การเพาะพันธุ์ · อ่านประมาณ 7 นาที
วิธีฟักไรทะเลให้ลูกปลาเองที่บ้าน: ขั้นตอน การช้อนเก็บ และการเก็บรักษาไข่
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 10 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ
- ไรทะเล (อาร์ทีเมีย) ที่เพิ่งฟักและล้างน้ำเค็มออกแล้ว เป็นอาหารมีชีวิตสำหรับลูกปลาที่เพิ่งออกจากไข่ ฟักได้เองที่บ้านด้วยภาชนะใส น้ำเกลือ ไฟส่องสว่าง และการเติมอากาศตลอดเวลา
- เริ่มจากละลายเกลือไม่เสริมไอโอดีนประมาณ 30 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ใส่ไข่ในปริมาณพอดี คุมอุณหภูมิราว 25–28 °C แล้วรอ 20–24 ชั่วโมง จากนั้นปิดลมแล้วช้อนเอาเฉพาะตัวอ่อน ล้างเกลือออกก่อนให้ลูกปลากิน
ไรทะเลแรกฟักคืออะไร และทำไมลูกปลาถึงชอบ
ไข่ไรทะเลแบบแห้ง (ซีสต์) จะหยุดกิจกรรมเมแทบอลิซึมไว้ตราบที่ยังแห้งอยู่ พอแช่ในน้ำเค็ม ไข่จะดูดน้ำกลับเข้าไปและตัวอ่อนข้างในก็เจริญต่อ ตัวอ่อนระยะแรก (instar I) ยาวประมาณ 400–500 µm ยังไม่กินอาหาร เพราะใช้ไข่แดงสำรองในตัว ตัวอ่อนจะลอกคราบเข้าระยะที่สอง (instar II) หลังผ่านไปราว 8 ชั่วโมง แล้วเริ่มกินอนุภาคขนาดประมาณ 1–50 µm ไรทะเลแรกฟักที่ล้างเกลือออกแล้วจึงเป็นอาหารมีชีวิตที่เหมาะกับลูกปลาเพิ่งฟัก
ไข่แต่ละล็อตฟักได้มากน้อยและเร็วช้าไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าเก็บ แปรรูป และเก็บรักษามาอย่างไร เวลาได้ไข่ล็อตใหม่จึงควรลองฟักดูก่อน ยังไม่ควรฝากลูกปลาไว้กับล็อตนั้นทันที
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- ภาชนะ: ขวดหรือโหลใส ขนาด 1–4 ลิตร เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 13–16 ซม. ภาชนะก้นกรวยที่เติมลมจากก้นได้ผลดีที่สุด ส่วนภาชนะทรงกระบอกหรือทรงเหลี่ยมมักมีมุมอับที่ไข่ไปกองนิ่ง ทำที่บ้านได้ง่ายๆ โดยคว่ำขวดพลาสติก 2 ลิตรให้เป็นกรวย
- การเติมอากาศ: ใช้ท่อพลาสติกแข็งสอดลงไปถึงจุดต่ำสุดของภาชนะแทนหัวทราย
- แสง: ราว 2000 lux ที่ผิวน้ำ ใช้หลอดไฟตั้งเหนือผิวน้ำประมาณ 20 ซม. ก็ได้
- เกลือ: เกลือเม็ดไม่เสริมไอโอดีน อย่าใช้เกลือป่นสำหรับปรุงอาหารที่เสริมไอโอดีน
- ตอนเก็บ: สายยางเส้นผ่านศูนย์กลางราว 3 มม. สวิงตาถี่สำหรับช้อนเปลือก และถุงกรองแพลงก์ตอนขนาดตา 100–150 µm
ค่าน้ำและสภาพที่เหมาะสม
| ปัจจัย | ค่าที่แหล่งข้อมูลแนะนำ |
|---|---|
| ความเค็ม | ประมาณ 30 กรัม NaCl ต่อลิตร (28–30 ppt) หรือราว 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำประปา 1 ลิตร โดยทั่วไปฟักได้ดีในช่วง 5–35 กรัม/ลิตร และน้ำที่เค็มน้อยกว่าจะฟักเร็วขึ้น |
| อุณหภูมิ | แหล่งหนึ่งให้ 25–28 °C (ต่ำกว่า 25 °C ฟักช้าลง) อีกแหล่งให้ 22–30 °C และอีกแหล่งให้ 23–28 °C ซึ่งถ้าอากาศเย็นก็ต้องรอนานขึ้น ห้ามเกิน 33 °C |
| ค่า pH | สูงกว่า 8 ที่ดีที่สุดคือ 8–8.5 |
| ออกซิเจนละลายน้ำ | มากกว่า 2 มก./ลิตร ถ้าได้ 5 มก./ลิตรจะดีกว่า |
| แสง | ราว 2000 lux ที่ผิวน้ำ สำคัญที่สุดในช่วงชั่วโมงแรกๆ หลังไข่ดูดน้ำเต็มที่ |
ขั้นตอนการฟัก
- เตรียมน้ำ: ถ้าใช้น้ำประปา ให้กำจัดคลอรีนก่อนด้วยการเปิดลมไว้ หรือหยดน้ำยาลดคลอรีน 1–2 หยดถ้าน้ำประปามีคลอรามีน
- ผสมเกลือ: สูตรหลักคือเกลือเม็ดไม่เสริมไอโอดีน 30 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ยังมีสูตรอื่นอีก เช่น น้ำราว 2 ลิตรกับเกลือสำหรับตู้ปลา 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าน้ำอ่อนใช้เกลือทะเลแทน) หรือสูตรเกลือน้อยที่ใช้เกลือเม็ด 2 ช้อนชาในน้ำประปาที่กำจัดคลอรีนแล้ว 2 ลิตร เปิดลมไว้ราว 1 ชั่วโมงก่อนใส่ไข่
- ปรับค่า pH ถ้าจำเป็น: ถ้า pH ต่ำกว่า 8 ให้เติมโซเดียมไบคาร์บอเนต คู่มือเล่มเดียวกันให้ตัวเลขไว้สองค่าในต่างส่วนกัน คือไม่เกิน 2 กรัม/ลิตร และไม่เกิน 1 กรัม/ลิตร
- ใส่ไข่ให้พอดี: แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขต่างกัน แหล่งหนึ่งว่า 1–3 ช้อนชาต่อลิตร อีกแหล่งว่าไม่เกิน 5 กรัม/ลิตรถ้าฟักน้อยกว่า 20 ลิตร และไม่เกิน 2 กรัม/ลิตรถ้าฟักปริมาณมากกว่านั้น อีกแหล่งว่าราว 1 กรัมต่อลิตร หรือประมาณ 1/4 ช้อนชาสำหรับขวด 2 ลิตร ส่วนสูตรที่ใช้น้ำ 2 ลิตรกับเกลือ 2 ช้อนโต๊ะใส่ไข่ได้ถึง 1 ช้อนโต๊ะ ใส่มากเกินไปจะทำให้อัตราฟักลดลง
- เปิดลมตลอดเวลา: เปิดแรงพอให้ไข่ไม่ตกตะกอน พอไข่พองแล้วให้ลดลมลง ฟองอากาศจะได้ไม่พาไข่กระเด็นออกจากขวด
- คุมไฟและอุณหภูมิ: ตั้งหลอดไฟเหนือน้ำราว 20 ซม. ใช้ความร้อนในห้อง หลอดไส้หรือหลอดฮาโลเจนเล็กๆ หรือฮีตเตอร์ตัวเล็กช่วยให้อุณหภูมิอยู่ในช่วงที่เหมาะ
- รอให้ฟัก: ในการทดสอบมาตรฐาน (33 กรัม/ลิตร, 25 °C) ตัวอ่อนชุดแรกออกหลัง 12–16 ชั่วโมง และควรฟักได้ 90% ภายใน 24 ชั่วโมง โดยทั่วไปฟักเสร็จใน 20–24 ชั่วโมงแล้วแต่อุณหภูมิ
- เริ่มล็อตใหม่: ไรทะเลหนึ่งล็อตให้ลูกปลากินได้ 2–3 วัน จึงควรตั้งล็อตถัดไปไว้ราววันที่ 2
สังเกตอย่างไรว่าฟักแล้ว
- ราว 12–15 ชั่วโมง ตัวอ่อนจะเริ่มโผล่และห้อยอยู่ใต้เปลือก พอถึง 24 ชั่วโมงก็ว่ายน้ำได้อิสระ
- อีกแหล่งอธิบายว่าเยื่อหุ้มชั้นนอกมักแตกหลังผ่านไปราว 20 ชั่วโมง จากนั้นเข้าระยะ "ร่ม" ก่อนที่ตัวอ่อนจะหลุดออกมาว่ายน้ำ
- เมื่อปิดลม ตัวอ่อนจะรวมกันเป็นชั้นสีส้มแดงเหนือก้นภาชนะเล็กน้อย ไข่ที่ไม่ฟักจะจมลงก้น ส่วนเปลือกเปล่าจะลอยขึ้นภายใน 5–8 นาที
- ตัวอ่อนชอบแสงและจะว่ายเข้าหาแสง
การช้อนเก็บและให้อาหารลูกปลา
- ปิดลมและเอาท่อลมออก ตั้งทิ้งไว้ให้เปลือกลอยและไข่เสียจม
- ฉายไฟไว้ใกล้ก้นภาชนะหรือใกล้ทางออกด้านล่าง ไรทะเลจะได้มารวมกันตรงนั้น
- ช้อนเปลือกที่ลอยอยู่ออกด้วยสวิงตาถี่
- ใช้สายยางขนาดราว 3 มม. ดูดชั้นตัวอ่อนใกล้ก้นอย่างระวัง อย่าให้ติดไข่หรือเปลือกมาด้วย ถ้าภาชนะมีวาล์วด้านล่างก็เปิดวาล์วปล่อยออกได้เลย
- กรองผ่านถุงกรองแพลงก์ตอนขนาดตา 100–150 µm แล้วล้างเกลือออกก่อนให้ลูกปลากิน มีแหล่งข้อมูลหนึ่งบอกว่าถ้าเป็นตู้ไม้น้ำที่ต้องการแร่ธาตุ หรือเลี้ยงปลาที่ชอบน้ำกระด้าง จะให้พร้อมน้ำเกลือก็ได้
ช่วงเวลาเก็บก็สำคัญ ให้เก็บตอนที่ฟักได้ราว 90% จะได้ตัวอ่อนที่พลังงานสูงที่สุด ถ้าเก็บช้า ไรทะเลจะปนกันทั้งระยะ I, II และ III สำหรับลูกปลาตัวเล็กมาก ให้ใช้ตัวอ่อนอายุไม่เกินราว 30 ชั่วโมง เพราะไข่แดงในตัวจะหมดหลังผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง
การกะเทาะเปลือกไข่ (decapsulation)
ถ้าลูกปลากินเปลือกหรือไข่ที่ไม่ฟักเข้าไป อาจทำให้ลำไส้อุดตันจนตายได้ การกะเทาะเปลือกช่วยตัดความเสี่ยงนี้ไป ขั้นตอนตามคู่มือทางวิชาการมีดังนี้
- แช่ไข่ให้ดูดน้ำราว 1 ชั่วโมงในน้ำที่มีเกลือน้อยกว่า 100 กรัม/ลิตร เปิดลมไว้ ที่อุณหภูมิ 25 °C
- ใช้ไฮโปคลอไรต์ที่ออกฤทธิ์ 0.5 กรัมต่อไข่ 1 กรัม ถ้าใช้น้ำยาฟอกขาวชนิดน้ำ ให้เติม NaOH 0.15 กรัมต่อไข่ 1 กรัม เพื่อคุม pH ให้สูงกว่า 10 ปริมาตรสุดท้ายคือ 14 มล. ต่อไข่ 1 กรัม
- คุมอุณหภูมิไว้ที่ 15–20 °C และห้ามเกิน 40 °C เพราะปฏิกิริยานี้ให้ความร้อน ถ้าจำเป็นให้เติมน้ำแข็ง ใช้เวลาราว 3–15 นาทีจนเปลือกละลาย ถ้าใช้น้ำยาฟอกขาวชนิดน้ำ ไข่จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ถ้าใช้ผงฟอกขาวจะเป็นสีเทา
- ล้างน้ำจนไม่เหลือกลิ่นคลอรีน แล้วจุ่มในโซเดียมไทโอซัลเฟต 0.1% (หรือ HCl 0.1 N) ไม่เกิน 1 นาที เพื่อทำให้เป็นกลาง
ข้อควรระวัง: ถ้าแช่ในไฮโปคลอไรต์นานเกินไปหรือปล่อยให้ร้อนเกิน 40 °C ตัวอ่อนจะตาย และคลอรีนที่ล้างไม่หมดก็เป็นอันตรายด้วย ไข่ที่กะเทาะแล้วเก็บไว้ที่ 0–4 °C ได้ไม่กี่วันโดยยังฟักได้ ถ้าอยากแค่ฆ่าเชื้อโดยไม่กะเทาะเปลือก ให้ใช้ไฮโปคลอไรต์ราว 200 ppm นาน 30 นาที แต่วิธีนี้กำจัดเชื้อในเปลือกได้ไม่หมด
เรื่องเปลือกอุดลำไส้ยังเห็นไม่ตรงกัน ผู้เลี้ยงบางคนไม่ค่อยเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง มีผู้ใช้ในฟอรัมคนหนึ่งประเมินว่าเสี่ยงราว 1 ใน 1,000 ตัว แต่หน่วยงานวิชาการด้านสัตว์น้ำถือว่าเป็นความเสี่ยงจริง
การเก็บรักษาไข่แห้ง
- เก็บไว้ในที่เย็น ถ้าเป็นไปได้ให้เก็บแบบสุญญากาศหรือในไนโตรเจน เพราะออกซิเจนทำให้ไข่เสื่อม
- อย่าให้ไข่เปียกแล้วแห้งซ้ำไปซ้ำมา และอย่าวางโดนแดดตรง เพราะรังสี UV ทำให้อัตราฟักลดลง
- ไข่ที่ยังไม่ได้ฟักซึ่งเก็บในที่เย็นใช้ได้ 6 เดือนถึง 1 ปี
- ไข่ที่เก็บแช่แข็งไว้ ควรวางไว้ที่อุณหภูมิห้องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนนำไปใช้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เติมลมไม่พอ หรือใช้ภาชนะทรงเหลี่ยมหรือทรงกระบอกที่มีมุมอับ ทำให้ฟักได้น้อย
- เติมลมแรงเกินไปจนเกิดฟอง
- ใช้หัวทรายแทนท่อแข็ง หรือเปิดลมแรงหลังไข่พองแล้ว ทำให้ไข่กระเด็นออกนอกขวด
- ใส่ไข่มากเกินไปต่อลิตร
- ฟักในที่ร่มหรือแสงน้อย
- อุณหภูมิสูงเกิน 33 °C ซึ่งทำให้เมแทบอลิซึมของไข่หยุดถาวร
- เกลือมากหรือน้อยเกินไป เก็บเกี่ยวช้า และใช้ไข่เก่า เป็นสาเหตุที่ผู้เลี้ยงในฟอรัมพูดถึงบ่อย
- ใช้เกลือเสริมไอโอดีนแทนเกลือเม็ดไม่เสริมไอโอดีน
- ให้ลูกปลากินไรทะเลที่อายุมากเกินไป ทั้งที่ลูกปลาตัวเล็กต้องการตัวอ่อนที่เพิ่งฟัก
ตรวจผลหลังฟัก
ลองปิดลมแล้วดูว่ามีชั้นสีส้มแดงใกล้ก้นหรือไม่ ไข่ที่จมลงก้นคือไข่ที่ไม่ฟัก ถ้าที่ 25 °C ผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้วยังฟักได้น้อยกว่าราว 90% ให้ไล่เช็กความเค็ม อุณหภูมิ แสง ลม และปริมาณไข่ทีละข้อ แล้วนึกด้วยว่าไข่ล็อตนั้นอาจคุณภาพไม่ดีเอง
คำถามที่พบบ่อย
ฟักไรทะเลใช้เวลากี่ชั่วโมง
โดยทั่วไป 20–24 ชั่วโมงแล้วแต่อุณหภูมิ ที่ 33 กรัม/ลิตร และ 25 °C ตัวแรกจะออกหลัง 12–16 ชั่วโมง และควรฟักได้ราว 90% ภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าอากาศเย็นต้องรอนานขึ้น
ใช้เกลือแกงในครัวได้ไหม
ได้ ถ้าเป็นเกลือเม็ดที่ไม่เสริมไอโอดีน ใช้ประมาณ 30 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือราว 1 ช้อนโต๊ะต่อลิตร อย่าใช้เกลือป่นเสริมไอโอดีน
ต้องล้างเกลือออกก่อนให้ลูกปลากินไหม
ปกติควรกรองผ่านถุงกรองตา 100–150 µm แล้วล้างเกลือออก มีแหล่งข้อมูลหนึ่งบอกว่าถ้าเป็นตู้ไม้น้ำที่ต้องการแร่ธาตุ หรือเลี้ยงปลาน้ำกระด้าง จะให้พร้อมน้ำเกลือก็ได้
ไรทะเลที่ฟักแล้วเก็บไว้ให้กินได้นานแค่ไหน
ลูกปลาตัวเล็กมากควรได้ตัวอ่อนอายุไม่เกินราว 30 ชั่วโมง เพราะไข่แดงในตัวจะหมดหลังประมาณ 24 ชั่วโมง ไรทะเลหนึ่งล็อตใช้ได้ 2–3 วัน จึงควรตั้งล็อตใหม่ราววันที่ 2
เปลือกไข่ไรทะเลอันตรายต่อลูกปลาจริงหรือ
ยังเห็นไม่ตรงกัน หน่วยงานวิชาการถือว่าเปลือกและไข่ที่ไม่ฟักอาจอุดลำไส้จนลูกปลาตายได้จริง แต่ผู้เลี้ยงบางคนประเมินว่าเสี่ยงราว 1 ใน 1,000 ตัว ถ้าอยากตัดความเสี่ยงนี้ไปเลยให้กะเทาะเปลือกก่อนฟัก หรืออย่างน้อยก็ช้อนเปลือกและไข่เสียออกให้หมดตอนเก็บ
แหล่งอ้างอิง
- FAO – Hatching of Artemia (brine shrimp) eggs and feeding of nauplii
- FAO Manual on the Production and Use of Live Food for Aquaculture – Artemia cyst use (hatching, decapsulation)
- FAO Manual on the Production and Use of Live Food for Aquaculture – Artemia biology
- Aquarium Co-op – What recipe do you use to hatch baby brine shrimp?
- Khải Nhật – Cách ấp Artemia bung dù đến 95% cho người mới (ภาษาเวียดนาม)
- Kỹ thuật nuôi trồng – Hướng dẫn cách ấp ấu trùng artemia nhanh tại nhà (ภาษาเวียดนาม)
- Diễn đàn cá cảnh – Hướng dẫn cách ấp artemia (ภาษาเวียดนาม)
- UF/IFAS EDIS FA023 – Brine shrimp for ornamental fish
- University of Guelph – Artemia culture SOP
- Aquarium Co-op forum – What happens to brine shrimp eggs



พูดคุย
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันประสบการณ์
โหลดระบบตรวจสอบสแปมไม่สำเร็จ จึงยังส่งความคิดเห็นไม่ได้ ลองโหลดหน้านี้ใหม่อีกครั้ง
การแสดงความคิดเห็นต้องยืนยันตัวตนผู้ใช้ตามข้อกำหนด ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานเร็ว ๆ นี้