
ปลาดัดแปลงพันธุกรรม
ปลาเรืองแสง (GloFish)
ผสมจาก: ปลาม้าลาย (Danio rerio)
ชื่ออื่น: โกลฟิช
- อุณหภูมิ
- 26–28°C
ค่าที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกัน
- Bóng cá phát sáng là gì? Hướng dẫn nuôi & chăm sóc cá Glofish – Aquatech (ภาษาเวียดนาม): 24–29°C
- How To Care for GloFish: A Complete Beginner's Guide – Chewy: 22–28°C
- GloFish care sheet – Petco: 22–28°C
- Cá Betta Dạ Quang GloFish – Betta's House (ภาษาเวียดนาม): 26–28°C
- pH
- 6.5–7.5
- ความกระด้าง (dGH)
- 5–10
- ขนาด
- 2.5 cm
- ตู้ขั้นต่ำ
- 50–60 cm
AquaTome รวบรวมข้อมูลจาก 11 แหล่ง (ผู้เพาะพันธุ์ บทความ เว็บบอร์ด) แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่ อัปเดตเมื่อ 30/10/2026
รูปภาพ ปลาเรืองแสง (GloFish)
ดูรูปภาพทั้งหมด 11 รูป →สรุป
GloFish เป็นปลาดัดแปลงพันธุกรรม ชนิดแรกคือปลาม้าลาย (Danio rerio) ที่ใส่ยีนโปรตีนเรืองแสงจากสัตว์ทะเลเข้าไป ต่อมามีการทำกับปลาชนิดอื่นด้วย เช่น เทตร้า บาร์บ และปลากัด
บริษัทผู้ขายบอกว่าเลี้ยงแบบเดียวกับปลาชนิดเดิมของแต่ละสายพันธุ์ได้ ปลาไม่ได้เรืองแสงในที่มืด แต่สีจะสว่างขึ้นมากใต้ไฟสีน้ำเงินหรือไฟ UV
ก่อนซื้อควรรู้ว่าสัญญาอนุญาตห้ามเพาะพันธุ์โดยเจตนาและห้ามขายลูกปลา และบางพื้นที่ เช่น สหภาพยุโรป ไม่อนุญาตให้นำเข้า ขาย หรือครอบครอง
ที่มา
ในปี 1999 ทีมของศาสตราจารย์ Gong Zhiyuan ที่ National University of Singapore (NUS) สร้างปลาม้าลาย (Danio rerio) เรืองแสงตัวแรก โดยใส่ยีนโปรตีนเรืองแสงจากแมงกะพรุนเข้าไปในจีโนมของปลา เป้าหมายแรกไม่ใช่ปลาสวยงาม Gong ต้องการปลาที่เรืองแสงเมื่อมีสารพิษในน้ำ เพื่อใช้เตือนเรื่องมลพิษ การนำมาขายเป็นสัตว์เลี้ยงเกิดขึ้นทีหลัง
ปลาที่วางขายเป็นรุ่นแรกเป็นสีแดง ซึ่งใช้ยีนเรืองแสงสีแดงจากดอกไม้ทะเล บริษัท Yorktown Technologies ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ได้สิทธิ์ใช้งานวิจัยนี้ ตั้งชื่อว่า GloFish และเริ่มขายในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายปี 2003 โดย NUS ยังได้ค่าลิขสิทธิ์อยู่ ในเดือนพฤษภาคม 2017 Spectrum Brands ซื้อ GloFish ต่อจาก Yorktown
ในเดือนธันวาคม 2003 FDA ของสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่กำกับดูแลปลาม้าลาย GloFish โดยให้เหตุผลว่าปลาไม่เป็นภัยต่อห่วงโซ่อาหาร และไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าปลาทั่วไป
ลักษณะและสายพันธุ์
สีของ GloFish มาจากโปรตีนเรืองแสงที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งเดิมได้มาจากสัตว์ทะเล บริษัทยืนยันว่าปลาไม่ได้ถูกย้อมสีหรือดัดแปลงด้วยวิธีอื่น ปลาชนิดนี้เป็นปลาเรืองแสง (fluorescent) ไม่ใช่ปลาที่ผลิตแสงเองได้ (bioluminescent) จึงไม่เรืองแสงในที่มืด ใต้แสงปกติจะเห็นเป็นปลาสีสด ส่วนใต้ไฟสีน้ำเงินหรือไฟ UV/blacklight และใช้ฉากหลังสีเข้ม สีจะสว่างขึ้นชัดเจน
ชื่อสีที่จดเครื่องหมายการค้าไว้มี Starfire Red, Moonrise Pink, Sunburst Orange, Electric Green, Cosmic Blue และ Galactic Purple แต่ไม่ใช่ทุกชนิดปลาที่มีครบทุกสี
- ปลาม้าลาย (Danio rerio): สีแดงออกมาก่อน ตามด้วยสีเขียวและสีส้มเหลืองในปี 2006 และสีน้ำเงินกับสีม่วงในปี 2011
- ชนิดอื่นที่ขายภายใต้แบรนด์นี้: black skirt tetra, tiger barb, rainbow shark, ปลากัด (Siamese fighting fish), X-ray (pristella) tetra, bronze corydoras และปลาเทวดา (freshwater angelfish)
- ร้านจำหน่ายแห่งหนึ่งยังมีสาย pearl gourami และ long-fin skirt tetra ด้วย
การเลี้ยง
บริษัทบอกว่า GloFish ต้องการการดูแลแบบเดียวกับปลาชนิดเดิมของแต่ละสายพันธุ์ ค่าน้ำที่แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ให้ไว้มีดังนี้
| ค่า | ช่วงที่แนะนำ |
|---|---|
| อุณหภูมิ | แต่ละแหล่งต่างกัน: 22–28 °C (สองแหล่ง), 24–29 °C และ 26–28 °C |
| ค่า pH | 6.5–7.5 |
| ความกระด้าง (GH) | 5–10 |
| แอมโมเนียและไนไตรต์ | 0 |
| ไนเตรต | ต่ำกว่า 20 ppm |
แหล่งหนึ่งระบุขนาดตัวไว้ราว 2.5 ซม. ส่วนขนาดตู้ แหล่งข้อมูลก็ไม่ตรงกัน แหล่งหนึ่งแนะนำว่าปลาม้าลายหรือเทตร้า 5–6 ตัว ควรใช้ตู้อย่างน้อย 38 ลิตร (10 แกลลอน) ซึ่งผู้เขียนแหล่งนั้นประเมินว่าเท่ากับตู้ยาวราว 50–60 ซม. และถ้าเลี้ยงฝูงใหญ่หรือเลี้ยงรวมหลายชนิด ตู้ 75–115 ลิตรจะดีกว่า ส่วนเอกสารการดูแลของ Petco ให้ขั้นต่ำไว้ที่ 5 แกลลอนขึ้นไป (ราว 19 ลิตร) แล้วแต่ชนิดปลา
ควรเปลี่ยนน้ำ 25–30% ทุก 1–2 สัปดาห์ ไฟสีน้ำเงินช่วยให้ปลาดูโดดเด่น แต่ไม่ควรเปิดไฟเกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน
อาหารปลา: ปลาม้าลาย บาร์บ เทตร้า และปลาเทวดา ให้อาหารแผ่นได้ ส่วนปลาหน้าดินอย่าง rainbow shark และ corydoras ให้อาหารชนิดแผ่นจม (wafer) แหล่งหนึ่งแนะนำให้ใช้อาหารแผ่นหรืออาหารเม็ดเป็นอาหารหลัก เสริมด้วยหนอนแดง ไรทะเล หรือไรแดงแช่แข็งสัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง และให้ในปริมาณที่ปลากินหมดภายใน 2–3 นาที
ปลาที่เลี้ยงร่วมกันได้: แหล่งหนึ่งแนะนำปลาในกลุ่ม danio, นีออนเทตร้า (neon tetra), corydoras, ปลาหางนกยูง, rasbora และ dwarf gourami ควรหลีกเลี่ยงปลาหมอสีตัวใหญ่ที่ก้าวร้าว และระวังเมื่อเลี้ยงร่วมกับปลากัดตัวผู้หรือปลาเทวดาที่โตเต็มวัย ถ้าเป็น GloFish สายปลากัด ควรเลี้ยงตัวผู้แค่ตัวเดียวต่อตู้
การเพาะพันธุ์
ความสามารถในการเรืองแสงถ่ายทอดไปถึงลูกปลาได้ และ GloFish บางตัวก็มีลูกได้ แต่สัญญาอนุญาตห้ามเพาะพันธุ์โดยเจตนา และห้ามขายหรือแลกเปลี่ยนลูกปลา
นิตยสาร Practical Fishkeeping รายงานว่ามีผู้อ่านคนหนึ่งเพาะ GloFish ได้ ซึ่งแสดงว่าปลาไม่ได้เป็นหมัน และนิตยสารบอกว่าข่าวที่ว่าปลาถูกทำให้เป็นหมันด้วยวิธี triploid นั้นไม่ถูกต้อง เมื่อผสมกับปลาม้าลายสายอื่น ลูกที่ได้มีบางตัวเรืองแสง แต่ไม่เคยเรืองแสงทั้งครอก แหล่งอื่นอธิบายว่าสัดส่วนลูกที่เรืองแสงขึ้นกับชนิดปลาและพันธุกรรมของพ่อแม่ ส่วนวิธีเพาะพันธุ์ก็เหมือนกับปลาชนิดเดิมที่ไม่ได้ดัดแปลง
สุขภาพ
ถ้าสีซีดลง อาจเกิดจากความเครียดหรืออาหารไม่ดีพอ วิธีแก้คือเปลี่ยนน้ำและตรวจค่าน้ำ นอกจากนี้บริษัทบอกว่า GloFish ต้องการการดูแลแบบเดียวกับปลาชนิดเดิม จึงใช้หลักการดูแลสุขภาพของปลาชนิดนั้น ๆ ได้
การเลือกซื้อ
- ก่อนซื้อให้ดูอาการป่วย เช่น ว่ายน้ำเชื่องช้า ครีบหุบหรือขาด มีจุดขาว ท้องบวม หรือสีซีด
- เลือกผู้ขายที่บอกแหล่งที่มาของปลาได้ชัดเจนและมีการตรวจสุขภาพปลา
- แสงเรืองส่วนใหญ่จะเห็นเฉพาะใต้ไฟ UV หรือไฟสีน้ำเงิน ใต้ไฟปกติปลาจึงดูไม่สว่างเท่าในภาพโฆษณา
- ตอนลอยถุงปรับอุณหภูมิ ให้รอราว 15–20 นาทีก่อนปล่อยปลา
- กักโรคปลาใหม่ไว้ประมาณ 2 สัปดาห์
ประเด็นถกเถียง
กฎหมาย: รัฐแคลิฟอร์เนียห้ามขายและเลี้ยง GloFish ตั้งแต่ปี 2003 ตามกฎว่าด้วยปลาดัดแปลงพันธุกรรม แล้วยกเลิกกฎนี้ในปี 2015 สหภาพยุโรปไม่อนุญาตให้นำเข้า ขาย หรือครอบครอง ในปี 2006 เจ้าหน้าที่เนเธอร์แลนด์พบปลาเรืองแสง 1,400 ตัวในร้านปลาสวยงาม ส่วนบราซิลห้ามนำเข้าปลาดัดแปลงพันธุกรรมมาตั้งแต่ปี 2017 แต่มีรายงานว่าไม่มีการบังคับใช้จริง ด้านองค์กร Center for Food Safety เคยฟ้องร้องเรื่อง GloFish แต่ศาลยกฟ้องในปี 2005 เพราะเห็นว่าคดีไม่มีมูล
การหลุดสู่ธรรมชาติ: Magalhães และคณะพบปลาม้าลายเรืองแสงขยายพันธุ์ในธรรมชาติในลำธารทั้งห้าสายที่สำรวจในลุ่มน้ำ Paraíba do Sul รัฐ Minas Gerais ประเทศบราซิล ปลาเหล่านี้น่าจะหลุดมาจากฟาร์มปลาใกล้เมือง Muriaé ปลาวางไข่แทบทุกช่วงที่เก็บตัวอย่าง และโตพอจะสืบพันธุ์ได้ตั้งแต่ตัวยังเล็ก
กลุ่มสิ่งแวดล้อมกังวลเรื่องการหลุดสู่ธรรมชาติ แต่งานวิจัยในภายหลังชี้ว่าความเสี่ยงนี้อาจถูกพูดเกินจริง เพราะปลาดัดแปลงพันธุกรรมอาจดึงดูดคู่ผสมจากธรรมชาติได้น้อยกว่า นอกจากนี้งานวิจัยในปี 2011 พบว่าปลาม้าลายเรืองแสงถูกสัตว์นักล่าท้องถิ่นจับกินได้บ่อยกว่าปลาสายพันธุ์ธรรมชาติราวสองเท่า
คำถามที่พบบ่อย
GloFish เรืองแสงในที่มืดได้ไหม
ไม่ได้ GloFish เป็นปลาเรืองแสง (fluorescent) ไม่ใช่ปลาที่ผลิตแสงเองได้ ใต้ไฟปกติจะเห็นเป็นปลาสีสด ส่วนใต้ไฟสีน้ำเงินหรือไฟ UV และใช้ฉากหลังสีเข้ม สีจะสว่างขึ้นชัดเจน
GloFish เป็นปลาย้อมสีหรือเปล่า
ไม่ใช่ สีมาจากโปรตีนเรืองแสงที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม บริษัทยืนยันว่าปลาไม่ได้ถูกย้อมสีหรือดัดแปลงด้วยวิธีอื่น
GloFish มีลูกได้ไหม แล้วลูกจะเรืองแสงด้วยหรือเปล่า
บางตัวมีลูกได้ และความสามารถในการเรืองแสงถ่ายทอดไปถึงลูกได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเรืองแสงทั้งครอก สัดส่วนขึ้นกับชนิดปลาและพันธุกรรมของพ่อแม่ ทั้งนี้สัญญาอนุญาตห้ามเพาะพันธุ์โดยเจตนาและห้ามขายลูกปลา
ควรตั้งอุณหภูมิน้ำเท่าไร
แต่ละแหล่งให้ไว้ต่างกัน สองแหล่งบอก 22–28 °C อีกแหล่งบอก 24–29 °C และอีกแหล่งบอก 26–28 °C ค่า pH ที่แนะนำคือ 6.5–7.5
เลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้ไหม
ได้ แหล่งหนึ่งแนะนำปลาในกลุ่ม danio, นีออนเทตร้า, corydoras, ปลาหางนกยูง, rasbora และ dwarf gourami ควรหลีกเลี่ยงปลาหมอสีตัวใหญ่ที่ก้าวร้าว และระวังเมื่อเลี้ยงกับปลากัดตัวผู้หรือปลาเทวดาที่โตเต็มวัย
แหล่งที่มา
- GloFish – Wikipedia
- NUS glowing fish goes places – NUS News
- GloFish Fish Care FAQ
- Bóng cá phát sáng là gì? Hướng dẫn nuôi & chăm sóc cá Glofish – Aquatech (ภาษาเวียดนาม)
- Cá Betta Dạ Quang GloFish – Betta's House (ภาษาเวียดนาม)
- How To Care for GloFish: A Complete Beginner's Guide – Chewy
- GloFish care sheet – Petco
- PFK reader breeds GM fish – Practical Fishkeeping
- Transgenic zebrafish found in streams in the Paraíba do Sul basin – Revista Pesquisa FAPESP
- Cá cánh buồm dạ quang – Sài Gòn Cá Cảnh (ภาษาเวียดนาม)
- Cá cảnh phát sáng trong đêm: sự thật và hướng dẫn chăm sóc – MochiCat (ภาษาเวียดนาม)







