การดูแล · อ่านประมาณ 6 นาที

เลี้ยงปลาอะโรวาน่าในตู้: ขนาดตู้ คุณภาพน้ำ อาหาร และโรคที่พบบ่อย

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 7 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • ปลาอะโรวาน่าตัวใหญ่และอายุยืน อะโรวาน่าเอเชียโตได้ราว 900 มม. ส่วนอะโรวาน่าเงินและอะโรวาน่าดำโตได้ราว 90 ซม. ในตู้ จึงต้องใช้ตู้ที่ยาวและกว้าง มีฝาปิดแน่น และมีระบบกรองที่แรงพอ
  • ก่อนลงปลา ตู้ต้องพร้อมทางชีวภาพก่อน น้ำต้องคงที่ อุณหภูมิไม่แกว่ง และควรเปลี่ยนน้ำและดูดตะกอนอย่างสม่ำเสมอ
  • ให้อาหารสดหรืออาหารแช่แข็งที่ละลายแล้วในปริมาณที่ปลากินหมดภายใน 1–2 นาที ห้ามให้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือเนื้อสัตว์ปีก และคอยดูอาการผิดปกติ เช่น ตาตก ตาขุ่น หรือเหงือกบาน

อะโรวาน่าเป็นปลาแบบไหน

ปลาอะโรวาน่าตัวใหญ่และอายุยืน ถ้าดูแลดีจะอยู่ได้ 10–20 ปีหรือนานกว่านั้น ขนาดโตเต็มที่ต่างกันไปตามชนิด

  • อะโรวาน่าเอเชีย (Scleropages formosus) โตได้ราว 900 มม. (วัดความยาวมาตรฐาน) สีที่พบมีทั้งเขียว ซูเปอร์เรด ทองข้ามหลัง (crossback golden) และทองหางแดง (red tail golden)
  • อะโรวาน่าเงินและอะโรวาน่าดำ โตได้ราว 90 ซม. เมื่อเลี้ยงในตู้ ส่วนอะโรวาน่าเงินในธรรมชาติยาวได้ถึง 120 ซม.

อะโรวาน่าอเมริกาใต้ตอนยังเล็กเลี้ยงง่าย แต่พอโตเต็มวัยแล้วเลี้ยงยากมาก ปลากลุ่มนี้ชอบอยู่ตัวเดียว ส่วนใหญ่จึงเลี้ยงเดี่ยวดีที่สุด ถ้าจะมีปลาร่วมตู้ แหล่งหนึ่งระบุว่าต้องเป็นปลาตัวใหญ่ที่หากินอยู่พื้นตู้ แต่อีกแหล่งพบว่าการเลี้ยงปลาพื้นตู้ร่วมด้วยมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการตาตก (ดูหัวข้อด้านล่าง)

อะโรวาน่าเอเชียอยู่ในบัญชี 1 ของ CITES มาตั้งแต่ปี 1975 ปลาที่ถูกกฎหมายมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนกับ CITES และควรมีไมโครชิปพร้อมเอกสารทางการ ในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา การซื้อขายอะโรวาน่าเอเชียผิดกฎหมาย

ขนาดตู้และตำแหน่งวางตู้

  • ความยาวและความกว้างของตู้สำคัญกว่าความสูง
  • แหล่งหนึ่งให้ขนาดขั้นต่ำไว้ที่ 150 แกลลอนขึ้นไป แล้วแต่ชนิด แต่ส่วนถามตอบของแหล่งเดียวกันระบุว่าปลาโตเต็มวัยต้องใช้ตู้อย่างน้อย 250 แกลลอน
  • อะโรวาน่าเอเชียต้องใช้ตู้ยาวอย่างน้อย 2 เมตร และเหมาะกับตู้ของสถานที่สาธารณะหรือตู้ส่วนตัวขนาดใหญ่ที่สุดเท่านั้น
  • สำหรับอะโรวาน่าเงินโตเต็มวัย 1 ตัว มีบางแหล่งแนะนำตู้ขนาด 240 x 90 x 90 ซม. แต่ก็ไม่ได้มีความเห็นตรงกันทุกคน
  • ต้องมีฝาปิดแน่น เพราะอะโรวาน่าจะกระโดดเมื่อตกใจ
  • ก่อนเปิดไฟตู้ ควรเปิดไฟในห้องให้สว่างก่อนทีละน้อย ปลาจะได้ไม่กระโดดเพราะตกใจ
  • วางตู้ให้ห่างจากหน้าต่าง แสงแดดส่องตรง และเครื่องปรับอากาศ

คุณภาพน้ำ

ตัวเลขจากแต่ละแหล่งไม่เท่ากัน จึงรวมไว้ในตารางนี้

แหล่ง / ชนิดปลาอุณหภูมิค่า pHความกระด้าง (GH)
อะโรวาน่าทั่วไป (แหล่งที่ 1)72–82 °F เปลี่ยนได้ไม่เกิน ±2 °F ต่อวัน6.0–7.0ไม่ระบุ
อะโรวาน่าเอเชีย22–28 °C5.0–8.02–15 dGH
อะโรวาน่าเงินและอะโรวาน่าดำ24–30 °C5.8–7.0ต่ำกว่า 14–15 °dH
  • ไนไตรต์ควรใกล้ศูนย์มากที่สุดเท่าที่ทำได้
  • ใส่เกลือสำหรับปลาน้ำจืดหรือไม่ก็ได้ ถ้าใส่ ให้รักษาค่าความถ่วงจำเพาะไว้ที่ 1.004 และไม่ให้เปลี่ยนเกิน ±0.001 ภายใน 24 ชั่วโมง
  • สำหรับอะโรวาน่าเอเชีย น้ำต้องคงที่และเป็นน้ำที่ตู้เซ็ตตัวแล้ว (stable and mature)

ระบบกรองและการเปลี่ยนน้ำ

  • ระบบกรองควรหมุนเวียนน้ำได้อย่างน้อย 4 เท่าของปริมาตรตู้ต่อชั่วโมง เช่น ตู้ 150 แกลลอนควรใช้ปั๊มอย่างน้อย 600 GPH
  • อะโรวาน่าเอเชียต้องการออกซิเจนละลายน้ำสูง ให้ใช้กรองนอกตู้ พาวเวอร์เฮด หรือหัวทรายช่วย
  • มีแหล่งหนึ่งระบุว่าอะโรวาน่าขับของเสียมาก จึงต้องเปลี่ยนน้ำและดูดตะกอนบ่อย
  • ความถี่ในการเปลี่ยนน้ำแต่ละแหล่งแนะนำต่างกัน แหล่งหนึ่งถือว่าการเปลี่ยนน้ำ 30–50% ทุกสัปดาห์เป็นเรื่องที่ต้องทำสำหรับอะโรวาน่าเอเชีย อีกแหล่งแนะนำให้เปลี่ยน 10–25% ทุก 2–4 สัปดาห์
  • ไม่ควรเปลี่ยนน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว เพราะจะทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์หายไป

ขั้นตอนการให้อาหาร

  1. ถ้าใช้อาหารแช่แข็ง ให้ละลายก่อนทุกครั้ง
  2. ปลาโตเต็มวัยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ปลาเล็กวันละ 2–3 ครั้ง
  3. ให้อาหารลอยน้ำหรือป้อนที่ผิวน้ำ ทีละน้อย
  4. ใช้คีมหรือไม้คีบยาวป้อน อย่าใช้นิ้ว เพราะปลาอาจเข้าใจว่านิ้วเป็นอาหาร
  5. แต่ละมื้อควรให้ในปริมาณที่ปลากินหมดภายใน 1–2 นาที

อาหารที่เหมาะตามวัยและชนิด

  • อะโรวาน่าเอเชียวัยเล็ก: หนอนแดง ไส้เดือนตัวเล็ก และกุ้งสับ ไม่ควรให้แมลงหรือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เปลือกแข็งกับปลาเล็ก
  • อะโรวาน่าเอเชียโตเต็มวัย: เนื้อปลาหั่นเป็นชิ้น กุ้งทั้งตัว หอยแมลงภู่ กุ้งน้ำจืดเป็นๆ ไส้เดือนตัวใหญ่ และอาหารเม็ด แต่ไม่ควรให้อาหารเม็ดเป็นอาหารหลัก
  • อะโรวาน่าเงินโตเต็มวัย: กินจิ้งหรีด ตั๊กแตน ไส้เดือน กุ้ง หอยแมลงภู่ หอยแครง และเนื้อปลาเป็นชิ้นได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ให้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือเนื้อสัตว์ปีก เช่น หัวใจวัวหรือไก่ ปลาอาจย่อยไขมันบางชนิดในเนื้อเหล่านี้ไม่ได้ ทำให้ไขมันสะสมและอวัยวะเสื่อม
  • ใช้ปลาออกลูกเป็นตัวหรือปลาทองตัวเล็กเป็นเหยื่อ เสี่ยงต่อปรสิตและโรค และถ้าไม่ได้เลี้ยงขุนเหยื่อก่อนก็แทบไม่มีคุณค่าทางอาหาร
  • ลงอะโรวาน่าเอเชียในตู้ที่ยังไม่พร้อมทางชีวภาพ
  • เปลี่ยนน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว แบคทีเรียที่มีประโยชน์จะหายไป
  • ซื้อลูกปลาที่ยังมีถุงไข่แดง เพราะลูกปลาวัยนี้ยังไม่กินอาหาร
  • ป้อนอาหารด้วยนิ้ว

โรคและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

โรคที่พบบ่อยในอะโรวาน่า ได้แก่ ครีบหรือหางเปื่อย ท้องมาน ปรสิต การติดเชื้อแบคทีเรีย มะเร็ง โรคจุดขาว ตาโปน การติดเชื้อรา และความผิดปกติของกระเพาะลม

สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต:

  • สีตัวเปลี่ยน ซึม ว่ายน้ำผิดปกติ
  • ครีบหดกร่อน ไม่กินอาหารนานเกินหนึ่งวัน
  • ว่ายถูตัวกับวัตถุ (flashing) หายใจถี่
  • มีจุดขาว ตาขุ่นหรือตาโปน
  • เกล็ดตั้ง ท้องบวม

อาการตาตก (drop eye)

ลักษณะ: ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้างจะมองลงด้านล่างตลอดเวลา และอาจไม่กลับมาเป็นปกติ อาการนี้ไม่ค่อยหายเอง และอาจแย่ลงเรื่อยๆ ผู้เลี้ยงรายหนึ่งเล่าว่าพบบ่อยในอะโรวาน่าเงิน จาร์ดินี และไลชาร์ดติ มักเริ่มเมื่อปลายาวราว 16–18 นิ้ว ส่วนอะโรวาน่าเอเชียพบน้อย ยกเว้นตัวที่ยาวเกิน 24 นิ้ว

สาเหตุ: ยังไม่มีข้อสรุป มีหลายความเห็น

  • แหล่งหนึ่งโยงอาการนี้กับการให้อาหารที่พื้นตู้ การเลี้ยงปลาพื้นตู้ร่วมด้วย และการให้ปลาเป็นเหยื่อ
  • ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าสาเหตุหลักคือปลาชนผนังตู้หรือฝาตู้ซ้ำๆ และตู้ที่ผนังใสมีส่วนทำให้เกิดอาการ
  • ไขมันที่สะสมหลังลูกตายังเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ โดยอ้างอิงผลการผ่าซากของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งหนึ่งในอังกฤษ
  • สาเหตุอื่นที่มีผู้เสนอไว้ ได้แก่ โภชนาการไม่ดี การผสมเลือดชิด ความเครียด แสงมากเกินไป และวัณโรคปลา (mycobacteriosis)
  • ผู้มีประสบการณ์บางรายเชื่อว่ามาจากการจัดไฟตู้ไม่เหมาะ ปลาหันหนีแสงจนตาเคลื่อนตำแหน่ง

ความเชื่อที่ยังเป็นที่ถกเถียง: มีผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสงสัยว่าการลอยลูกปิงปองในตู้ช่วยแก้ตาตกได้จริงหรือไม่ และผู้เลี้ยงหลายคนก็บอกว่าไม่ได้ช่วย เรื่องการผสมเลือดชิดก็ยังมีข้อสงสัย เพราะปลาที่จับจากธรรมชาติก็เป็นได้ ผู้เลี้ยงบางรายมองว่าตาตกไม่ใช่โรค เพราะไม่ติดต่อกัน

การรักษาและป้องกัน: ยังไม่มีวิธีรักษาที่พิสูจน์ได้ ฟาร์มเพาะพันธุ์ย้ายปลาไปเลี้ยงในบ่อกลางแจ้ง และมีรายงานการผ่าตัด สำหรับการป้องกัน มีคำแนะนำให้ใช้ตู้ที่ใหญ่พอกับขนาดปลาและลดโอกาสที่ปลาจะชนตู้ อาการนี้แทบไม่พบในปลาที่เลี้ยงในบ่อ

วิธีที่ผู้เลี้ยงใช้รับมือปัญหาอื่น

ข้อมูลส่วนนี้เป็นประสบการณ์ที่ผู้เลี้ยงเล่าต่อกันมา ไม่ใช่วิธีรักษามาตรฐาน

ปัญหาสาเหตุที่ผู้เลี้ยงพบวิธีที่ผู้เลี้ยงใช้
ตาขุ่นระยะแรกไม่ระบุเปลี่ยนน้ำ 1/3 ใส่เกลือ เพิ่มอุณหภูมิเป็น 30-33 °C จากนั้นเปลี่ยนน้ำ 1/4 ทุก 3 วัน อาจใช้เวลา 3-5 เดือนกว่าจะหาย
เกล็ดตั้งในปลาเล็กอุณหภูมิเปลี่ยนรุนแรงและน้ำสกปรกใส่เกลือ ตั้งอุณหภูมิ 32-34 °C เพิ่มอากาศ เปลี่ยนน้ำ 1/4 ทุก 3-4 วัน และใช้คอปเปอร์ซัลเฟต (ข้อมูลไม่ได้ระบุขนาดยา)
จุดขาวและเหงือกเน่าไม่ระบุเกลือ 1% ร่วมกับควินิน 0.8 กรัมต่อลิตร เพิ่มอุณหภูมิ 2-3 °C และเพิ่มอากาศ เมื่อปลาหายแล้วให้ฆ่าเชื้อตู้
เห็บปลาและหนอนสมอส่วนใหญ่มากับเหยื่อมีชีวิตใช้คอปเปอร์ซัลเฟต (ข้อมูลไม่ได้ระบุขนาดยา) สำหรับเห็บปลายังใช้การแช่เกลือเข้มข้นร่วมกับเพิ่มออกซิเจนได้ด้วย
เหงือกบาน/ฝาเหงือกม้วนน้ำเสีย (แอมโมเนีย ไนไตรต์ ไนเตรต ออกซิเจนต่ำ) พื้นที่คับแคบ และอุณหภูมิแกว่งมากเมื่อเริ่มเห็นฝาเหงือกม้วน ให้เปลี่ยนน้ำ 20% ทันทีและเพิ่มอากาศ ทำซ้ำทุก 2-3 วัน และใส่ทรายปะการังในระบบกรอง ถ้าฝาเหงือกแข็งตัวแล้วต้องผ่าตัดเล็ม

คำถามที่พบบ่อย

เลี้ยงอะโรวาน่าต้องใช้ตู้ใหญ่แค่ไหน

ตัวเลขต่างกันตามแหล่งข้อมูล แหล่งหนึ่งให้ขั้นต่ำ 150 แกลลอนขึ้นไปแล้วแต่ชนิด แต่สำหรับปลาโตเต็มวัยระบุว่าอย่างน้อย 250 แกลลอน อะโรวาน่าเอเชียต้องใช้ตู้ยาวอย่างน้อย 2 เมตร ส่วนอะโรวาน่าเงินโตเต็มวัยมีบางแหล่งแนะนำ 240 x 90 x 90 ซม. ความยาวและความกว้างของตู้สำคัญกว่าความสูง

ควรเปลี่ยนน้ำบ่อยแค่ไหน

แต่ละแหล่งแนะนำต่างกัน แหล่งหนึ่งถือว่าการเปลี่ยนน้ำ 30–50% ทุกสัปดาห์เป็นเรื่องที่ต้องทำสำหรับอะโรวาน่าเอเชีย อีกแหล่งแนะนำ 10–25% ทุก 2–4 สัปดาห์ ทั้งนี้ไม่ควรเปลี่ยนน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว

ให้อะโรวาน่ากินเนื้อไก่หรือหัวใจวัวได้ไหม

ไม่ควร ปลาอาจย่อยไขมันบางชนิดในเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและเนื้อสัตว์ปีกไม่ได้ ทำให้ไขมันสะสมและอวัยวะเสื่อม อะโรวาน่าเอเชียโตเต็มวัยให้เนื้อปลา กุ้ง หอยแมลงภู่ กุ้งน้ำจืดเป็นๆ และไส้เดือนแทนได้ ส่วนอะโรวาน่าเงินโตเต็มวัยกินจิ้งหรีดและตั๊กแตนได้ด้วย

ลอยลูกปิงปองในตู้แก้ตาตกได้จริงไหม

มีผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสงสัยเรื่องนี้ และผู้เลี้ยงหลายคนก็บอกว่าไม่ได้ช่วย ตอนนี้ยังไม่มีวิธีรักษาตาตกที่พิสูจน์ได้ ฟาร์มเพาะพันธุ์ใช้วิธีย้ายปลาไปบ่อกลางแจ้ง และมีรายงานการผ่าตัด

ทำไมอะโรวาน่าชอบกระโดด และป้องกันอย่างไร

อะโรวาน่าจะกระโดดเมื่อตกใจ จึงต้องมีฝาปิดตู้ที่แน่น และก่อนเปิดไฟตู้ควรเปิดไฟในห้องให้สว่างก่อนทีละน้อย เพื่อลดการกระโดดเพราะตกใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. Arowana Care: Tank Size, Diet, and Lifespan | PetMD
  2. Predators: South American arowana
  3. Scleropages formosus
  4. Thú chơi cá rồng nghìn đô (ภาษาเวียดนาม)
  5. Eye-Droop in Arowana and Arapaima gigas
  6. Arowana Injuries, Diseases, & Treatments - Version 2.0
  7. Nghề cắt mí, sửa môi cho cá (ภาษาเวียดนาม)