การเพาะพันธุ์ · อ่านประมาณ 4 นาที

ปลาหางนกยูงใกล้คลอด: ดูสัญญาณ แยกแม่ปลา และเลี้ยงลูกปลาให้รอด

AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 6 แหล่งข้อมูล แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่เอง

สรุปย่อ

  • ปลาหางนกยูงเป็นปลาออกลูกเป็นตัว ตั้งท้องราว 21–31 วัน และบางครั้งนานถึง 35 วัน ช่วงใกล้คลอดจุดท้องหลังครีบก้นจะเข้มจนเกือบดำ ท้องบวมจนดูเป็นทรงเหลี่ยม และแม่ปลาอาจหยุดกินอาหารหรือหลบซ่อน
  • สิ่งแรกที่ต้องทำคือเตรียมที่ให้ลูกปลาหลบ หรือแยกแม่ปลาไปไว้ในตู้คลอดหรือกล่องเพาะพันธุ์ก่อนถึงวันคลอด ถ้าแม่ปลาใกล้คลอดมากแล้วให้ใช้แผ่นกั้นแทนการจับย้าย เพราะการย้ายในช่วงนี้อาจทำให้แท้งหรือตายได้
  • พอคลอดเสร็จให้แยกแม่ปลาออกจากลูกปลา เพราะปลาตัวโตรวมถึงพ่อแม่มักกินลูกปลา

ปลาหางนกยูงออกลูกอย่างไร

ปลาหางนกยูงเป็นปลาออกลูกเป็นตัว ไข่ได้รับการผสมและฟักอยู่ในท้องแม่ปลา ลูกที่คลอดออกมาจึงมีร่างกายครบและว่ายน้ำได้เลย ปลากลุ่มนี้มีลูกต่อครอกน้อยกว่าปลาที่วางไข่ แต่ลูกตัวใหญ่กว่า เพราะต้องเอาตัวรอดเองได้ตั้งแต่เกิด

ตัวผู้ผสมพันธุ์ภายในโดยใช้โกโนโพเดียม (gonopodium) ซึ่งเป็นครีบก้นที่เปลี่ยนรูปไป การผสมพันธุ์ใช้เวลาสั้นมาก และบางครั้งดูคล้ายตัวผู้กำลังรังแกตัวเมีย ตัวเมียเข้าวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุราว 6 สัปดาห์ เก็บน้ำเชื้อไว้ในตัวได้ประมาณ 10 เดือน และตั้งท้องใหม่ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังคลอด

เรื่องตัวเลขจากแต่ละแหล่ง
ระยะตั้งท้องปกติ 21–31 วัน บางครั้งนานถึง 35 วัน ขึ้นกับอุณหภูมิน้ำ อาหาร และสุขภาพแม่ปลา (แหล่งหนึ่ง) สายพันธุ์ฟูลโกลด์ตั้งท้องราว 25–35 วัน (อีกแหล่งหนึ่ง)
จำนวนลูกต่อครอก10–50 ตัว (แหล่งหนึ่ง), 5–80 ตัว (อีกแหล่งหนึ่ง) และอีกแหล่งให้ไว้ 5–30 ตัว แต่ในบทความเดียวกันก็บอกว่าทั่วไป 20–50 ตัวแล้วแต่สายพันธุ์ ส่วนปลาหางนกยูงเอนด์เลอร์มีเพียง 1–20 ตัวต่อครอก
ระยะเวลาคลอดราว 2–6 ชั่วโมง (แหล่งหนึ่ง) อีกแหล่งบอกว่าบางครอกคลอดเสร็จภายใน 3 ชั่วโมง และการคลอดที่นานเกิน 12 ชั่วโมงพบได้น้อย

สัญญาณว่าแม่ปลาใกล้คลอด

  • จุดท้อง (gravid spot) ที่อยู่หลังครีบก้นจะเข้มขึ้นและใหญ่ขึ้นตามพัฒนาการของลูกปลา และเกือบดำเมื่อใกล้คลอด ช่วงท้าย ๆ อาจเห็นจุดเล็ก ๆ ซึ่งเป็นตาของลูกปลาผ่านผิวท้องแม่
  • ท้องบวม ขึ้นทีละน้อยตลอดหลายสัปดาห์ จนดูเป็นทรงกล่องหรือเป็นเหลี่ยม แหล่งหนึ่งบอกว่าราววันที่ 18–25 ท้องจะดูเหลี่ยมและป่องชัด
  • พฤติกรรม ช่วงใกล้คลอดแม่ปลาอาจหยุดกินอาหาร หลบซ่อน หายใจแรง หรือมีอาการชัก บางแหล่งบอกว่ามักดูเซื่องซึม ตัวสั่น และไม่ยอมกินอาหาร
  • ขณะคลอด แม่ปลาอาจถูตัวกับไม้น้ำ ตัวสั่น และหายใจแรง ถ้าในตู้มีที่หลบน้อย แม่ปลาอาจลอยอยู่ใกล้ผิวน้ำ

อีกเรื่องที่มีรายงานไว้คือ ตัวเมียที่ตั้งท้องมักไล่ตัวผู้และอาจกัดครีบ

แยกท้องปลาจากโรค: โรคท้องมาน (dropsy) และโรคถุงลมก็ทำให้ท้องบวมได้เหมือนกัน จุดสังเกตที่ใช้แยกการตั้งท้องออกจากโรคเหล่านี้คือจุดท้องหลังครีบก้น

ขั้นตอนแยกแม่ปลาและรับมือการคลอด

แต่ละแหล่งแนะนำเวลาแยกแม่ปลาต่างกัน แหล่งหนึ่งบอกให้ย้ายตั้งแต่เห็นว่าท้องชัด ส่วนอีกแหล่งบอกว่าผู้เลี้ยงจำนวนมากแยกราววันที่ 18–25 ของการตั้งท้อง และถ้าใกล้คลอดมากแล้วให้ใช้แผ่นกั้นแทนการจับย้าย

  1. เตรียมตู้คลอดแยกหรือกล่องเพาะพันธุ์ ขนาดที่ใช้งานได้ดีคือประมาณ 10 แกลลอน (ราว 38 ลิตร)
  2. จัดที่หลบให้ลูกปลา เช่น กล่องเพาะพันธุ์แบบพื้นลาดเอียง ตาข่ายเพาะพันธุ์ หรือไม้น้ำใบฝอยอย่างมอสชวา (Java moss) และฮอร์นเวิร์ต (hornwort)
  3. ย้ายแม่ปลาก่อนถึงช่วงใกล้คลอด ถ้าใกล้คลอดมากแล้วให้ใช้แผ่นกั้นแบ่งตู้แทน เพราะการย้ายตัวเมียที่ใกล้คลอดอาจทำให้แท้งหรือตายได้
  4. พอคลอดเสร็จ ให้แยกแม่ปลาออกจากลูกปลา และตักลูกปลาที่ตายตั้งแต่คลอดออก ลูกที่แข็งแรงจะว่ายขึ้นข้างบน ส่วนลูกที่ตายจะจมลงพื้น
  5. ให้แม่ปลาพักฟื้นแยกไว้ 1–2 วันก่อนปล่อยกลับตู้หลัก
มอสจาวา
มอสจาวา · ภาพ: Aquarium Co-op, ใช้โดยได้รับอนุญาต

เลี้ยงลูกปลา

  1. แยกลูกปลาออกจากปลาตัวโต เพราะปลาตัวโต รวมถึงพ่อแม่ของมันเอง มักกินลูกปลา
  2. ใช้ตู้อนุบาลขนาดเล็กที่มีที่หลบ สภาพน้ำใกล้เคียงตู้หลัก และใช้ระบบกรองแบบเบาที่ดูดลูกปลาเข้าไปไม่ได้ อีกทางเลือกหนึ่งคือกล่องอนุบาลแบบแขวนที่บุตาข่ายละเอียด
  3. อาหารมื้อแรกให้ลูกไรทะเลที่เพิ่งฟัก ถ้าไม่มีให้ใช้อินฟูโซเรียหรืออาหารผงแทน นอกจากนี้ยังให้อาหารลูกปลาสำเร็จรูป อาหารแผ่นบดละเอียด หรืออาหารสดและอาหารแช่แข็งขนาดเล็กมากได้
  4. ให้อาหารครั้งละน้อยวันละหลายมื้อ และปรับปริมาณไม่ให้มีเศษเหลือจนเน่า
  5. คัดลูกปลาที่พิการออก เช่น หลังคดหรือครีบไม่ครบ และคัดซ้ำทุก 2–3 สัปดาห์ เพราะความพิการบางอย่างเพิ่งเห็นเมื่อปลาโตขึ้น
  6. เลี้ยงลูกปลาแยกไว้ประมาณ 2–3 เดือนก่อนปล่อยรวมตู้ปลาอื่น

ถ้าปล่อยให้ผสมพันธุ์กันเองในตู้รวม: ลูกปลาจะอยู่ในตู้เดียวกับปลาตัวโต และรอดได้ด้วยการหลบในกอไม้น้ำหนา ๆ ควรใช้กรองฟองน้ำ หรือสวมฟองน้ำกันดูดไว้ที่ท่อดูดน้ำ เพื่อไม่ให้ลูกปลาถูกดูดเข้าไป ให้อาหารเล็ก ๆ หลายครั้งต่อวัน เช่น ลูกไรทะเล อาหารแผ่นบด ไรแดง และอาหารลูกปลา และเลี้ยงตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 2–3 ตัว เพื่อให้ตัวเมียเครียดน้อยลง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ให้อาหารมากเกินจนเศษอาหารเน่าและทำให้น้ำเสีย
  • เลี้ยงในน้ำอ่อนมากโดยไม่เติมแร่ธาตุเสริม ซึ่งอาจทำให้ปลาออกลูกเป็นตัวป่วยหรือเกิดอาการที่เรียกว่า shimmies
  • เติมเกลือในตู้ที่มีไม้น้ำ ซึ่งอาจทำให้ไม้น้ำเสียหาย และการย้ายปลาที่เลี้ยงในน้ำกร่อยลงน้ำจืดทันทีอาจทำให้ปลาช็อกจากแรงดันออสโมติก
  • จับย้ายแม่ปลาตอนที่ใกล้คลอดมากแล้ว

เมื่อไรควรกังวล

  • สภาพน้ำที่ไม่ดีอาจทำให้คลอดช้าลง หรือทำให้การตั้งท้องสิ้นสุดลง
  • การคลอดที่นานเกิน 12 ชั่วโมงพบได้น้อย และมักไม่ค่อยได้ลูกปลาที่แข็งแรง
  • ลูกปลาที่จมอยู่ที่พื้นหลังคลอดคือลูกที่ตายตั้งแต่คลอด

คำถามที่พบบ่อย

ปลาหางนกยูงตั้งท้องกี่วัน

ปกติ 21–31 วัน บางครั้งนานถึง 35 วัน ขึ้นกับอุณหภูมิน้ำ อาหาร และสุขภาพแม่ปลา มีแหล่งหนึ่งระบุว่าสายพันธุ์ฟูลโกลด์ตั้งท้องราว 25–35 วัน

จะรู้ได้อย่างไรว่าท้องบวมเพราะตั้งท้อง ไม่ใช่เพราะป่วย

โรคท้องมานและโรคถุงลมก็ทำให้ท้องบวมได้ จุดที่ใช้แยกคือจุดท้องหลังครีบก้น ถ้าปลาตั้งท้อง จุดนี้จะเข้มขึ้นและใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบดำเมื่อใกล้คลอด และช่วงท้ายอาจเห็นตาลูกปลาผ่านผิวท้อง

ควรแยกแม่ปลาตอนไหน

แหล่งหนึ่งแนะนำให้แยกตั้งแต่เห็นว่าท้องชัด อีกแหล่งบอกว่าผู้เลี้ยงจำนวนมากแยกราววันที่ 18–25 ของการตั้งท้อง ถ้าใกล้คลอดมากแล้วให้ใช้แผ่นกั้นแทน เพราะการจับย้ายในช่วงนี้อาจทำให้แท้งหรือตายได้

ลูกปลาหางนกยูงแรกเกิดกินอะไร

มื้อแรกแนะนำลูกไรทะเลที่เพิ่งฟัก หรือใช้อินฟูโซเรียหรืออาหารผงแทน นอกจากนี้ยังให้อาหารลูกปลาสำเร็จรูป อาหารแผ่นบดละเอียด หรืออาหารสดและอาหารแช่แข็งขนาดเล็กมากได้ ให้ครั้งละน้อยวันละหลายมื้อ

เลี้ยงลูกปลาแยกนานแค่ไหนจึงปล่อยรวมได้

ประมาณ 2–3 เดือนก่อนปล่อยรวมกับปลาอื่น ส่วนแม่ปลาหลังคลอดให้พักแยกไว้ 1–2 วันก่อนปล่อยกลับตู้หลัก

แหล่งอ้างอิง

  1. Breeding and Reproduction of Fish
  2. Colony Breeding: The Easiest Way to Breed Livebearers for Profit
  3. Pregnant Guppy Fish: How To Tell & What To Do…
  4. Guppy Pregnancy Stages
  5. Cá bảy màu (ภาษาเวียดนาม)
  6. Cách nuôi cá bảy màu (ภาษาเวียดนาม)