โรค · อ่านประมาณ 6 นาที
ปลาเป็นราที่ปาก ราหลัง (คอลัมนาริส): ดูอาการ วิธีรักษา และป้องกัน
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 5 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ
- อาการที่ผู้เลี้ยงเรียกว่า “ราที่ปาก” หรือ “ราหลัง” จริง ๆ แล้วไม่ใช่เชื้อรา แต่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย Flavobacterium columnare หรือที่เรียกว่าโรคคอลัมนาริส จึงต้องรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อรา
- โรคนี้ติดต่อง่ายและบางสายพันธุ์ทำให้ปลาตายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน เมื่อเห็นปุยสั้นสีขาวขุ่นหรือเทาที่ปาก หัว เหงือก หรือหลัง ให้แยกปลาไปตู้ที่ให้อากาศแรง แล้วเริ่มรักษาทันที
- ควรตรวจค่าแอมโมเนียและไนไตรต์ในตู้หลักไปพร้อมกัน เพราะค่าที่สูงกว่าศูนย์มักมาคู่กับการระบาดของโรคนี้
โรคนี้คืออะไร
ชื่อเรียก “ราที่ปาก” หรือ “โรคปุยสำลี” ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเชื้อรา แต่ที่จริงสาเหตุคือแบคทีเรีย Flavobacterium columnare (ชื่อเดิม Flexibacter columnaris) เป็นแบคทีเรียแกรมลบ รูปแท่ง ไม่มีแฟลกเจลลา และเคลื่อนที่ด้วยการไถล ตามหลักแล้วปลาน้ำจืดทุกชนิดติดได้ โดยเคยพบในปลานีออน ปลาเพลตี้ ปลาม้าลาย (zebrafish) และปลาคาร์ป
- แบบเฉียบพลัน: แผลที่ผิวลามภายในไม่กี่ชั่วโมง และปลาในฝูงอาจตายได้ถึง 50% ภายใน 36 ชั่วโมง
- แบบเรื้อรัง: แผลสีขาวค่อย ๆ ขยาย ปลาตายหลังป่วยไปนาน
ส่วนใหญ่โรคจะค่อย ๆ ดำเนินไป แต่บางสายพันธุ์รุนแรงกว่ามากและทำให้ปลาตายได้ภายในไม่กี่วัน โรคนี้ติดต่อง่าย และปลาเล็กติดได้ง่ายเป็นพิเศษ ถ้าไม่รักษา เชื้ออาจกัดกินกระดูกอ่อนที่ริมฝีปากจนปลากินอาหารไม่ได้และอดตาย หรือเชื้ออาจลามไปทั่วตัว
อาการ
- มีปุยสั้น ๆ สีขาวขุ่นถึงเทา ส่วนใหญ่ขึ้นที่หัว หน้า เหงือก และขากรรไกร บางครั้งพบที่ลำตัวและครีบ
- แบบที่ปาก: ริมฝีปากบวม มีฝ้าสีขาวเทาคล้ายสำลีตามขอบปาก ต่อมาขากรรไกรกร่อน เกิดแผลสีแดงลึก จนปลาหุบปากไม่ได้
- แบบหลังอานม้า (saddleback): แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าแผลเริ่มที่โคนครีบหลังแล้วลามออก อีกแหล่งระบุว่าในปลาที่มีเกล็ด แผลอาจเริ่มที่ขอบครีบแล้วลามเข้าด้านในจนเป็นรูปอานม้า
- ในปลาไม่มีเกล็ด แผลที่ผิวเป็นสีเทาอมฟ้า เนื้อตาย และมีขอบสีแดง
- ขอบครีบเปื่อยจนเห็นก้านครีบ
- ซี่เหงือกเปื่อยจากปลายเข้าหาโครงเหงือก ปลาจึงรับออกซิเจนได้น้อยลงและหายใจถี่
- ปลาซึม หลบมุมหรือนอนก้นตู้ และไม่กินอาหาร
วิธีแยกจากโรคอื่น: เชื้อราแท้จะเป็นเส้นใยสีขาวยาวฟูเหมือนสำลี ส่วนคอลัมนาริสเป็นปุยสั้น โรคนี้ยังสับสนกับโรคครีบเปื่อยได้ง่าย แต่จุดสังเกตคือปุยสั้น ๆ ในปลาคาร์ป อาการเหงือกเน่าจากคอลัมนาริสต้องแยกให้ออกจากโรค KHV ซึ่งทำให้เหงือกเปื่อยเหมือนกัน นอกจากนี้แหล่งข้อมูลปลาคาร์ปแห่งหนึ่งระบุว่าอาการ “ปากเปื่อย” ที่มีปุยคล้ายสำลีซึ่งพบในปลาคาร์ป อาจเกิดจากเชื้อ Aeromonas hydrophila มากกว่าคอลัมนาริส
ถ้าส่องกล้องจุลทรรศน์ดูเนื้อเยื่อครีบ จะเห็นแบคทีเรียเกาะด้วยปลายด้านหนึ่งแล้วแกว่งไปมา รวมกันเป็นกลุ่มคล้ายเสาหรือกองฟาง การตรวจด้วย PCR ได้ผลเร็วและไวกว่าการเพาะเชื้อ
ข้อควรระวังคือในแบบเฉียบพลัน ปลาอาจตายก่อนที่จะเห็นอาการภายนอกเลย
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
เชื้อนี้มีอยู่ในตู้ปลาตามปกติและเป็นเชื้อฉวยโอกาส มักเข้าทางบาดแผลจากการกัดกันหรือตอดครีบ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคได้แก่
- ค่าแอมโมเนียหรือไนไตรต์สูงกว่าศูนย์ ซึ่งสัมพันธ์กับการระบาดอย่างชัดเจน
- คุณภาพน้ำแย่ แอมโมเนียสูง ค่า pH สูง และออกซิเจนต่ำ
- เลี้ยงแน่นเกินไป ของเสียในระบบมาก เศษอาหารและสารอินทรีย์ที่เน่าในตู้ซึ่งเป็นอาหารของเชื้อ
- ความเครียดและอาหารปลาที่ไม่ครบถ้วน ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนลง
อุณหภูมิ: ในการเพาะเชื้อ แบคทีเรียโตได้ที่ 18–30 °C และไม่โตที่ต่ำกว่า 14 °C หรือสูงกว่า 33 °C ในบ่อการระบาดพบมากที่สุดช่วงหน้าร้อน อีกแหล่งระบุว่าเชื้อเติบโตดีในน้ำที่อุ่นกว่า 15°C และยิ่งน้ำอุ่นยิ่งลามเร็ว อีกแหล่งระบุว่าเชื้อรุนแรงขึ้นที่ 85–90 °F และเมื่ออุณหภูมิสูงปลาอาจตายภายในไม่กี่ชั่วโมง
เชื้ออาจอยู่รอดในน้ำได้นานถึง 32 วันเมื่อความกระด้างอยู่ที่ 50 ppm ขึ้นไป
ปลาที่เสี่ยงกว่าปกติ: ปลาที่บาดเจ็บหรือโดนตอดครีบ ปลาหมอสีที่ชอบงัดปากกัน ปลาออกลูกเป็นตัวที่เลี้ยงในน้ำอ่อนและเป็นกรด ปลากัดที่เลี้ยงโดยไม่ใช้ฮีตเตอร์ และปลาทองในตู้ที่ไม่มีระบบกรองหรือเลี้ยงแน่นเกินไป
สิ่งที่ต้องทำทันที
- เริ่มรักษาทันที เพราะโรคอาจลามเร็วมาก
- แยกปลาป่วยไปตู้หรือกะละมังต่างหากที่ให้อากาศแรง
- แหล่งข้อมูลหนึ่งแนะนำให้แช่ยาเป็นขั้นแรก และลดอุณหภูมิน้ำลงเหลือประมาณ 24 °C (75 °F)
- ตรวจค่าแอมโมเนียและไนไตรต์ในตู้หลัก และเริ่มแก้คุณภาพน้ำไปพร้อมกัน
การรักษา
หลักสำคัญคือใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และต้องแก้วิธีการเลี้ยงไปพร้อมกันทุกครั้ง ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกยาปฏิชีวนะจากผลทดสอบความไวของเชื้อ (antibiogram)
| ตัวยา / วิธี | ขนาดและระยะเวลาตามแหล่งข้อมูล | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| Kanamycin หรือยาปฏิชีวนะอื่นที่ได้ผลกับแบคทีเรียแกรมลบ | แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุขนาดยา | ใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของสัตวแพทย์ |
| Phenoxyethanol | 100 mg/l เป็นเวลา 7 วัน | – |
| Nifurpirinol | 0.2 mg/l ไม่เกิน 5 วัน | อาจทำลายแบคทีเรียในระบบกรอง |
| ยากลุ่มเตตราไซคลินและควิโนโลน | ไม่ระบุขนาด | อาหารผสม oxytetracycline ใช้ได้ผลกับการติดเชื้อภายใน แต่เริ่มพบเชื้อดื้อยา |
| Potassium permanganate, copper sulfate, hydrogen peroxide | ใช้ภายนอก ไม่ระบุขนาดสำหรับตู้ปลา | เป็นพิษถ้าความเข้มข้นสูง |
แนวทางที่ผู้เลี้ยงบางส่วนใช้: ใช้ยาฆ่าเชื้อ เช่น ciprofloxacin ร่วมกับเกลือ 3‰ (3 กรัมต่อลิตร) เป็นเวลา 4–5 วัน เปลี่ยนน้ำ 50% และเติมยาใหม่ทุกวัน
ทาแผล: แผลเปื่อยสามารถแต้มด้วยสำลีพันก้านชุบ povidone-iodine หรือ hydrogen peroxide เจือจางสักไม่กี่วินาที แล้วรีบปล่อยปลากลับลงน้ำยา
ค่า pH: เชื้อชอบน้ำด่าง การลดค่า pH ลงที่ 6.8 อาจช่วยเสริมการรักษาได้
เรื่องเกลือ: แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าเกลือแทบไม่ช่วยรักษาโรคนี้ ใช้เกลือไม่เกิน 1 oz ต่อ 1 แกลลอนสหรัฐฯ อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ใช้ได้เฉพาะกับปลาที่ทนเกลือ เช่น ปลาหางนกยูงและปลาสอด
มีข้อมูลว่าน้ำมันทีทรีอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อในปลาที่บาดเจ็บและแยกออกมาแล้วได้
สำหรับปลาคาร์ปในบ่อ:
- เหงือกเน่าระยะแรก: เว็บไซต์ปลาคาร์ปแห่งหนึ่งแนะนำให้แช่เกลือ 100 กรัมต่อ 4.5 ลิตร (1 แกลลอน) นาน 10 นาที ความเข้มข้นนี้สูงมาก ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนใช้
- Chloramine-T 1 กรัมต่อ 4,500 ลิตร (1,000 แกลลอน) มีความเสี่ยงในน้ำอ่อน
- Potassium permanganate 1.5 กรัมต่อ 1,000 ลิตร มีข้อมูลว่าเหมาะกับน้ำอ่อนมากกว่า แต่ตัวเลขหน่วยแกลลอนในแหล่งข้อมูลไม่ตรงกับหน่วยลิตร จึงควรตรวจสอบก่อนใช้
- ปากติดเชื้อรุนแรง: ควรเก็บตัวอย่างไปตรวจและเลือกยาปฏิชีวนะตามผล มักต้องใช้วิธีฉีดยาเพราะปลากินอาหารไม่ได้
ขั้นตอนการดูแลตามลำดับ
- แยกปลาไปตู้ที่ให้อากาศดี
- แช่น้ำยาผสมเกลือ เปลี่ยนน้ำ 50% และเติมยาใหม่ทุกวัน เป็นเวลา 4–5 วัน
- แต้มยาที่แผล
- เมื่อแผลหายแล้ว ให้เปลี่ยนน้ำ 30% ทุกสัปดาห์ และค่อย ๆ ลดความเค็มลง
ช่วงพักฟื้นควรให้อาหารผงละเอียด ไรทะเลแรกฟัก หรืออาหารนิ่มที่กลืนง่าย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ยาฆ่าเชื้อราเพราะเข้าใจว่าเป็นรา
- พึ่งเกลือเป็นการรักษาหลัก
- ปล่อยให้เศษอาหารเน่าที่ก้นตู้ และเลี้ยงแน่นเกินไป ซึ่งทำให้โรคลามเร็วขึ้น
- ใช้ chloramine-T ในน้ำอ่อน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อปลาคาร์ป
การป้องกัน
- ทำวงจรไนโตรเจนให้สมบูรณ์ก่อนใส่ปลา ใช้ระบบกรอง และไม่เลี้ยงแน่นเกินไป
- ให้อาหารปลาที่ครบถ้วนและมีวิตามินสูง และไม่ปล่อยให้มีอาหารเหลือ
- เลี้ยงปลาที่เข้ากันได้ และแยกปลาที่ชอบกัดหรือตอดกันออก
- ดูดตะกอนและเปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอ
- ดูแลให้มีออกซิเจนละลายน้ำเพียงพอ และคุมค่าแอมโมเนียกับไนไตรต์
- เฝ้าดูปลาใกล้ชิดเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
สำหรับปลาดุกเลี้ยงเชิงเพาะเลี้ยง มีวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ใช้แล้ว
เมื่อไรต้องกังวล
- แผลลามให้เห็นภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือมีปลาตายหลายตัวติดกัน ซึ่งเป็นลักษณะของแบบเฉียบพลัน
- ปลาหายใจถี่จากเหงือกเปื่อย
- ขากรรไกรกร่อนจนหุบปากไม่ได้และกินอาหารไม่ได้
- น้ำอุ่นมาก ซึ่งปลาอาจตายภายในไม่กี่ชั่วโมง
- ปลาคาร์ปเหงือกเปื่อย ซึ่งต้องแยกจาก KHV
ในกรณีเหล่านี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์สัตว์น้ำเพื่อตรวจเชื้อและเลือกยาที่ได้ผล
คำถามที่พบบ่อย
ราที่ปากปลาเป็นเชื้อราจริงหรือไม่
ไม่ใช่ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย Flavobacterium columnare (โรคคอลัมนาริส) จึงต้องใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ส่วนยาฆ่าเชื้อราไม่ได้ผลกับโรคนี้
จะแยกคอลัมนาริสกับเชื้อราแท้ได้อย่างไร
เชื้อราแท้เป็นเส้นใยสีขาวยาวฟูเหมือนสำลี ส่วนคอลัมนาริสเป็นปุยสั้นสีขาวขุ่นถึงเทา มักขึ้นที่ปาก หัว เหงือก หรือหลัง ลักษณะปุยสั้นนี้ยังช่วยแยกจากโรคครีบเปื่อยได้ด้วย
ใช้เกลืออย่างเดียวรักษาได้ไหม
แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าเกลือแทบไม่ช่วยรักษา และการพึ่งเกลือเป็นหลักถือเป็นข้อผิดพลาด ส่วนแนวทางที่ผู้เลี้ยงบางส่วนใช้จะใช้เกลือ 3 กรัมต่อลิตรควบคู่กับยาฆ่าเชื้อเป็นเวลา 4–5 วัน ไม่ได้ใช้เกลืออย่างเดียว
ควรปรับอุณหภูมิน้ำอย่างไรระหว่างรักษา
เชื้อจะรุนแรงขึ้นเมื่อน้ำอุ่น แหล่งข้อมูลหนึ่งแนะนำให้ลดอุณหภูมิลงเหลือประมาณ 24 °C (75 °F) และแช่ยาเป็นขั้นแรก
ยาบางตัวมีผลต่อระบบกรองไหม
มี Nifurpirinol (0.2 mg/l ไม่เกิน 5 วัน) อาจทำลายแบคทีเรียในระบบกรอง จึงควรรักษาในตู้แยก ส่วน potassium permanganate, copper sulfate และ hydrogen peroxide เป็นพิษถ้าใช้ความเข้มข้นสูง
แหล่งอ้างอิง
- Aquarium fish mouth fungus (Chewy Education)
- Columnaris disease in koi and aquarium fish (Laboklin)
- Columnaris (Wikipedia)
- Cá Bị Nấm Miệng, Tróc Môi (Columnaris): Dấu Hiệu & Phác Đồ Điều Trị - Sài Gòn Cá Cảnh (ภาษาเวียดนาม)
- Hội chứng bệnh thối vây - thối mang - thối miệng do Columnaris (Koilover) (ภาษาเวียดนาม)








พูดคุย
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันประสบการณ์
โหลดระบบตรวจสอบสแปมไม่สำเร็จ จึงยังส่งความคิดเห็นไม่ได้ ลองโหลดหน้านี้ใหม่อีกครั้ง
การแสดงความคิดเห็นต้องยืนยันตัวตนผู้ใช้ตามข้อกำหนด ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานเร็ว ๆ นี้