หน่วย
ธีม

การจัดตู้ · อ่านประมาณ 3 นาที

กรองบนตู้ปลา (กรองทริกเคิล): วิธีจัดวัสดุกรอง และทำอย่างไรเมื่อไฟดับ

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 4 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • กรองบนตู้แบบทริกเคิล (wet/dry) วางอยู่บนตู้ปลา ปั๊มจะดันน้ำขึ้นไปบนถาดเจาะรู แล้วให้น้ำหยดผ่านวัสดุกรองลงมา ใยกรองจึงเปียกอยู่ตลอดแต่ไม่จมน้ำทั้งหมด
  • ชั้นแรกมักเป็นกรองกลแบบใยกรองโพลีเอสเตอร์ ส่วนสิ่งสำคัญคือทำให้น้ำกระจายทั่ววัสดุกรองอย่างสม่ำเสมอ ไม่ไหลรวมเป็นทางและไม่ล้นถาด
  • ถ้าไฟดับ ใช้ปั๊มลมแบบแบตเตอรี่ช่วยให้ปลามีออกซิเจน เพราะเมื่อน้ำหยุดไหลผ่านกรองราว 1 ชั่วโมง แบคทีเรียเริ่มตาย และเมื่อไฟกลับมาแล้วให้ตรวจดูว่าปั๊มทำงานต่อจริง

กรองบนตู้แบบทริกเคิลคืออะไร

กรองทริกเคิล (wet/dry) แบบวางบนตู้ปลาเป็นแบบที่พบน้อยกว่าซัมพ์ที่ตั้งไว้ใต้ตู้ ปั๊มจะดันน้ำขึ้นไปบนถาดเจาะรู แล้วให้น้ำหยดผ่านถาดลงมาทีละชั้น ใยกรองจึงเปียกอยู่ตลอดแต่ไม่จมน้ำทั้งหมด ส่วนน้ำที่หยดผ่านไบโอบอลในช่วงนี้ก็ได้รับอากาศดีมาก

ผู้เลี้ยงที่ใช้กรองแบบนี้เล่าว่าการทำงานเหมือนกรอง wet/dry ทั่วไป แต่ไม่ต้องเจาะตู้ มีผู้เลี้ยงคนหนึ่งเห็นว่ากรองแบบนี้เสียแรงดันน้ำจากความสูงที่ปั๊มต้องส่ง (pump head) น้อยกว่า

แบคทีเรียในระบบกรองเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนไตรต์ แล้วเปลี่ยนต่อเป็นไนเตรต แต่ไนเตรตยังสะสมในน้ำอยู่ จึงต้องเปลี่ยนน้ำบางส่วนเป็นประจำ แบคทีเรียต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะตั้งตัวได้ ตู้ใหม่ที่ลงปลาเร็วเกินไปจึงเสี่ยงต่ออาการตู้ใหม่ (new tank syndrome)

การจัดชั้นกรองและการกระจายน้ำ

การจัดวางแบบที่พบบ่อยตามแหล่งข้อมูลหนึ่งมีลำดับดังนี้

  1. เริ่มด้วยกรองกลชั้นแรก ใช้ใยกรองโพลีเอสเตอร์ใส่ในถาดเจาะรูที่ลึกประมาณ 5 ซม.
  2. วางท่อเจาะรูบนใยกรองเพื่อให้น้ำกระจายทั่ว ห่างกันท่อละ 7.5–10 ซม.
  3. เจาะรูที่ท่อดังนี้: ด้านล่างรูขนาด 0.3 ซม. ทุก 7.5 ซม. ด้านข้างรูขนาด 0.5 ซม. สองแถว ทุก 5 ซม. ด้านบนรูขนาด 1 ซม. ทุก 2.5 ซม.

อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นกรองบนตู้ที่ผู้เลี้ยงคนหนึ่งออกแบบเอง โดยใส่ใยกรองในลิ้นชักแรก ใส่วัสดุกรองชีวภาพในลิ้นชักถัดไป และใช้พื้นลิ้นชักที่เจาะรูไว้เป็นแผ่นกระจายน้ำหยด ผู้เลี้ยงคนเดียวกันนี้ปล่อยน้ำกลับลงตู้ทางสเปรย์บาร์ใกล้ผิวน้ำ และคาดว่าจะเงียบ

เรื่องวัสดุกรองและประสิทธิภาพ

แหล่งข้อมูลหนึ่งประเมินว่ากรอง wet/dry มีประสิทธิภาพราว 70% ของกรองไบโอบอลที่จมน้ำอยู่นิ่ง ๆ และซัมพ์ wet/dry ที่ใช้ไบโอบอล 100% มีประสิทธิภาพราว 10% ของซัมพ์ที่ใช้วัสดุกรอง K1 แบบฟลูอิไดซ์เบด (fluidised bed)

แหล่งเดียวกันนี้มองว่าไบโอบอลที่จมน้ำเป็นวัสดุกรองที่ไม่ดี และแนะนำให้ใช้ K1 แบบอยู่นิ่ง (static) กับฟองน้ำ 20 ppi ต่อจากช่วงทริกเคิลแทน

เรื่องเสียง

ผู้เลี้ยงเล่าว่าเสียงส่วนใหญ่มาจากช่วงทริกเคิล ผู้เลี้ยงคนหนึ่งใช้กรองบนตู้ 7,600 ลิตร/ชั่วโมง (แกลลอนต่อชั่วโมง) แล้วรู้สึกว่ายังพอรับได้ อีกคนหนึ่งบอกว่าที่ 1,100 ลิตร/ชั่วโมง ไม่น่าจะดังเกินไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รูบนถาดหยดน้อยเกินไป น้ำจะล้นถาด
  • รูมากเกินไป น้ำจะกระจายไม่ทั่ววัสดุกรอง
  • การทำให้น้ำหยดสม่ำเสมอโดยไม่ไหลรวมเป็นทาง (channeling) และไม่ล้น มักทำได้ยากมากในกรอง wet/dry ควรเผื่อเวลาปรับจำนวนรูให้ลงตัว

เมื่อไฟดับ

  • เมื่อน้ำหยุดไหลผ่านกรองประมาณ 1 ชั่วโมง แบคทีเรียที่มีประโยชน์จะเริ่มตาย
  • ปั๊มลมแบบใช้แบตเตอรี่ช่วยให้ปลามีออกซิเจนระหว่างไฟดับ
  • การนำวัสดุกรองชีวภาพจากกรองมาใส่ในตู้ตรงเหนือหัวทราย อาจช่วยให้แบคทีเรียรอดได้
  • เมื่อไฟดับนานหลายชั่วโมง การเติมอากาศยิ่งสำคัญ โดยเฉพาะตู้ที่น้ำอุ่นหรือเลี้ยงปลาหนาแน่น

การป้องกันและตรวจเช็กหลังไฟกลับมา

  • ทำความสะอาดช่องใบพัดของปั๊มเป็นประจำ เพราะคราบหินปูนและสิ่งสกปรกอาจทำให้ใบพัดหมุนต่อไม่ได้หลังไฟดับ แม้ตอนมีไฟจะทำงานปกติ
  • เมื่อไฟกลับมา ให้ตรวจดูว่ากรองกลับมาทำงานจริง ถ้ากรองหยุดไปโดยไม่มีใครสังเกต อาจเกิดปัญหาร้ายแรงได้
  • หลังไฟดับเป็นเวลานาน แบคทีเรียอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะกลับมาเต็มที่ ตู้ที่เลี้ยงปลาไม่หนาแน่นจะรับมือได้ดีกว่า

คำถามที่พบบ่อย

กรองบนตู้แบบทริกเคิลต่างจากซัมพ์ใต้ตู้อย่างไร

ผู้เลี้ยงบอกว่าทำงานเหมือนกรอง wet/dry ทั่วไป แต่วางอยู่บนตู้และไม่ต้องเจาะตู้ เป็นแบบที่พบน้อยกว่าซัมพ์ใต้ตู้

ถาดหยดควรเจาะรูมากแค่ไหน

ถ้ารูน้อยเกินไปน้ำจะล้นถาด ถ้ามากเกินไปน้ำจะกระจายไม่ทั่ว แหล่งข้อมูลหนึ่งแนะนำให้วางท่อเจาะรูทุก 7.5–10 ซม. ด้านล่างเจาะรู 0.3 ซม. ทุก 7.5 ซม. ด้านข้างเจาะรู 0.5 ซม. สองแถว ทุก 5 ซม. และด้านบนเจาะรู 1 ซม. ทุก 2.5 ซม.

ไฟดับนานเท่าไรแบคทีเรียในกรองจึงเริ่มตาย

เมื่อน้ำหยุดไหลผ่านกรองประมาณ 1 ชั่วโมง แบคทีเรียจะเริ่มตาย การนำวัสดุกรองชีวภาพมาใส่ในตู้ตรงเหนือหัวทรายอาจช่วยให้แบคทีเรียรอดได้

กรองบนตู้เสียงดังไหม

ผู้เลี้ยงบอกว่าเสียงส่วนใหญ่มาจากช่วงทริกเคิล คนหนึ่งใช้ 7,600 ลิตร/ชั่วโมง แล้วยังพอรับได้ อีกคนบอกว่าที่ 1,100 ลิตร/ชั่วโมง ไม่น่าจะดังเกินไป

มีกรองแล้วยังต้องเปลี่ยนน้ำอยู่ไหม

ยังต้องเปลี่ยน เพราะแบคทีเรียเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนไตรต์และไนเตรต แต่ไนเตรตยังสะสมในน้ำ จึงต้องเปลี่ยนน้ำบางส่วนเป็นประจำ

แหล่งอ้างอิง

  1. Aquarium filter
  2. 8.6.4. Wet-Dry Filters
  3. Overhead Wet Dry Filter
  4. Dealing with a power cut on your aquarium