หน่วย
ธีม

โรค · อ่านประมาณ 4 นาที

น้ำตู้ปลาเขียว: สาเหตุ วิธีแก้ และวิธีป้องกันน้ำเขียวกลับมา

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 4 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • น้ำตู้ปลาเขียวเกิดจากสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในน้ำ (แพลงก์ตอนพืช) เพิ่มจำนวนเร็วมาก จนน้ำขุ่นเขียวเหมือนซุปถั่ว สาหร่ายพวกนี้ไม่ได้ทำร้ายปลาหรือกุ้งโดยตรง แต่ตอนกลางคืนจะใช้ออกซิเจนในน้ำ
  • สิ่งแรกที่ควรทำคือเปิดปั๊มลมและอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ตามปกติ คอยดูว่าปลาขาดออกซิเจนหรือเปล่า แล้วหาต้นเหตุให้เจอและตัดมันออก เช่น แสงมากเกินไป ให้อาหารมากเกินไป หรือธาตุอาหารในน้ำสูงเกินไป จากนั้นค่อยทำให้น้ำใสด้วยการปิดไฟคลุมตู้หรือใช้หลอด UV

น้ำเขียวคืออะไร

น้ำเขียวเกิดจากสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กมาก (แพลงก์ตอนพืช) ที่ลอยอยู่ในน้ำและเพิ่มจำนวนได้เร็ว จนน้ำทั้งตู้ขุ่นเป็นสีเขียว บางคนเรียกว่าน้ำซุปถั่ว

น้ำเขียวไม่ได้ทำร้ายปลาหรือกุ้งโดยตรง และยังเป็นอาหารของลูกปลาและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังได้ด้วย ผู้เพาะพันธุ์บางคนถึงกับตั้งใจทำน้ำเขียวไว้อนุบาลลูกปลา ข้อเสียคือมองปลาในตู้ไม่ชัด และน้ำเขียวอาจบังแสงจนไม้น้ำได้แสงไม่พอ

สิ่งที่ต้องระวังคือออกซิเจน ตอนกลางวันสาหร่ายผลิตออกซิเจน แต่ตอนกลางคืนกลับใช้ออกซิเจน ถ้าสาหร่ายหนาแน่นมาก ออกซิเจนในน้ำอาจลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ในช่วงกลางคืน ถ้าการให้อากาศอ่อนด้วย ปลาและกุ้งอาจเครียดหรือตายได้

อาการ

  • ตัวน้ำขุ่นเป็นสีเขียว สาหร่ายลอยอยู่ในน้ำ ไม่ได้ขึ้นเกาะกระจกหรือของตกแต่ง
  • หลังสาหร่ายตาย น้ำมักเปลี่ยนจากเขียวเข้มเป็นสีดำ เทา น้ำตาล หรือใส
  • ถ้าออกซิเจนต่ำ ปลาจะลอยอยู่ใต้ผิวน้ำในช่วงเช้ามืด รายที่หนักจะฮุบอากาศที่ผิวน้ำและไม่สนใจเวลามีอะไรมารบกวน

สาเหตุ

  • แสงมากเกินไป โดยเฉพาะแดดที่ส่องเข้าตู้ตรง ๆ หรือแดดจากหน้าต่าง รวมถึงการเปิดไฟตู้นานเกินไป
  • ธาตุอาหารมากเกินไป เช่น เผลอใส่ปุ๋ยซ้ำสองครั้ง แหล่งข้อมูลหนึ่งยังระบุการใส่ปุ๋ยน้ำว่าเป็นสาเหตุหนึ่งด้วย
  • แอมโมเนียพุ่งสูง อาจมาจากตู้ใหม่ที่วงจรไนโตรเจนยังไม่สมบูรณ์ หรือจากการให้อาหารมากเกินไป เช่น ตอนฝากคนอื่นให้อาหารปลา
  • ให้อาหารมากเกินไปและเลี้ยงปลาแน่นเกินไป
  • ดูแลตู้ไม่สม่ำเสมอ ปล่อยให้ของเสียและไนเตรตสะสม

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  • เปิดปั๊มลมและอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ตามปกติ
  • คอยดูอาการขาดออกซิเจนของปลา โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด เพราะสาหร่ายใช้ออกซิเจนตอนกลางคืน

ขั้นตอนการแก้น้ำเขียว

  1. หาต้นเหตุแล้วตัดออก ลดชั่วโมงเปิดไฟ ย้ายตู้ไปให้พ้นแดด ลดปริมาณอาหาร และวัดค่าไนเตรตกับฟอสเฟต
  2. ทำให้น้ำใส ปิดไฟคลุมตู้ไม่เกิน 7 วัน หรือใช้หลอด UV ระหว่างนั้นเปิดระบบกรองและการให้อากาศไว้ตลอด
  3. เปลี่ยนน้ำปริมาณมากหลังการรักษา เพื่อเอาสาหร่ายที่ตายแล้วและแอมโมเนียออก
  4. เปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์อย่างน้อย 20% ถ้าใช้หลายวิธีร่วมกัน อาจต้องรอราวสองสามสัปดาห์กว่าจะเห็นผล

วิธีรักษา

ปิดไฟคลุมตู้ (blackout)

  • ปิดไฟ เปิดอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ แล้วคลุมตู้ให้มิดจนแสงเข้าไม่ได้
  • เรื่องระยะเวลา แหล่งข้อมูลไม่ตรงกัน แหล่งหนึ่งบอกให้คลุมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ อีกแหล่งบอกว่าไม่เกิน 7 วัน
  • วิธีนี้ได้ผล แต่ไม้น้ำจะทรุดโทรม
  • ถ้าทำได้ ให้ย้ายปลาและสัตว์ในตู้ไปตู้พักชั่วคราว
  • เปิดตู้แล้วให้เปลี่ยนน้ำปริมาณมาก เพราะสาหร่ายที่ตายอาจทำให้แอมโมเนียพุ่งสูง

หลอด UV ฆ่าเชื้อ

  • หลอด UV ฆ่าสาหร่ายน้ำเขียวได้ โดยปกติภายใน 2–3 วัน
  • น้ำจะไหลผ่านหลอด UV ช้า ๆ แสง UV ทำลาย DNA ของสาหร่ายจนขยายพันธุ์ต่อไม่ได้ แล้วการเปลี่ยนน้ำตามปกติจะทำให้น้ำใสขึ้น
  • น้ำเขียวกำจัดด้วย UV ได้ค่อนข้างง่าย โดยทั่วไปหลอดขนาดเล็กก็พอ
  • UV แทบไม่กระทบแบคทีเรียที่มีประโยชน์ เพราะแบคทีเรียพวกนี้อาศัยอยู่ในระบบกรองและตามพื้นผิวเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ลอยอยู่ในน้ำ
  • UV ทำให้สาหร่ายตายเหมือนกัน จึงต้องระวังแอมโมเนียพุ่งด้วย

วัสดุกรองละเอียด

  • ใยกรองละเอียด แผ่นกรองละเอียด (polishing pad) หรือถุงกรอง ช่วยดักอนุภาคเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในน้ำได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เปลี่ยนน้ำปริมาณมากอย่างเดียวโดยไม่ทำอย่างอื่น วิธีนี้ไม่ได้ผล เพราะสาหร่ายขยายพันธุ์กลับมาเร็วมาก
  • ใส่ปุ๋ยน้ำในตู้ที่ได้แสงมากเกินอยู่แล้ว
  • ปิดไฟคลุมตู้โดยไม่ย้ายปลาและสัตว์ออก หรือไม่เตรียมรับมือกับแอมโมเนียที่อาจพุ่งขึ้น

การป้องกัน

  • เปิดไฟตู้ปลาไม่เกิน 6–8 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าไฟแรงให้ใช้ตัวหรี่ไฟ
  • ปลูกไม้น้ำที่โตเร็วไว้แย่งธาตุอาหารและแสงกับสาหร่าย เช่น Salvinia natans, วอเตอร์สไปรท์ (Ceratopteris siliquosa), ฮอร์นเวิร์ต (hornwort) และไม้ข้อหรือไม้ลอยชนิดอื่น ๆ
  • เปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์อย่างน้อย 20% ใช้ระบบกรองขนาดเหมาะกับตู้ และล้างกรองทุก 1–2 เดือน
  • อย่าให้อาหารมากเกินไปหรือเลี้ยงปลาแน่นเกินไป และวัดค่าไนเตรตกับฟอสเฟตเป็นประจำ

เมื่อไรต้องกังวล

  • เมื่อสาหร่ายจำนวนมากตายลงพร้อมกัน แบคทีเรียจะย่อยซากสาหร่าย ขณะเดียวกันก็ไม่มีสาหร่ายผลิตออกซิเจนแล้ว ออกซิเจนจึงอาจลดลงจนปลาตายได้
  • สาเหตุที่น่าจะพบบ่อยที่สุดที่ทำให้สาหร่ายซึ่งบลูมหนาแน่นตายลงคือแร่ธาตุหรือธาตุอาหารในน้ำหมด และการตายนี้อาจทำให้ออกซิเจนลดลงตามมา
  • ถ้าเห็นปลาลอยอยู่ใต้ผิวน้ำตอนเช้ามืด ฮุบอากาศ หรือไม่ตอบสนองเวลามีอะไรมารบกวน แสดงว่าออกซิเจนอาจต่ำ

คำถามที่พบบ่อย

น้ำเขียวเป็นอันตรายต่อปลาไหม

ไม่เป็นอันตรายต่อปลาหรือกุ้งโดยตรง แต่ตอนกลางคืนสาหร่ายจะใช้ออกซิเจน ถ้าสาหร่ายหนาแน่นมากและการให้อากาศอ่อน ปลาและกุ้งอาจเครียดหรือตายได้

เปลี่ยนน้ำเยอะ ๆ จะหายไหม

การเปลี่ยนน้ำปริมาณมากอย่างเดียวมักไม่ได้ผล เพราะสาหร่ายขยายพันธุ์กลับมาเร็วมาก ต้องหาต้นเหตุให้เจอและตัดออก แล้วใช้การปิดไฟคลุมตู้หรือหลอด UV ร่วมด้วย

หลอด UV จะฆ่าแบคทีเรียดีในตู้ไหม

แทบไม่กระทบ เพราะแบคทีเรียที่มีประโยชน์อาศัยอยู่ในระบบกรองและตามพื้นผิวเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ลอยอยู่ในน้ำ

ใช้เวลานานแค่ไหนน้ำถึงจะใส

หลอด UV มักฆ่าสาหร่ายได้ภายใน 2–3 วัน ส่วนการปิดไฟคลุมตู้ แหล่งหนึ่งบอกให้คลุมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ อีกแหล่งบอกว่าไม่เกิน 7 วัน ถ้าใช้หลายวิธีร่วมกัน อาจต้องรอราวสองสามสัปดาห์กว่าจะเห็นผล

น้ำเขียวมีประโยชน์บ้างไหม

มี น้ำเขียวเป็นอาหารของลูกปลาและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังได้ ผู้เพาะพันธุ์บางคนจึงตั้งใจทำน้ำเขียวไว้อนุบาลลูกปลา ข้อเสียคือมองปลาในตู้ไม่ชัด และอาจบังแสงจนไม้น้ำได้แสงไม่พอ

แหล่งอ้างอิง

  1. How to Get Rid of Green Water in Aquariums
  2. Green Water
  3. What are UV sterilizers in aquariums used for?
  4. Oxygen Depletion and Other Types of Fish Kills