอกาสรอดจะดีกว่ามาก แต่เมื่อเกล็ดตั้งแล้วโอกาสหายมักต่ำ
โรคท้องมาน (เกล็ดตั้ง) คืออะไร
โรคท้องมานคือภาวะที่ของเหลวสะสมในร่างกายปลา ทำให้เห็นตัวบวมและเกล็ดตั้งขึ้น ภาวะนี้เป็นอาการของปัญหาที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่โรคในตัวเอง
โดยปกติปลาขับน้ำส่วนเกินออกทางไตและเหงือก ถ้าอวัยวะเหล่านี้ทำงานไม่ได้ ของเหลวจะไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ มีแหล่งข้อมูลระบุว่าอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ก็ทำให้เกิดภาวะท้องมานได้
- ไตวาย
- เหงือกเสียหายจนน้ำซึมเข้าตัวมากเกินกว่าที่ไตจะขับออกทัน
- ตับเสียหายจนความดันในหลอดเลือดดำพอร์ทัล (portal vein) สูงขึ้น
ตัวโรคท้องมานไม่ติดต่อ แต่แบคทีเรีย ปรสิต หรือไวรัสที่เป็นต้นเหตุติดต่อได้ มีแหล่งหนึ่งระบุว่าปลาป่วยแทบจะแน่นอนว่าเป็นแหล่งสะสมของเชื้อ ส่วนอีกแหล่งบอกว่าปลาชนิดเดียวกันที่อยู่ในตู้เดียวกันอาจมีความเสี่ยงไปด้วย
อาการที่สังเกตได้
- ตัวบวม เกล็ดตั้งขึ้นคล้ายลูกสน
- ตาโปน บริเวณโคนหางหนาขึ้น และหุบปากได้ยาก
- เหงือกซีด ครีบลีบ กระดูกสันหลังคด อุจจาระสีซีด และบวมบริเวณช่องทวาร
- ระยะต่อมาปลาจะไม่กินอาหารหรือว่ายน้ำลำบาก
สัญญาณเตือนล่วงหน้า: ประมาณ 1–2 วันก่อนตัวจะเริ่มบวม ปลาอาจหยุดกินอาหาร อยู่ห่าง ๆ เวลาให้อาหาร และไม่ค่อยเข้าหาปลาตัวอื่น โดยทั่วไปอาการจะปรากฏภายในไม่กี่สัปดาห์หลังเกิดปัญหาต้นเหตุ และอาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว
เกล็ดหรือแผ่นกระดูกที่ตั้งขึ้นเป็นอาการระยะท้าย ซึ่งบ่งชี้ว่าอวัยวะสำคัญล้มเหลว
แยกจากภาวะที่ดูคล้ายกัน
หลายภาวะทำให้ปลาท้องป่องได้ จุดที่ช่วยแยกคือดูว่าเกล็ดตั้งหรือไม่และปลามีอาการป่วยอื่นหรือเปล่า
| ภาวะ | ลักษณะที่ต่างจากโรคท้องมาน |
|---|---|
| ปลาเพศเมียที่มีไข่หรือตั้งท้อง | ท้องกลมแต่เกล็ดแนบตัว ยังกินอาหารและมีพฤติกรรมตามปกติ |
| ไข่อุดตัน (egg-binding) | ตัวเมียบวมแต่เกล็ดไม่ตั้ง ถ้าไม่รักษาจะถึงตาย สัตวแพทย์รักษาได้ด้วยออกซิโทซิน (oxytocin) |
| ท้องผูก | เกล็ดไม่ตั้ง อาจถ่ายอุจจาระเป็นเส้นยาวและว่ายน้ำผิดปกติ พบบ่อยในปลาทองสายพันธุ์แฟนซี |
| เนื้องอก | มักทำให้บวมข้างเดียว และไม่มีอาการป่วยอื่น ๆ ของโรคร่วมด้วย |
| ปลา Pachypanchax playfairi เพศผู้ | ตั้งเกล็ดขึ้นเองตามธรรมชาติในช่วงผสมพันธุ์ |
ทั้งนี้ ต้องผ่าชันสูตรหลังปลาตายเท่านั้นจึงจะยืนยันได้ว่ามีของเหลวส่วนเกินในช่องท้องจริง
สาเหตุ
- ความเครียดเรื้อรังจากคุณภาพน้ำไม่ดี แหล่งหนึ่งระบุว่าเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด อีกแหล่งระบุว่าสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อแบคทีเรียฉวยโอกาสเมื่อสภาพแวดล้อมแย่ ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนลง เปิดทางให้แบคทีเรียฉวยโอกาส เช่น Aeromonas hydrophila ทำให้เกิดโรค
- ตู้ใหม่: แอมโมเนียหรือไนไตรต์สูงเพราะวงจรไนโตรเจนยังไม่สมบูรณ์ เป็นสาเหตุที่พบบ่อย
- ตู้เก่า: ค่า pH ต่ำเรื้อรังจากการดูแลตู้น้อยเกินไป เป็นสาเหตุที่พบบ่อย
- สภาพน้ำเปลี่ยนกะทันหัน และความเครียดที่ยืดเยื้อ
- เพื่อนร่วมตู้ที่ก้าวร้าวทำให้ปลาเครียดมากขึ้น และดูเหมือนปลาที่อายุมากจะเป็นมากกว่าปลาอายุน้อยในชนิดเดียวกัน
- สาเหตุอื่น ได้แก่ โภชนาการไม่ดี การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ปรสิตรุนแรง โรคตับ และเนื้องอก
- ไวรัส Dwarf Gourami Iridovirus ทำให้เกิดโรคท้องมานได้ และในกลุ่มปลาสวยงามจะพบเฉพาะในปลา dwarf gourami (Colisa lalia)
สิ่งที่ควรทำทันที
- ตรวจคุณภาพน้ำ แล้วไล่ทบทวนเหตุการณ์ช่วงที่ผ่านมา เช่น เพิ่งเติมปลา ไม้น้ำ หรือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังตัวใหม่ เพิ่งจับปลา หรืออุปกรณ์เสีย
- ย้ายปลาป่วยไปตู้กักโรคที่ใช้อุปกรณ์แยกต่างหาก โดยให้เคมีของน้ำและอุณหภูมิตรงกับตู้หลัก
- จัดตู้กักโรคให้โล่งที่สุด แต่มีที่หลบง่าย ๆ ให้ปลาสักจุด
ควรกักโรคเพราะสาเหตุเบื้องหลังอาจติดต่อได้ และการกักโรคได้ผลดีที่สุดเมื่อพบอาการตั้งแต่ระยะแรก
การรักษา
วิธีรักษาขึ้นกับสาเหตุ อาจมีทั้งการใช้ยาปฏิชีวนะ การแก้ไขคุณภาพน้ำ การเพิ่มความเค็มสำหรับปลาน้ำจืดภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ และการดูแลประคับประคอง ในระยะแรก แนวทางที่มีแหล่งหนึ่งระบุว่าเป็นความเห็นทั่วไปคือใช้ยาต้านแบคทีเรีย และ/หรือ แช่น้ำเกลือ
ยาปฏิชีวนะ: สำหรับโรคท้องมานจากแบคทีเรียในปลาตัวใหญ่ เช่น ปลาหมอสีและปลาทอง ใช้ยาปฏิชีวนะอย่าง erythromycin หรือ minocycline ได้ แหล่งเดียวกันแนะนำให้ใช้ดีเกลือ (Epsom salt) 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 5–10 แกลลอน ควบคู่ไปด้วย และเพิ่มอุณหภูมิเป็น 82–86 °F
เกลือ: อีกแหล่งระบุว่าเติมเกลือแกงให้ได้ 3 กรัม/ลิตร ช่วยลดน้ำที่ซึมเข้าตัวด้วยแรงออสโมซิสได้ประมาณหนึ่งในสาม เกลือช่วยได้เมื่อต้นเหตุคือไตวาย แต่ได้ผลน้อยถ้าตับหรือม้ามเสียหาย ส่วนอีกแหล่งบอกว่าการแช่ปลาในน้ำผสมเกลือสำหรับตู้ปลาหรือดีเกลืออาจช่วยลดแรงดันของเหลวได้ด้วยกระบวนการออสโมซิส
ข้อควรระวังเรื่องเกลือ: ปลาแต่ละชนิดทนเกลือได้ไม่เท่ากัน ปลาน้ำอ่อนทนเกลือได้น้อยกว่า ควรเช็กความทนทานของปลาชนิดนั้นก่อนใส่เกลือ
ปลากัด: ถ้าพบเร็ว อาจรักษาด้วยเกลือสำหรับตู้ปลาร่วมกับยา แต่ถ้าเลือกยาผิดอาจทำให้แย่ลง จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์สัตว์น้ำ
เมื่อพาไปหาสัตวแพทย์: สัตวแพทย์ระบุเชื้อได้จากการเก็บตัวอย่างหรือตัดชิ้นเนื้อ แล้วเลือกยาปฏิชีวนะที่เชื้อนั้นไวต่อยา วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง จึงมักใช้กับปลามีค่าอย่างปลาโคอิ (koi) หรือพ่อแม่พันธุ์ปลาดิสคัส (discus) การวินิจฉัยอาจประกอบด้วยการตรวจร่างกาย การตรวจสภาพตู้ การตรวจน้ำ การตรวจเลือดหรือของเหลว การส่องกล้องจุลทรรศน์ดูเหงือกหรือผิว และการอัลตราซาวด์หรือ CT
ถ้าไม่มีสัตวแพทย์: ทางเลือกที่มีคือแยกปลา ปรับปรุงคุณภาพน้ำ และอาจใช้ยาฆ่าเชื้อแบบออกฤทธิ์กว้าง
ปลาบางตัวอาการดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ โดยเฉพาะถ้ารักษาเร็ว และอาการบวมมักค่อย ๆ ยุบลง
Malawi bloat ในปลาหมอสีทะเลสาบ
Malawi bloat เป็นอีกภาวะหนึ่งที่ต้องรักษาต่างออกไป โดยรักษาด้วย metronidazole ถ้าปลายังกินอาหารอยู่ ให้ยาผสมอาหารจะได้ผล ส่วนการใส่ยาลงน้ำในปริมาณไม่เกิน 50 mg ต่อแกลลอนจะได้ผลน้อยกว่ามาก ภาวะนี้มีความเกี่ยวข้องกับอาหารที่มีผักและไฟเบอร์น้อยแต่โปรตีนและไขมันสูง คุณภาพน้ำ และการใช้เกลือไม่เหมาะสม
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใส่ยาที่ซื้อเองโดยไม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์ ซึ่งอาจทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในตู้
- ใส่ปลาก่อนที่วงจรไนโตรเจนจะสมบูรณ์
- ละเลยการดูแลตู้จนค่า pH ค่อย ๆ ลดลง
- ใส่เกลือธรรมดาในตู้ปลามาลาวีและแทนกันยิกา เกลือไม่ได้เพิ่มความกระด้างหรือค่า pH และดูเหมือนอาการท้องบวมจะพบบ่อยกว่าในตู้ที่ใส่เกลือ
- ทำให้ปลาตายด้วยความเย็นหรือแช่แข็ง ซึ่งยิ่งทำให้ปลาทรมานนานขึ้น โดยเฉพาะปลาทองและปลาโคอิ
การป้องกัน
- รักษาคุณภาพน้ำให้ดี และตรวจน้ำอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- เปลี่ยนน้ำ ล้างระบบกรอง และดูดตะกอนพื้นตู้เป็นประจำ
- ปรับสภาพน้ำประปาด้วยน้ำยาลดคลอรีนก่อนเติมลงตู้ มีแหล่งหนึ่งแนะนำให้เปลี่ยนน้ำ 25–50% สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
- เลือกค่าน้ำ เพื่อนร่วมตู้ และอาหารปลาให้เหมาะกับชนิดปลา
- ให้อาหารที่สมดุลและเหมาะกับชนิดปลา เปลี่ยนภาชนะใส่อาหารทุก 6 เดือน ใช้อาหารก่อนวันหมดอายุ และเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง
- อย่าเลี้ยงปลาแน่นเกินไป คอยสังเกตปลาที่ก้าวร้าว และกักโรคปลาใหม่ก่อนปล่อยลงตู้
- ปลาหมอสีทะเลสาบริฟต์แวลลีย์ต้องการน้ำที่มีแอมโมเนียและไนไตรต์เป็นศูนย์ และไนเตรตไม่เกิน 20 mg/l
- ปลาแรม (ram) ปลาบาร์บขนาดเล็ก (cherry, checker, gold) ปลา dwarf gourami ปลาโมลี่ (molly) และปลาทอง อ่อนไหวต่อโรคนี้เป็นพิเศษ ผู้เริ่มเลี้ยงจึงควรเลี่ยงไว้ก่อน
เมื่อไรควรกังวล
เมื่อเกล็ดตั้งแล้ว ส่วนใหญ่ร่างกายมักเสียหายไปมาก และโอกาสหายโดยทั่วไปต่ำ แต่ละแหล่งให้ข้อมูลส่วนนี้ต่างกันเล็กน้อย
- แหล่งหนึ่งระบุว่าเมื่อปลามีอาการเหล่านี้แล้ว โอกาสที่จะกลับเป็นปกติหรือหายมีน้อย
- อีกแหล่งบอกว่ายังไม่มียาที่รู้ว่ารักษาให้หายได้เมื่อเริ่มบวมแล้ว และแนะนำให้การุณยฆาตอย่างมีมนุษยธรรมหลังเกล็ดตั้ง
- แหล่งหนึ่งระบุว่าปลาตัวเล็กอย่างปลาเตตร้าและปลาหางนกยูงมีโอกาสฟื้นน้อย การุณยฆาตจึงดีกว่า
- อีกแหล่งบอกว่าอาจแนะนำให้การุณยฆาตอย่างมีมนุษยธรรมถ้าปลาหยุดกินหรือว่ายน้ำไม่ได้ตามปกติ
- มีแหล่งหนึ่งชี้ว่าคำแนะนำแบบเก่าคือให้กำจัดปลาที่ป่วยทิ้ง ส่วนคำแนะนำแบบใหม่เสนอให้ลองแช่น้ำเกลือและใช้ยาปฏิชีวนะก่อน
คำถามที่พบบ่อย
โรคท้องมานติดปลาตัวอื่นในตู้ไหม
ตัวโรคท้องมานไม่ติดต่อ แต่เชื้อแบคทีเรีย ปรสิต หรือไวรัสที่เป็นต้นเหตุติดต่อได้ ปลาป่วยแทบจะแน่นอนว่าเป็นแหล่งสะสมเชื้อ และปลาชนิดเดียวกันในตู้เดียวกันอาจเสี่ยงไปด้วย จึงควรแยกปลาป่วยไปตู้กักโรค
ปลาท้องป่องแต่เกล็ดไม่ตั้ง เป็นโรคท้องมานหรือเปล่า
ไม่แน่เสมอไป ปลาตัวเมียที่มีไข่จะท้องกลมแต่เกล็ดแนบตัวและกินอาหารตามปกติ ไข่อุดตันและท้องผูกก็ทำให้บวมได้โดยเกล็ดไม่ตั้ง ส่วนเนื้องอกมักทำให้บวมข้างเดียว และไม่มีอาการป่วยอื่น ๆ ของโรคร่วมด้วย
ใช้เกลือรักษาได้ไหม ใส่เท่าไร
แหล่งหนึ่งระบุว่าเกลือแกง 3 กรัม/ลิตร ช่วยลดน้ำที่ซึมเข้าตัวได้ประมาณหนึ่งในสาม และได้ผลเมื่อต้นเหตุคือไตวาย แต่ได้ผลน้อยถ้าตับหรือม้ามเสียหาย อีกแหล่งแนะนำดีเกลือ 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 5–10 แกลลอน ควบคู่กับยาปฏิชีวนะ ปลาแต่ละชนิดทนเกลือได้ไม่เท่ากัน และปลาน้ำอ่อนทนได้น้อยกว่า
ปลาเกล็ดตั้งแล้วยังรักษาหายไหม
ถ้าพบเร็ว ปลาบางตัวดีขึ้นในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ แต่เมื่อเกล็ดตั้งแล้ว โอกาสหายโดยทั่วไปต่ำ แหล่งหนึ่งระบุว่าโอกาสกลับเป็นปกติมีน้อย และอีกแหล่งบอกว่ายังไม่มียาที่รู้ว่ารักษาให้หายได้เมื่อเริ่มบวมแล้ว
ควรใส่ยาที่ซื้อจากร้านเองเลยไหม
ไม่ควรใส่ยาที่ซื้อเองโดยไม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะอาจทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในตู้ สำหรับปลากัด การเลือกยาผิดอาจทำให้อาการแย่ลง จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์สัตว์น้ำ
แหล่งอ้างอิง
- Dropsy in Fish: Symptoms, Causes, and Treatment (Jessie Sanders, DVM, DABVP Fish Practice)
- Dropsy (Edema), Malawi Bloat And Similar Syndromes
- Dropsy – what is it and how can it be treated? (Tetra)
- Dealing With Dropsy
- Dropsy in fish (Wikipedia)
- Hướng dẫn cứu vớt cá betta trước khi quá muộn (Mytour) (ภาษาเวียดนาม)



