โรค · อ่านประมาณ 6 นาที

ปลาดิสคัสขี้ขาว: อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาเชื้อแฟลกเจลเลต Hexamita

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 8 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • ปลาดิสคัสขี้ขาว มักเป็นมูกขาวยาวเป็นเส้น ร่วมกับไม่กินอาหารและผอมลงเร็ว ซึ่งเป็นอาการที่เข้ากับการติดเชื้อโปรโตซัวมีแฟลกเจลลาในลำไส้ เช่น Hexamita หรือ Spironucleus แต่ขี้ขาวก็อาจเกิดจากความเครียด อาหาร พยาธิ หรือแบคทีเรียในลำไส้ได้เช่นกัน
  • สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจคุณภาพน้ำและแก้ไขด้วยการเปลี่ยนน้ำ จากนั้นแยกปลาป่วยไปตู้พยาบาลที่เปิดออกซิเจนแรง ยาที่แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ใช้คือเมโทรนิดาโซล (metronidazole) โดยต้องให้ตามปริมาตรน้ำอย่างเคร่งครัด และห้ามใช้ในตู้ที่มีกุ้งหรือหอย

Hexamita คืออะไร

Hexamita เป็นโปรโตซัวมีแฟลกเจลลา (แฟลกเจลเลต) ที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหาร ตัวที่เคยเรียกว่า Hexamita sp. ในปลาเทวดา ปัจจุบันจัดอยู่ในกลุ่มดิโพลโมนาด (diplomonad) ส่วน Spironucleus เป็นแฟลกเจลเลตภายในอีกชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในลำไส้ส่วนปลาย

  • ปลาดิสคัส ปลาออสการ์ และปลาเทวดาติด Hexamita ได้ง่ายเป็นพิเศษ
  • Spironucleus ก่อโรคได้ในปลาหมอสีทุกชนิด ปลากัด ปลากระดี่ และปลาสวยงามอีกหลายชนิด
  • ห้องปฏิบัติการโรคปลาของ University of Florida พบดิโพลโมนาดในปลาเทวดาราว 50% ของตัวที่ตรวจ
  • ปลาจำนวนมากมีเชื้อในปริมาณต่ำโดยไม่แสดงอาการ ความสำคัญทางคลินิกของเชื้อกลุ่มนี้จึงยังเป็นที่ถกเถียง เพราะมักพบในปลาที่ดูแข็งแรงดี

อาการ

ระยะแรก (ในปลาดิสคัส): ไม่กินอาหาร ขี้เป็นมูกสีขาวยาวเป็นเส้น และผอมลงเร็ว

ระยะต่อมา: ท้องบวม ผิวหมอง ซึม ซ่อนตัวตามมุมตู้

ระยะรุนแรง: นอนอยู่ใกล้พื้นตู้ ทวารบวมแดง และอาจมีแผลที่ท้อง

อาการอื่นที่มีรายงาน ได้แก่ สีตัวเข้มขึ้น หลบซ่อน ลอยตัวนิ่งใกล้ผิวน้ำ ปลาวัยอ่อนและปลารุ่นตาย ผู้เลี้ยงรายหนึ่งบรรยายว่าปลาป่วยมีสีเข้ม ซึม ขี้ขาวยาวเป็นเส้นลักษณะคล้ายสำลี หัวและท้องยุบ นอกจากนี้อาจเกิดหลุมเล็ก ๆ รอบรูรับความรู้สึกบริเวณหัว ซึ่งจะขยายเป็นแผลหลุมถ้าไม่รักษา

แยกจากสาเหตุอื่นอย่างไร: ขี้ขาวในปลาดิสคัสไม่ได้เกิดจาก Hexamita เสมอไป อาจมาจากความเครียด อาหาร (ผักโขม สาหร่ายสไปรูลินา ถั่วลันเตา ดีเกลือ (Epsom salt) หรืออาหารแห้งที่ไม่ได้แช่น้ำก่อน) พยาธิ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียภายใน การยืนยันเชื้อทำได้ด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์แบบ wet mount จากตัวอย่างลำไส้ และในห้องปฏิบัติการจะนับจำนวนเชื้อต่อหนึ่งช่องภาพกำลังขยายต่ำเพื่อประเมินระดับการติดเชื้อ

ระดับการติดเชื้อจำนวนเชื้อต่อช่องภาพกำลังขยายต่ำ
เล็กน้อย1–5
ปานกลาง5–15
มาก15–30
รุนแรงมาก30–100

ควรรู้ไว้ด้วยว่าปลาเทวดาที่ห้องปฏิบัติการพบเชื้อจำนวนมาก มักไม่มีความผิดปกติอื่นให้เห็นเลย

สาเหตุ

  • ปลาแน่นตู้ คุณภาพน้ำไม่ดี หรืออาหารไม่ดี ทำให้ Hexamita เพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว
  • การขาดวิตามินซีและวิตามินดีมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับความไวต่อการติด Hexamita ในปลาหมอสี
  • การขนส่ง: หลังขนส่ง จำนวนดิโพลโมนาดในปลาเทวดาเพิ่มขึ้นอย่างมากภายใน 24 ชั่วโมง จนเกิน 500 ตัวต่อช่องภาพ และการติดเชื้อที่ไม่ได้ควบคุมก่อนขนส่งอาจทำให้ปลาตายภายในหนึ่งสัปดาห์
  • สาเหตุของโรคทางเดินอาหารในปลาดิสคัส ได้แก่ อาหารเสีย ให้อาหารมากเกินไป แอมโมเนีย (NH3) หรือไนไตรต์ (NO2) สูง เชื้อ Hexamita/Spironucleus และความเครียดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนกะทันหันหรือปลาแน่นตู้
  • Hexamita ถูกเรียกว่าเป็นสาเหตุขี้ขาวที่ขึ้นชื่อที่สุดในปลาดิสคัส เชื้ออาจติดเข้ามากับไม้น้ำ ปลาใหม่ หรือของตกแต่ง
  • การให้หัวใจวัวเพียงอย่างเดียว อาหารที่มีไฟเบอร์หรือไขมันมากเกินไป และการเปลี่ยนอาหารกะทันหัน ทำให้ระบบย่อยของปลาดิสคัสแปรปรวนได้

สิ่งที่ควรทำทันที

  1. ตรวจค่าแอมโมเนีย ไนไตรต์ ไนเตรต ค่า pH และออกซิเจน แล้วแก้ไขคุณภาพน้ำด้วยการเปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอ
  2. แยกปลาป่วยไปตู้พยาบาลพื้นเปล่าขนาดอย่างน้อย 40 ลิตร แทนการรักษาในตู้โชว์ เพราะการรักษาในตู้โชว์อาจรบกวนระบบกรองชีวภาพ
  3. แหล่งหนึ่งแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิตู้พยาบาลไว้ที่ 28–30 °C และเปิดออกซิเจนแรง
  4. อีกแหล่งหนึ่งแนะนำให้ให้ยาปลาทุกตัวในตู้ เพราะปลาที่ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อกลับไปยังตัวอื่นได้
  5. ถ้าปลาไม่กินอาหารนานเกินสามวันร่วมกับขี้เป็นเส้นยาว ควรเริ่มรักษาทันที

การรักษา

ยาหลักที่ใช้คือเมโทรนิดาโซล ซึ่งระบุให้ใช้รักษา Spironucleus ได้เฉพาะในปลาที่ไม่ได้เลี้ยงไว้เป็นอาหาร ขนาดยาจากแต่ละแหล่งไม่เท่ากัน ควรเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งให้ครบตามที่แหล่งนั้นกำหนด ไม่ควรนำมาผสมหรือเพิ่มขนาดยาเอง

วิธีขนาดยาและระยะเวลาแหล่ง
ผสมอาหาร (งานวิจัยในปลาเทวดาก่อนขนส่ง)50 mg/kg นาน 5 วันUniversity of Florida
แช่ยา (งานวิจัยเดียวกัน)5 mg/L นาน 3 ชั่วโมงต่อวัน ติดต่อกัน 5 วันUniversity of Florida
แช่ยาในตู้250 mg ต่อ 40 ลิตร ทุก 48 ชั่วโมง รวมสามครั้ง เปลี่ยนน้ำ 25% ก่อนให้ยาแต่ละครั้งแหล่งที่ 2
ผสมอาหารละลายเมโทรนิดาโซล 500 mg ในน้ำจากตู้ 30 มล. แช่อาหาร แล้วให้กินเฉพาะอาหารนี้นาน 7–10 วันแหล่งที่ 2
ใส่ในตู้1 กรัม ต่อ 20 แกลลอน ติดต่อกัน 10 วันแหล่งที่ 3
แช่ยาในตู้พยาบาล1 เม็ด ต่อ 20 ลิตร แช่ 2 วัน จากนั้นดูดน้ำออกราวครึ่งหนึ่ง เติมน้ำใหม่ แล้วเติมยาให้พอกับน้ำใหม่ ที่อุณหภูมิ 32–33 °Cแหล่งที่ 4
แช่ยาในตู้พยาบาล500 mg ต่อ 40 ลิตร ละลายในน้ำอุ่นก่อน เปิดออกซิเจนแรงผู้เลี้ยงในฟอรัม
แช่ยา หรือผสมอาหารแช่ประมาณ 5 mg/L วันเว้นวัน รวมสามครั้ง หรือผสมอาหารประมาณ 50 mg/kg น้ำหนักตัว (10 mg ต่ออาหาร 1 กรัม) นาน 5 วัน โดยอ้างอิง UF/IFASผู้เลี้ยงรายหนึ่ง

ในงานวิจัยของ University of Florida ปลาเทวดาที่ได้รับยามีเชื้อเพียง 0–1 ตัวต่อช่องภาพหลังขนส่ง เทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีมากกว่า 500 ตัว และไม่มีปลากลุ่มที่ได้รับยาตายเลย

ข้อควรรู้ระหว่างใช้ยา

  • ถอดถ่านกัมมันต์ (activated carbon) ออกระหว่างรักษา เพราะถ่านจะดูดซับยา
  • เมโทรนิดาโซลเป็นพิษต่อกุ้งและหอย
  • มีรายงานว่ายานี้ไม่ทำลายระบบกรองชีวภาพ และเปิดหลอด UV ต่อได้อย่างปลอดภัย
  • ยาออกฤทธิ์อยู่ในน้ำประมาณแปดชั่วโมง จึงเปลี่ยนน้ำได้หลังให้ยาแล้วแปดชั่วโมง
  • อาหารผสมยาที่เตรียมทิ้งไว้ล่วงหน้าจะเสื่อมฤทธิ์ ควรผสมแล้วให้ทันที และเคลือบยาแต่น้อย เพราะถ้ามากเกินไปอาหารจะขม ปลาจะไม่ยอมกิน
  • ผู้ดูแลฟอรัมรายหนึ่งบอกว่าเมโทรนิดาโซลเพียงอย่างเดียวอาจเกาะติดอาหารได้ไม่ดี จึงผสมเข้าในเนื้ออาหาร หรือใช้ผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปแทน

การให้อาหารระหว่างรักษา (แหล่งข้อมูลเห็นต่างกัน): แหล่งที่ 2 แนะนำให้ใช้อาหารผสมยาเป็นหลักตราบที่ปลายังกินอาหารอยู่ ส่วนแหล่งที่ 4 แนะนำให้งดอาหารระหว่างรักษา แล้วเริ่มให้อาหารใหม่ประมาณ 3 วันหลังรักษาเสร็จ โดยแนะนำลูกน้ำเป็นอาหารที่ย่อยง่าย

อุณหภูมิ (แหล่งข้อมูลเห็นต่างกัน):

  • แหล่งที่ 4 ให้รักษาที่ 32–33 °C
  • แหล่งที่ 3 แนะนำให้เพิ่มอุณหภูมิเป็น 86–88 °F ระหว่างรักษาปลาที่ไม่กินอาหาร
  • ผู้เลี้ยงรายหนึ่งรายงานว่าการเพิ่มอุณหภูมิเป็น 96 °F นาน 5 วันได้ผลกับปลาดิสคัส แต่ยังไม่เคยทดลองกับปลาเทวดา
  • ผู้เลี้ยงในฟอรัมอีกรายเห็นต่างว่า โดยทั่วไปการเพิ่มอุณหภูมิไม่ได้ช่วยรักษาโรคนี้

ทางเลือกอื่น: แหล่งที่ 4 แนะนำผลิตภัณฑ์เอนไซม์ย่อยอาหารแบบให้กิน โดยใช้ตามฉลาก ร่วมกับเพิ่มอุณหภูมิเป็น 32–33 °C

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ยาหลายตัวร่วมกันโดยไม่มีคำแนะนำ หรือเพิ่มขนาดยาเอง
  • ใส่ยาวันละเม็ดลงในถังโดยไม่คำนวณปริมาตร ขนาดยาควรเป็นไปตามปริมาตรน้ำและวิธีใช้ของยา
  • ให้เมโทรนิดาโซลเกินขนาด ซึ่งอาจทำให้ปลาตายได้
  • รักษาในตู้โชว์ ซึ่งอาจรบกวนระบบกรองชีวภาพ

การป้องกัน

  • ให้แอมโมเนียและไนไตรต์เป็นศูนย์ ไนเตรตต่ำกว่า 20 ppm และไม่ปล่อยปลาแน่นตู้
  • เปลี่ยนน้ำ 20–30% ทุกสัปดาห์ รักษาค่า pH ที่ 6.5–7.0 และเก็บเศษอาหารที่เหลือออกหลังให้อาหารทุกครั้ง
  • ให้อาหารคุณภาพดีหลากหลาย ไม่ใช้อาหารแผ่นเป็นหลัก
  • กักโรคปลาใหม่อย่างน้อยสองสัปดาห์ ผู้เลี้ยงปลาดิสคัสมักให้อาหารผสมยาป้องกันหนึ่งคอร์สระหว่างกักโรค
  • แหล่งที่ 4 แนะนำให้ใช้โปรไบโอติกหรืออาหารเสริมช่วยย่อย
  • แหล่งที่ 3 แนะนำให้อาหารผสมยาสองถึงสามมื้อทุกสามเดือนเพื่อป้องกัน
  • การให้เมโทรนิดาโซลป้องกันก่อนขนส่งอาจช่วยลดการป่วยหลังขนส่ง
  • หลีกเลี่ยงปลาเหยื่อที่มีความเสี่ยงสูง หรือล้างหรือกักโรคปลาเหยื่อก่อนนำมาให้กิน

เมื่อใดควรกังวล

  • ปลาไม่กินอาหารนานเกินสามวันร่วมกับขี้เป็นเส้นยาว ควรรักษาทันที
  • ท้องบวม ทวารบวมแดง มีแผลที่ท้อง หรือนอนอยู่ใกล้พื้นตู้ เป็นสัญญาณของระยะรุนแรง
  • มีหลุมรอบรูบนหัวที่ขยายใหญ่ขึ้น
  • ปลาเพิ่งผ่านการขนส่ง เพราะการติดเชื้อที่ไม่ได้ควบคุมอาจทำให้ปลาตายภายในหนึ่งสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

ปลาดิสคัสขี้ขาว แปลว่าเป็น Hexamita แน่นอนหรือไม่

ไม่แน่นอน ขี้ขาวอาจเกิดจากความเครียด อาหาร (เช่น ผักโขม สาหร่ายสไปรูลินา ถั่วลันเตา ดีเกลือ หรืออาหารแห้งที่ไม่ได้แช่น้ำก่อน) พยาธิ หรือแบคทีเรียในลำไส้ได้ด้วย การยืนยันเชื้อต้องส่องกล้องจุลทรรศน์แบบ wet mount

ใช้เมโทรนิดาโซลในตู้ที่มีกุ้งหรือหอยได้ไหม

ไม่ได้ เพราะเมโทรนิดาโซลเป็นพิษต่อกุ้งและหอย ควรแยกปลาไปรักษาในตู้พยาบาลพื้นเปล่าขนาดอย่างน้อย 40 ลิตร

ต้องถอดถ่านกัมมันต์และปิด UV ระหว่างรักษาหรือไม่

ต้องถอดถ่านกัมมันต์ออก เพราะถ่านจะดูดซับยา ส่วน UV มีรายงานว่าเปิดต่อได้อย่างปลอดภัย และยาไม่ทำลายระบบกรองชีวภาพ

ควรเพิ่มอุณหภูมิระหว่างรักษาหรือไม่

แหล่งข้อมูลเห็นต่างกัน บางแหล่งแนะนำ 32–33 °C หรือ 86–88 °F และมีผู้เลี้ยงรายงานว่า 96 °F นาน 5 วันได้ผลกับปลาดิสคัส แต่ผู้เลี้ยงในฟอรัมอีกรายบอกว่าโดยทั่วไปการเพิ่มอุณหภูมิไม่ได้ช่วย

เปลี่ยนน้ำหลังใส่ยาได้เมื่อไร

เมโทรนิดาโซลออกฤทธิ์อยู่ในน้ำประมาณแปดชั่วโมง จึงเปลี่ยนน้ำได้หลังให้ยาแล้วแปดชั่วโมง ส่วนสูตร 250 mg ต่อ 40 ลิตร ให้เปลี่ยนน้ำ 25% ก่อนให้ยาแต่ละครั้ง

แหล่งอ้างอิง

  1. Pathology and Clinical Management of Diplomonad Flagellate Infections of Angel Fish
  2. Table: Protistan Parasites of Fish-Merck Veterinary Manual
  3. Hexamita in Aquarium Fish: Diagnosis and Treatment
  4. Metro Discus Medication (metronidazole)
  5. Bệnh đường ruột ở Cá Đĩa- Cách chữa và Phòng bệnh như thế nào? (ภาษาเวียดนาม)
  6. Cá dĩa bị phân trắng – Nguyên nhân và cách khắc phục (ภาษาเวียดนาม)
  7. Cá đi phân trắng (ภาษาเวียดนาม)
  8. treating hexamita in angelfish