การจัดตู้ · อ่านประมาณ 6 นาที
รันตู้ปลาใหม่ สร้างแบคทีเรีย ใช้แบคทีเรียน้ำ และแก้ระบบกรองชีวภาพล่ม
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 7 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง
สรุปย่อ
- ตู้ปลาจะปลอดภัยต่อเมื่อมีแบคทีเรียที่เปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนไตรต์แล้วเป็นไนเตรต หากตู้ใหม่ยังไม่มีแบคทีเรียกลุ่มนี้ หรือระบบกรองชีวภาพล่ม แอมโมเนียและไนไตรต์ที่เป็นพิษสูงจะสะสมจนปลาซึมและอาจตายได้
- ถ้าวัดได้แอมโมเนียเกิน 0.1 mg/L หรือมีไนไตรต์เกิน 0 mg/L ให้เปลี่ยนน้ำบางส่วนทันที ครั้งละไม่เกิน 50% ใช้น้ำที่กำจัดคลอรีนและคลอรามีนแล้ว และปรับอุณหภูมิให้เท่ากับน้ำในตู้
- สำหรับตู้ใหม่ควรรันตู้ให้ครบก่อนปล่อยปลา ส่วนใหญ่ใช้เวลา 4–6 สัปดาห์ และควรวัดค่าน้ำเป็นประจำ
วงจรไนโตรเจนและแบคทีเรียในตู้ปลาคืออะไร
แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในพื้นตู้และในระบบกรองจะเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนไตรต์ แล้วเปลี่ยนไนไตรต์เป็นไนเตรตต่อ ทั้งแอมโมเนียและไนไตรต์มีพิษต่อปลาสูงมาก ถ้าตู้ใหม่ยังไม่มีระบบกรองชีวภาพที่ทำงานได้ จะเกิดอาการที่เรียกว่า "โรคตู้ใหม่" (new tank syndrome)
แบคทีเรียไนตริฟายอิงเกาะอยู่บนผิวที่มีออกซิเจนสูง เช่น วัสดุกรอง ทราย และหิน งานวิจัยปี 1998 พบว่าในตู้น้ำจืด แบคทีเรียหลักที่เปลี่ยนไนไตรต์เป็นไนเตรตคือกลุ่มที่ใกล้เคียงกับ Nitrospira ไม่ใช่ Nitrobacter อย่างที่เคยเข้าใจกัน
แบคทีเรียน้ำที่ขายเป็นขวดมี 2 แบบ
- แบคทีเรียไนตริฟายอิง เปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนไตรต์แล้วเป็นไนเตรต เป็นตัวที่ช่วยในการรันตู้
- แบคทีเรียเฮเทอโรโทรฟ ย่อยเศษอาหาร ของเสีย และตะกอน ใช้ช่วยให้น้ำใสและลดขี้ตะกอน
ตู้ที่รันเสร็จแล้วคือตู้ที่วัดแอมโมเนียและไนไตรต์ได้ 0 ทุกครั้ง และวัดไนเตรตได้
สัญญาณของตู้ใหม่ที่ยังไม่พร้อมหรือระบบกรองชีวภาพล่ม
- ปลาซึม กินอาหารน้อยหรือไม่กิน เมือกตามตัวหนาขึ้นหรือตัวดูขุ่น ถ้าเป็นหนักปลาอาจตาย
- ปลาลอยหัวฮุบอากาศที่ผิวน้ำ หรือหายใจถี่
- น้ำขุ่นและมีกลิ่นเหม็น
- ปลาตัวใหญ่มักแสดงอาการก่อน แต่ปลาแต่ละชนิดทนได้ไม่เท่ากัน
ผลวัดค่าน้ำช่วยแยกได้ว่าเป็นแบบไหน ตู้ใหม่ที่ยังไม่มีระบบกรองชีวภาพมักวัดได้แอมโมเนียสูง ไนไตรต์น้อยหรือไม่มี และไม่มีไนเตรต ส่วนระบบกรองที่ล่มมักวัดได้ทั้งแอมโมเนีย (NH3) และไนไตรต์ (NO2) สูงพร้อมกับอาการของปลา
สาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียไม่พอหรือตาย
- กรองใหม่ หรือเพิ่งเปลี่ยนกรอง
- ปล่อยกรองแห้ง หรือปล่อยให้กรองขาดออกซิเจน เช่น ไฟดับนาน
- ค่า pH เปลี่ยนแบบกะทันหัน ซึ่งฆ่าแบคทีเรียได้
- ใช้ยารักษาโรค หรือใส่ยาหรือยากำจัดตะไคร่เกินขนาด
- เปลี่ยนวัสดุกรองชีวภาพทีละมาก ๆ หรือล้างตู้แบบล้างใหญ่
- ล้างวัสดุกรองด้วยน้ำประปาที่มีคลอรีน
- เปลี่ยนน้ำครั้งเดียว 50–100%
- ปล่อยปลาแน่นเกินไป หรือให้อาหารปลามากเกินไป
สิ่งที่ควรทำทันที
- วัดแอมโมเนีย ไนไตรต์ และไนเตรต
- ถ้าแอมโมเนียเกิน 0.1 mg/L ไนไตรต์เกิน 0 mg/L หรือไนเตรตเกิน 20 mg/L ให้เปลี่ยนน้ำบางส่วนทันที
- เปลี่ยนน้ำครั้งละไม่เกิน 50% ถ้าค่า pH ในตู้ต่างจากน้ำประปาเกิน 0.5 ให้เปลี่ยนน้ำทีละน้อยและบ่อยขึ้นแทน
- ใช้น้ำยาที่กำจัดได้ทั้งคลอรีนและคลอรามีน และปรับอุณหภูมิน้ำใหม่ให้เท่ากับน้ำในตู้
- ถ้ากำลังรันตู้แบบไม่มีปลา อย่าให้แอมโมเนียเกิน 5 ppm ถ้าเกินให้เปลี่ยนน้ำทันที
ปลาที่เคยเครียดจากแอมโมเนียอาจติดเชื้อแบคทีเรียหรือปรสิตตามมา ซึ่งอาจต้องให้สัตวแพทย์รักษา
ขั้นตอนรันตู้ใหม่ด้วยแบคทีเรียน้ำและแอมโมเนีย (แบบไม่มีปลา)
ขั้นตอนนี้มาจากสูตรของผู้ผลิตแบคทีเรียรายหนึ่ง
- ใส่น้ำยากำจัดคลอรีนหรือคลอรามีน แล้วรอ 30 นาทีก่อนใส่แบคทีเรีย
- เปิดปั๊มให้น้ำหมุนเวียน และตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 24–26 °C ก่อนใส่แบคทีเรีย
- ปิด UV สกิมเมอร์ และโอโซนอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังใส่แบคทีเรีย
- วันที่ 1 ใส่แบคทีเรียทั้งขวด แล้วเติมแอมโมเนียมคลอไรด์ให้แอมโมเนียได้ 2.0 ppm (สูตรนี้ใช้ 4 หยดต่อ 3.8 ลิตร) ถ้าน้ำขุ่น ควรใสภายใน 24–48 ชั่วโมง
- วัดแอมโมเนียและไนไตรต์ในวันที่ 2, 4, 5, 7 และ 8
- วันที่ 3 และวันที่ 6 เติมแอมโมเนียมคลอไรด์อีก 4 หยดต่อ 3.8 ลิตร แต่ให้เติมเฉพาะเมื่อแอมโมเนียและไนไตรต์ต่ำกว่า 5 ppm
- หลังประมาณ 7 วัน แอมโมเนียและไนไตรต์มักเป็น 0 หรือต่ำกว่า 0.5 ppm
- ยืนยันว่ารันเสร็จจริง โดยเติมแอมโมเนียให้ได้ 2.0 ppm แล้ววัดอีกครั้งหลัง 24 ชั่วโมง ค่าที่ได้ควรต่ำกว่า 0.2 ppm ถ้าไนเตรตสูง ให้เปลี่ยนน้ำก่อนปล่อยปลา
- ปล่อยปลาครั้งละ 2–3 ตัว แล้วรออย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเพิ่มชุดต่อไป
อีกวิธีที่ผู้ผลิตแบคทีเรียอีกรายแนะนำสำหรับการรันแบบไม่มีปลา คือโรยอาหารปลาเล็กน้อยทุกวันจนวัดแอมโมเนียได้ จากนั้นหยุดให้อาหารแล้วปล่อยให้แบคทีเรียทำงาน
ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ระหว่างรันตู้ควรวัดแอมโมเนีย ไนไตรต์ และไนเตรตทุกวันหรือวันเว้นวัน ตู้ส่วนใหญ่รันเสร็จใน 4–6 สัปดาห์ และตู้ที่น้ำอุ่นจะรันเสร็จเร็วกว่าตู้ที่น้ำเย็น บางแหล่งระบุว่าใช้ 2–4 สัปดาห์ ทุกแหล่งเห็นตรงกันว่าไม่ควรปล่อยปลาก่อนตู้รันเสร็จ
ปริมาณแบคทีเรียน้ำตามที่ผู้ผลิตระบุ
ปริมาณที่ใช้ต่างกันมากในแต่ละผลิตภัณฑ์ ควรอ่านฉลากของขวดที่ใช้อยู่เสมอ ตัวอย่างจากผู้ผลิต 2 ราย มีดังนี้
| ผลิตภัณฑ์ | สถานการณ์ | ปริมาณ |
|---|---|---|
| ผู้ผลิตรายที่ 1 | ตู้ใหม่ วันที่ 1 | 5 mL (1 ฝา) ต่อ 40 ลิตร |
| ผู้ผลิตรายที่ 1 | ตู้ใหม่ วันที่ 2–7 | 5 mL ต่อ 80 ลิตร ทุกวัน |
| ผู้ผลิตรายที่ 1 | ดูแลต่อเนื่อง | 1 ฝาต่อ 80 ลิตร เดือนละครั้ง และใส่ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำ ปล่อยปลาใหม่ หรือใช้ยา |
| ผู้ผลิตรายที่ 2 (น้ำจืด) | ระบบใหม่ | 119 ml ต่อ 38 ลิตร ถ้าปลาเยอะ เพิ่มได้สูงสุด 10 เท่า |
| ผู้ผลิตรายที่ 2 (น้ำจืด) | ระบบที่รันแล้ว | 60 ml ต่อ 38 ลิตร |
ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ผลิตรายที่ 1
- ปล่อยปลาได้ทุกเมื่อ ถ้ายังใส่แบคทีเรียต่อเนื่องจนครบ 7 วัน
- ผลิตภัณฑ์ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและไม้น้ำ และใส่เกินไม่น่ากังวล
- ต้องปิด UV และโอโซนตลอด 7 วันที่รันตู้ และปิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงทุกครั้งที่ปล่อยปลาหรือเปลี่ยนน้ำ เพราะทั้งสองอย่างฆ่าแบคทีเรีย
- ใส่ครบ 7 วันแล้วไม่ได้แปลว่าตู้รันเสร็จสมบูรณ์
อีกแหล่งหนึ่งให้ข้อมูลที่ต่างออกไปว่า การใส่แบคทีเรียเกินขนาดบางครั้งทำให้น้ำขุ่น ทำให้ใช้ออกซิเจนมากขึ้น และเกิดฟิล์มแบคทีเรียได้
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- "แบคทีเรียน้ำทำให้ตู้รันเสร็จทันที" แบคทีเรียไนตริฟายอิงที่ยังมีชีวิตเริ่มทำงานได้ทันที แต่กว่าระบบกรองชีวภาพจะเสถียรต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ สัตวแพทย์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ารันตู้ได้ทันทีมักไม่ได้ผล
- "สารจับแอมโมเนียช่วยรันตู้" สารเหล่านี้อาจทำให้แบคทีเรียโตช้าลง เพราะไปลดแอมโมเนียซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรีย
- "Nitrobacter คือแบคทีเรียหลักในตู้น้ำจืด" งานวิจัยปี 1998 พบแบคทีเรียกลุ่ม Nitrospira แทน และไม่พบ Nitrobacter ในตัวอย่างเลย ในการทดลองเดียวกัน ตู้ที่ใส่สารเติมแต่งที่มี Nitrobacter (ไม่มี Nitrospira) มีไนไตรต์ลดลงเร็วกว่า แต่ไม่พบว่า Nitrobacter นั้นเติบโตในตู้ ผู้วิจัยจึงสรุปว่าผลยังไม่ชัดเจน
- "ใช้แบคทีเรียหลายยี่ห้อพร้อมกันแล้วกรองจะดีขึ้น" หลักฐานที่สนับสนุนเรื่องนี้ยังมีน้อย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปล่อยปลาทั้งหมดที่ตั้งใจเลี้ยงลงตู้ในครั้งเดียว
- งดอาหารปลาเพราะคิดว่าจะช่วยให้ตู้รันเร็วขึ้น
- ให้อาหารโปรตีนสูงมากเกินไป
- ไม่วัดค่าน้ำ
- เติมแอมโมเนียทุกวันระหว่างรันแบบไม่มีปลา ซึ่งอาจทำให้ไนเตรตสูงขึ้นหรือทำให้การรันหยุดชะงัก
- อ่านผลวัดผิด เมื่อใช้แบคทีเรียน้ำ บางครั้งจะไม่เห็นไนไตรต์เลยเพราะแบคทีเรียทำงานเร็ว และชุดวัดบางยี่ห้ออ่านไนเตรตที่ต่ำกว่า 20 ppm ไม่ได้
การป้องกัน
- ใส่วัสดุกรองเก่าจากตู้ที่รันแล้ว ปลาแข็งแรง และเลี้ยงปลาชนิดใกล้เคียงกัน เพื่อเพาะเชื้อให้ตู้ใหม่
- เริ่มจากปลาจำนวนน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ แล้วค่อย ๆ เพิ่ม ให้ระบบกรองชีวภาพปรับตัวทัน
- อย่าเปลี่ยนวัสดุกรองชีวภาพทีละมาก ๆ อย่าล้างวัสดุกรองด้วยน้ำประปาที่มีคลอรีน และระวังอย่าให้ค่า pH เปลี่ยนแบบกะทันหัน
- ตู้ที่รันจนเสถียรแล้วมักไม่ต้องเติมแบคทีเรียไนตริฟายอิงเพิ่ม
- เก็บแบคทีเรียน้ำให้พ้นความร้อนจัด ไม่ให้แข็งตัว และไม่ให้โดนแดดโดยตรง
เมื่อไรควรกังวล
ควรรีบจัดการเมื่อปลาลอยหัวฮุบอากาศ หายใจถี่ หรือไม่กินอาหาร ร่วมกับวัดได้แอมโมเนียหรือไนไตรต์สูง เพราะถ้าเป็นหนักปลาอาจตาย ถ้าค่าน้ำกลับมาปกติแล้วแต่ปลายังป่วย อาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือปรสิตที่ตามมา ซึ่งอาจต้องให้สัตวแพทย์รักษา
คำถามที่พบบ่อย
รันตู้ใหม่ใช้เวลานานแค่ไหน
ตู้ส่วนใหญ่ใช้เวลา 4–6 สัปดาห์ และตู้ที่น้ำอุ่นจะรันเสร็จเร็วกว่า บางแหล่งระบุ 2–4 สัปดาห์ สูตรที่ใช้แบคทีเรียน้ำร่วมกับแอมโมเนียระบุว่า หลังประมาณ 7 วัน แอมโมเนียและไนไตรต์มักเป็น 0 หรือต่ำกว่า 0.5 ppm แต่การใส่แบคทีเรียครบ 7 วันไม่ได้รับประกันว่าตู้รันเสร็จสมบูรณ์
รู้ได้อย่างไรว่าตู้รันเสร็จแล้ว
เมื่อวัดแอมโมเนียและไนไตรต์ได้ 0 ทุกครั้ง และวัดไนเตรตได้ ถ้าต้องการยืนยัน ให้เติมแอมโมเนียให้ได้ 2.0 ppm แล้ววัดอีกครั้งหลัง 24 ชั่วโมง ค่าที่ได้ควรต่ำกว่า 0.2 ppm
ใส่แบคทีเรียน้ำแล้วปล่อยปลาได้ทันทีเลยไหม
ผู้ผลิตรายหนึ่งระบุว่าปล่อยปลาได้ทุกเมื่อ ถ้ายังใส่แบคทีเรียต่อเนื่องจนครบ 7 วัน แต่อีกหลายแหล่งแนะนำว่าไม่ควรปล่อยปลาก่อนตู้รันเสร็จ และผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ารันตู้ได้ทันทีมักไม่ได้ผล เมื่อปล่อยปลา ควรปล่อยครั้งละ 2–3 ตัว แล้วรออย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเพิ่มชุดต่อไป
ระบบกรองล่มควรเปลี่ยนน้ำเท่าไร
ถ้าแอมโมเนียเกิน 0.1 mg/L หรือมีไนไตรต์เกิน 0 mg/L ให้เปลี่ยนน้ำบางส่วนทันที ครั้งละไม่เกิน 50% ถ้าค่า pH ในตู้ต่างจากน้ำประปาเกิน 0.5 ให้เปลี่ยนทีละน้อยและบ่อยขึ้น ใช้น้ำยากำจัดคลอรีนและคลอรามีน และปรับอุณหภูมิให้เท่ากับน้ำในตู้
ทำไมใช้แบคทีเรียน้ำแล้ววัดไนไตรต์ไม่เจอเลย
ระหว่างรันตู้ด้วยแบคทีเรียน้ำ บางครั้งจะไม่เห็นไนไตรต์เลยเพราะแบคทีเรียทำงานเร็ว และชุดวัดบางยี่ห้ออ่านไนเตรตที่ต่ำกว่า 20 ppm ไม่ได้ จึงควรวัดทั้งแอมโมเนีย ไนไตรต์ และไนเตรตต่อเนื่อง
แหล่งอ้างอิง
- New Tank Syndrome: Causes, Symptoms, and Treatment
- How To Fishless Cycle Your Aquarium Using Dr. Tim's One and Only Bacteria Additive
- Seachem - Stability
- Nitrospira-Like Bacteria Associated with Nitrite Oxidation in Freshwater Aquaria
- Hồ cá bị vỡ vi sinh phải làm sao? Hướng dẫn xử lý từ A–Z (ภาษาเวียดนาม)
- Bacteria & Cycling
- FritzZyme 7 Freshwater - 16oz



พูดคุย
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันประสบการณ์
โหลดระบบตรวจสอบสแปมไม่สำเร็จ จึงยังส่งความคิดเห็นไม่ได้ ลองโหลดหน้านี้ใหม่อีกครั้ง
การแสดงความคิดเห็นต้องยืนยันตัวตนผู้ใช้ตามข้อกำหนด ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานเร็ว ๆ นี้