หน่วย
ธีม

การดูแล · อ่านประมาณ 4 นาที

ปลาสีซีด สีไม่สด: เลือกอาหารเร่งสี วิตามินซี และวิธีให้อาหารที่ถูกต้อง

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 10 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • ปลาที่สีซีดในตู้ปลาส่วนใหญ่ขาดเม็ดสีจากอาหาร ปลาสร้างสีแดง ส้ม เหลือง เขียว และสีน้ำเงินบางแบบเองไม่ได้ ต้องได้แคโรทีนอยด์ (เช่น แคโรทีนและแอสตาแซนธิน) จากอาหารเท่านั้น
  • ให้เริ่มจากอาหารที่หลากหลาย เสริมด้วยอาหารเร่งสีที่มีแอสตาแซนธินควบคู่กับอาหารหลัก และเก็บอาหารให้ถูกวิธีเพื่อไม่ให้วิตามินซีและสารอาหารเสื่อม
  • สีที่ได้จากอาหารเร่งสีจะจางลงอีกถ้าหยุดให้ จึงต้องให้ต่อเนื่อง

ทำไมปลาถึงสีซีด

สีของปลาส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม แต่ปลาสร้างเม็ดสีแดง ส้ม เหลือง เขียว และสีน้ำเงินบางแบบเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหาร พืชและสาหร่ายสร้างแคโรทีนอยด์ได้ แต่สัตว์สร้างเองไม่ได้ ถ้าอาหารขาดแคโรทีนอยด์ สีที่มาจากเม็ดสีกลุ่มนี้ก็จะค่อย ๆ ซีดลง ปลาที่เลี้ยงในตู้ปลาหรือระบบน้ำหมุนเวียนโดยไม่มีเม็ดสีในอาหารจึงสีหม่นและไม่สด

  • แคโรทีน มาจากแหล่งอย่างแครอท
  • แอสตาแซนธิน มาจากเหยื่อที่มีชีวิตอย่างเคย (คริลล์) และไรทะเล
  • ทั้งสองชนิดช่วยเพิ่มโทนเหลืองและแดงบนผิวปลา

สีเงาวาวแบบโลหะ (สีโครงสร้าง) ไม่ได้มาจากเม็ดสี แต่เกิดจากการสะท้อนแสง ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าอาหารไม่ได้ทำให้สีกลุ่มนี้เปลี่ยน

อาหารเร่งสีได้ผลแค่ไหน

ในการทดลองของมหาวิทยาลัยฮาวาย ปลาหางดาบ ปลาเรนโบว์ ปลาสอด และปลาหมอสี มีสีเข้มขึ้นชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์หลังได้อาหารที่มีแคโรทีนอยด์ แต่ปลาแต่ละชนิดใช้แคโรทีนอยด์ได้ไม่เหมือนกัน ผลจึงต่างกันไปตามชนิดปลา

มีการทดลองกับปลาเดนิสัน (Sahyadria denisonii) ขนาดราว 6 ซม. โดยให้แอสตาแซนธิน 20, 30 หรือ 40 mg/kg อาหาร นาน 90 วัน ผลความแดง (ค่า a*) เป็นดังนี้

แอสตาแซนธินในอาหารค่าความแดง (a*)
40 mg/kg5.53
30 mg/kg3.45
20 mg/kg1.65
กลุ่มควบคุม0.45

งานทดลองนี้แนะนำให้ใช้แอสตาแซนธิน 40 mg ต่ออาหาร 1 kg นาน 3 เดือน เพื่อเพิ่มสีของปลาเดนิสัน และพบว่าแอสตาแซนธินไม่ได้ทำให้อัตรารอดหรือการเติบโตต่างไปอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างอาหารเม็ดเร่งสีสำหรับปลาปอมปาดัวร์ของผู้ผลิตรายหนึ่ง มีแอสตาแซนธิน 175 mg ต่ออาหาร 1 kg (ได้จากสาหร่าย Haematococcus) และมีผงเคย 4% ผงกุ้งแกมมารัส 0.5% รวมทั้งพริกปาปริกา สาหร่ายสไปรูลินา ผักโขม และแครอท

ขั้นตอนการให้อาหารเร่งสี

  1. ให้อาหารหลักที่หลากหลายเป็นพื้นฐาน ทั้งอาหารสำเร็จรูปและอาหารมีชีวิต
  2. เสริมอาหารเร่งสีควบคู่กับอาหารหลัก ไม่ใช้แทนอาหารหลัก ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้แบบนี้
  3. ถ้าปลาเลือกกิน เช่น ปลาปอมปาดัวร์ ให้ค่อย ๆ เปลี่ยนมาใช้อาหารใหม่ทีละน้อย
  4. ผู้ผลิตแนะนำให้อาหารวันละ 1–2 ครั้ง ครั้งละเท่าที่ปลากินหมดในเวลาสั้น ๆ
  5. ปลาโตเต็มวัยต้องการอาหารราว 3% ของน้ำหนักตัวต่อวันเพื่อรักษาสภาพร่างกาย ส่วนลูกปลาและปลาวัยรุ่นต้องการได้ถึง 5%
  6. ปลาหน้าดินอย่างปลาซัคเกอร์ (Loricariidae) และปลาแพะคอริโดรัส ควรให้อาหารถึงตัวโดยตรง ไม่ปล่อยให้กินแค่เศษที่เหลือ
  7. ให้ต่อเนื่อง เพราะสีที่ได้จากอาหารเร่งสีจะจางกลับเมื่อหยุดให้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • หยุดให้อาหารเร่งสีแล้วสีหาย เป็นเรื่องปกติ เพราะปลาเก็บสีไว้ไม่ได้ถ้าไม่ได้รับต่อเนื่อง
  • ให้สีธรรมชาติมากเกินไป อาจทำให้ปลาคาร์ปสีขาวกลายเป็นสีชมพู ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าปลาคาร์ปสีแดงต้องการสารเร่งสีเพิ่ม แต่ปลาคาร์ปสีส้มและปลาทองไม่จำเป็น
  • ให้อาหารปลาปอมปาดัวร์มากเกินไป ปลาปอมปาดัวร์มีลำไส้สั้น จึงควรให้น้อย ๆ และใช้อาหารที่ไม่พองตัวในกระเพาะ
  • นำอาหารแช่แข็งที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งซ้ำ ไม่ควรทำ
  • หวังให้อาหารเปลี่ยนสีเงาวาว สีโครงสร้างขึ้นอยู่กับแสง อาหารช่วยไม่ได้

วิตามินซี: ไม่ใช่แค่เรื่องสี

ปลาหลายชนิดสร้างวิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) เองไม่ได้ เพราะขาดเอนไซม์ L-gulonolactone oxidase จึงต้องได้รับจากอาหาร วัตถุดิบอาหารปลาส่วนใหญ่มีวิตามินซีน้อยหรือไม่มีเลย และวิตามินซียังสลายตัวจากการออกซิเดชันระหว่างการผลิตและการเก็บ อาหารปลาส่วนใหญ่จึงควรเสริมวิตามินซีในรูปที่คงตัว ปัจจุบันมีวิตามินซีรูปที่คงตัวกว่า โดยเติมหมู่ฟอสเฟตหรือซัลเฟต เพื่อลดการสูญเสีย

อาการที่อาจเกี่ยวกับการขาดวิตามินซี

  • กระดูกสันหลังคดงอ ทั้งแอ่นและคดด้านข้าง ที่เรียกว่า "โรคหลังหัก" (broken back disease) ปลาที่เป็นหนักจะคดงอมาก
  • แผ่นปิดเหงือกและซี่เหงือกผิดรูป
  • มีเลือดออก ซึ่งมักเริ่มจากกินน้อยลงและซึม
  • แผลหายช้า
  • สัตวแพทย์อาจพบกระดูกอ่อนเหงือกงอหรือผิดรูปเมื่อส่องตัวอย่างสดใต้กล้องที่เลนส์วัตถุ 10× ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าเคยขาดวิตามินซีมาก่อน

กระดูกสันหลังผิดรูปที่เห็นจากภาพเอกซเรย์ อาจเกิดจากการบาดเจ็บหรือพันธุกรรมก็ได้ ไม่ได้มาจากการขาดวิตามินซีเสมอไป การรักษาคือเสริมวิตามินซี โดยเผื่อส่วนที่สูญเสียระหว่างการผลิตและการเก็บอาหารด้วย ปลาที่ขาดวิตามินซีติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายขึ้น ถ้าพบการติดเชื้อควรจัดการทันที

โภชนาการไม่ดีส่งผลอะไรอีก

โภชนาการที่ไม่ดีทำให้ปลาโตช้า ผิดรูป ภูมิคุ้มกันอ่อนลง เกิดไขมันพอกตับ และระบบเผาผลาญผิดปกติได้ ไขมันพอกตับเกิดได้จากการอดอาหาร อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันมากเกินไป หรืออาหารที่หืนแล้ว

การเก็บอาหารปลาให้คงคุณภาพ

  • เก็บอาหารแห้งในภาชนะที่กันแมลงได้ ในที่เย็นและความชื้นต่ำ ความร้อนและความชื้นสูงทำให้อาหารเสื่อม ขึ้นรา อาจมีสารพิษจากเชื้อรา และหืน
  • อาหารที่เปิดแล้วและเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้ทิ้งเมื่อครบ 2 เดือน อาหารสำเร็จรูปที่เก็บในช่องแช่แข็ง ให้ทิ้งเมื่อครบ 6 เดือน
  • อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป (ไรทะเล หนอนแดง กุ้งไมซิส หนอนแก้ว) ให้ทิ้งเมื่อครบ 1 ปี

ติดตามผลหลังปรับอาหาร

  • ในปลาบางชนิด สีอาจเข้มขึ้นให้เห็นได้ภายในราว 1 สัปดาห์ แต่ในงานทดลองกับปลาเดนิสันใช้เวลาให้อาหาร 90 วัน และผลก็ต่างกันตามชนิดปลา
  • สังเกตปลาสีขาว เช่น ปลาคาร์ปขาว ว่าเริ่มอมชมพูหรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าได้สีมากเกินไป
  • ถ้าปลากินน้อยลง ซึม มีเลือดออก แผลหายช้า หรือลำตัวเริ่มคด ควรนึกถึงเรื่องวิตามินซีและคุณภาพอาหาร และถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยควรจัดการทันที

คำถามที่พบบ่อย

ให้อาหารเร่งสีแล้ว สีจะติดตัวปลาถาวรไหม

ไม่ถาวร สีที่ได้จากสารเสริมแคโรทีนอยด์จะจางกลับเมื่อหยุดให้ จึงต้องให้ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารหลัก

ควรใช้แอสตาแซนธินในอาหารเท่าไร

งานทดลองกับปลาเดนิสันแนะนำ 40 mg ต่ออาหาร 1 kg นาน 3 เดือน ซึ่งให้สีแดงเข้มที่สุดเมื่อเทียบกับ 20 และ 30 mg/kg ส่วนอาหารเม็ดเร่งสีสำหรับปลาปอมปาดัวร์ของผู้ผลิตรายหนึ่งมี 175 mg/kg ทั้งนี้ปลาแต่ละชนิดใช้แคโรทีนอยด์ได้ไม่เหมือนกัน

อาหารเร่งสีช่วยให้สีเงาวาวแบบโลหะชัดขึ้นไหม

ไม่ช่วย สีเงาวาวเป็นสีโครงสร้างที่ขึ้นอยู่กับแสง ไม่ได้มาจากเม็ดสี ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าอาหารไม่ได้ทำให้สีกลุ่มนี้เปลี่ยน

ปลาทองและปลาคาร์ปต้องใช้อาหารเร่งสีไหม

ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าปลาคาร์ปสีแดงต้องการสารเร่งสีเพิ่ม แต่ปลาคาร์ปสีส้มและปลาทองไม่จำเป็น และถ้าให้สีธรรมชาติมากเกินไป ปลาคาร์ปสีขาวอาจกลายเป็นสีชมพูได้

ปลาหลังคดเป็นเพราะขาดวิตามินซีเสมอไหม

ไม่เสมอไป การขาดวิตามินซีทำให้กระดูกสันหลังคดงอได้ แต่ความผิดรูปของกระดูกสันหลังก็เกิดจากการบาดเจ็บหรือพันธุกรรมได้เช่นกัน ควรดูอาการอื่นประกอบ เช่น เหงือกผิดรูป มีเลือดออก และแผลหายช้า

แหล่งอ้างอิง

  1. Nutritional Diseases of Fish
  2. How Ornamental Fish Get Their Color
  3. Vitamin C Deficiency - Fish
  4. sera Discus Color Granules | sera
  5. Professional tip: Do white koi need different food to red-and-white or orange-coloured koi?
  6. Animals need carotenoids for color
  7. Đánh giá khả năng cải thiện màu sắc trên cá hồng mi Ấn Độ (Sahyadria denisonii) khi bổ sung astaxanthin vào thức ăn (ภาษาเวียดนาม)
  8. Culture Techniques of Moina: The Ideal Daphnia for Feeding Freshwater Fish Fry
  9. A Scientific, Economic, and Common-Sense Approach to Brine Shrimp Hatching
  10. Re: Moina